
จิตอาสาเปิดหมวกช่วยผู้ประสบภัยเขื่อนแตก !!
กลุ่มนักดนตรีจิตอาสาและมูลนิธิสยามรวมใจ(ปู่อินทร์) อ.เชียงคำ เปิดหมวกเล่นดนตรีขอรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยเขื่อนแตก สปป.ลาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว แตก จนทำให้ทรัพย์สิน บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจำนวนมาก ส่วนผู้รอดชีวิตก็ไร้ที่อยู่อาศัยและขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มอย่างหนัก ตามข่าวที่นำไปเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 27 กรกฎาคม 61 ที่ถนนคนเดิน ณ.บริเวณที่ว่าการอำเภอเชียงคำ จ.พะเยา กลุ่มนักร้อง-นักดนตรี จาก อ.เชียงคำและมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ อ.เชียงคำ ได้รวมตัวกันแสดงพลังส่งกำลังใจให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว และเล่นดนตรีเปิดหมวกเพื่อขอรับบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของอุปโภค บริโภคเพื่อนำส่งประชาชนชาวลาวในวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้
นายถิรวีร์ เทพกิจ หรือครูบอล แกนนำกลุ่มนักร้อง นักดนตรีจิตอาสากล่าวว่า กลุ่มฯได้ร่วมกันจัดการแสดงดนตรีเพื่อรับบริจาคเงินสบทบทุนมอบให้ผู้ประสบภัย โดยได้นัดรวมตัวกันจากทางสื่อโซเชี่ยลทั้งเฟสบุ๊คและไลน์โดยนัดกันมาแสดงดนตรี ที่ถนนคนเดิน หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคำ ซึ่งจัดกิจกรรมถนนคนเดินทุกๆวันศุกร์ซึ่งปกติทางวงฯจะรวมตัวกันเฉพาะกิจทุกๆครั้งที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นในและต่างประเทศ หรือต้องการเงินไปบริจาคให้องค์กรการกุศลต่างๆโดยเงินที่ได้จะไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นได้เท่าไหร่ก็จะเปิดนับต่อหน้าประชาชนที่มาชมการแสดงและจะมอบเงินให้องค์กรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทันที โดยมีประชาชนที่มาบริจาคเป็นสักขีพยานเพื่อป้องกันข้อครหา ซึ่งในวันนี้คือทางมูลนิธิสยามรวมใจ(ปู่อินทร์)เชียงคำ
สำหรับการเปิดการแสดงในครั้งนี้ใช้เวลาแสดง 3ชั่วโมง มีนักร้อง นักดนตรีจิตอาสา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการเล่นได้รับเงินบริจาคจำนวน 18,140บาท(หนึ่งหมื่นแปดพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วน) จะได้เงินและสิ่งของต่างๆ จะมอบให้กับทางมูลนิธิสยามร่มใจ(ปู่อินทร์)เพื่อนำไปใช้ขณะปฏิบัติหน้าที่ใน สปป.ลาว ส่วนเสื้อผ้า ยารักษาโรคหรืออาหารแห้งจะได้นำไปบริจาคต่อไป
นายเลื่อนวงศ์ใหญ่อายุ 64 ปี บ้านเลขที่127 ม.47 ต.หย่วน อ.เชียงคำหนึ่งในผู้มาบริจาคทั้งเงินและเสื้อผ้า กล่าวว่า รู้สึกสงสารพี่น้องชาวสปป.ลาว ที่ตกมาประสบภัยจึงอยากช่วยเหลือเท่าที่ตัวเองจะทำได้ทั้งเรื่องทุนทรัพย์ และเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม โดยคัดเฉพาะเสื้อผ้าดีดี สะอาดและคนในครอบครัวไม่ได้ใช้นำมามอบให้ เพราะรู้ว่าแต่คนที่ประสบภัยมีเสื้อผ้าติดตัวเพียงชิ้นเดียว เขาคงลำบากมาก
นายสราวุธ กาติ๊บ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า ตอนนี้ทางมูลนิธิฯยังขาดแคลนทุนทรัพย์และอุปกรณ์อยู่จำนวนหนึ่ง เช่น เสื้อชูชีพ เชือก ถุงซิปใส่ร่างผู้เสียชีวิต ไฟฉาย เป็นต้น อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯจะเดินไปสมทบกับมูลนิธิสยามรวมใจบุรีรัมย์ ก่อนที่จะไปรายงานตัวที่ศูนย์อาสาสมัครฝั่งไทย ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เพื่อรับมอบหมายภารกิจจากศูนย์ฯร่วมกับกู้ภัยอื่นๆจากทั่วประเทศ



