ข่าว

บ้านไม่ใช่เวทีมวย สถิติความรุนแรงในครอบครัวพุ่ง 83 %

บ้านไม่ใช่เวทีมวย สถิติความรุนแรงในครอบครัวพุ่ง 83 %

29 ก.ค. 2561

สำนักงานกิจการยุติธรรมเร่งเผยแพร่ความรู้กฎหมายหลังความรุนแรงในครอบครัวพุ่ง83.6%ผู้หญิง-เด็กถูกทำร้าย5คนต่อวันแนะวิธีป้องกัน-ผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ควรนิ่งเฉย

 

          เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 61. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากสถานการณ์การใช้ความรุนแรงภายในครอบครัว  ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม  จึงได้จัดทำสื่ออินโฟกราฟฟิคเผยแพร่ความรู้ทั่วไปทางกฎหมายให้แก่ประชาชน  เพื่อกระตุ้นเตือนว่า บ้านไม่ใช่เวทีมวย! เราจึงต้องช่วยหยุดความรุนแรง : รู้หรือไม่? "ความรุนแรงในครอบครัว" เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยสถิติในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม ปี 2561 มีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นกับเด็กและสตรี สูงถึง 83.6% เฉลี่ยมากถึง 5 คนต่อวัน

          สำหรับความรุนแรงในครอบครัว คือการทำร้ายร่างกายหรือสุขภาพของคนในครอบครัว หรือบังคับ ข่มเหงให้กระทำความผิด ส่งผลให้ครอบครัวขาดความอบอุ่น สภาพแวดล้อมไม่ดี ติดการพนัน ทะเลาะวิวาท ติดสุรา ยาเสพติด และมีความเครียดทางเศรษฐกิจ โดยบุคคลที่พบเจอกับความรุนแรงในครอบครัว ได้แก่ คู่สมรส พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหรือบุตรบุญธรรม ปู่ย่า ตายาย ญาติ และคนในครอบครัวเช่น หลาน ลูกสะใภ้ ลูกขาย 

 

บ้านไม่ใช่เวทีมวย สถิติความรุนแรงในครอบครัวพุ่ง 83 %

 

          สำนักงานกิจการยุติธรรม มีข้อแนะนำถึงวิธีการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ไว้ดังนี้  ไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความภาคภูมิใจในครอบครัว พูดคุยด้วยความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อกัน และเคารพในสิทธิของความเป็นคน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องพบเจอกับความรุนแรง ต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง แจ้งความให้ตำรวจเข้าดำเนินการ ในหลายเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านรู้แต่ไม่กล้าที่จะไปแจ้งความเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของผัวเมียอย่าไปยุ่ง จนทำให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กหรือผู้ถูกกระทำ ต้องทนเห็นและอยู่กับความรุนแรงเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาและผู้ถูกกระทำหลายคนไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งพาใครได้บ้าง  ดังนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาช่วยเหลือ เข้าห้ามปรามให้หยุดทำความรุนแรง เมื่อพบว่าเหยื่อบาดเจ็บต้องพาไปโรงพยาบาล แนะนำให้ผู้ถูกกระทำรุนแรงรู้ถึงสิทธิในการขำคำปรึกษาจากแพทย์ หน่วยงานของรัฐ หรือขอรับความคุ้มครองทางสวัสดิภาพ และค่าเสียหายอื่นๆ เป็นธรรมดาของชีวิตคู่มีทะเลาะกันบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน กฎหมายได้กำหนดบทลงโทษไว้หลายระดับ ตามความหนักเบาของบาดแผลที่เกิดขึ้นโดยพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มาตรา 4 กำหนดให้ผู้กระทำผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บทลงโทษตามกฎหมายไม่ใช่ทางออก การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต้องปรับจิตสำนึก สร้างความรักความอบอุ่นกับคนในครอบครัว เมื่อมีปัญหาจะต้องหาทางแก้ด้วยเหตุและผล เพราะหากใช้กำลังเมื่อใด ความเจ็บไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างกายเท่านั้น แต่ส่งผลกับจิตใจที่เป็นรอยร้าวที่ยากจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม.คนรุ่นใหม่ควรใช้สมองมากกว่ากำลัง หยุดความรุนแรงในบ้านและครอบครัว