
อิเหนาเหนือไทยในเอเชี่ยนเกมส์
อินโดนีเซียใช้อาสาสมัคร 13,000 คน
ความเคลื่อนไหวนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 ส.ค.-2 ก.ย.นี้ ที่กรุงจาการ์ตา และปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุด นายวิษณุ ไล่ชะพิษ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของการเตรียมนักกีฬา ซึ่งดูจากผลของการฝึกซ้อมเตรียมทีมในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ เหลือเพียงการติดตามผลในช่วงของการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงสมาคมกีฬาต่าง ๆ ให้ช่วยกำชับนักกีฬาของตนเอง ในเรื่องอาการบาดเจ็บ ทั้งจากการฝึกซ้อม และอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด
“ในช่วงโค้งสุดท้าย อยากให้นักกีฬาระวังในเรื่องของอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเช่น การเดินทางไปฝึกซ้อมภายในสนามกีฬา หัวหมาก พบว่า นักกีฬาใช้รถจักรยานยนต์ เป็นจำนวนไม่น้อย ควรต้องระวังมากกว่าปกติ เพราะหากพลาดพลั้งเกิดได้รับบาดเจ็บขึ้นมา จะทำให้เสียโอกาสที่รออยู่ข้างหน้าได้” นายวิษณุ
ขณะที่ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกนักกีฬาไทย เข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 กล่าวว่า ขอให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย ในการเตรียมตัวฝึกซ้อม เตรียมแข่งขัน ขอให้ทุกคนสู้อย่างเต็มที่ แม้จะต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ซึ่งเมื่อประเมินดูแล้ว โอกาสคว้าเหรียญทองของไทย จะอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง มากกว่าที่กรุงจาการ์ตา โดยเมืองปาเล็มบัง จะมีแข่งขัน 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ โบว์ลิ่ง, แคนู/ คยัค, ฟุตบอลหญิง, โรลเลอร์ สปอร์ต, เรือพาย, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, ปีนหน้าผา, เทนนิส/ซอฟต์เทนนิส, ไตรกีฬา และวอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งนักกีฬาไทยได้ลุ้นเหรียญเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตามด้วยความได้เปรียบของเจ้าภาพหลายอย่าง ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ไทย จะเสียตำแหน่งเจ้าเหรียญทองอาเซียนให้กับ อินโดนีเซีย หลังจากไทยได้ครองตำแหน่งนี้ในเอเชี่ยนเกมส์มาโดยตลอด
ในขณะที่ อินโดนีเซีย เจ้าภาพมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 สรุปตัวเลข ใช้อาสาสมัคร 13,000 คน ช่วยงานในการแข่งขันครั้งนี้ โดยจะกระจายไปตามสนามต่าง ๆ ทั้งที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ซึ่งจะมีนักกีฬากว่า 10,000 คน จาก 45 ชาติ มาร่วมชิงชัยใน 40 ชนิดกีฬา 463 เหรียญทอง



