
ครอบครัวเหยื่อนักโทษประหารแฉ ตร.ไล่หาหลักฐานจับอีก 1 เอง
พ่อแม่เหยื่อนักโทษประหารเตรียมเดินทางร้องกองปราบฯ หลังรื้อคดีจับกุมคนร้ายที่เหลืออีกคนไม่คืบ ผบก.ภ.จว.ตรัง บอก "ความคืบหน้าไม่มีอะไรเลย ไม่สอบใครเพิ่ม ไม่มี"
25 ก.ค. 61 ที่ บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง นายสุนทร นางยุคล สุขมาก พ่อและแม่ นายดนุเดช สุขมาก อดีตนักเรียนชั้น ม.5 ที่ถูกนายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ กับพวกอีก 1 คน ร่วมกันฆ่าภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 เขาะแปะช้อย เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ต่อมา นายธีรศักดิ์ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต และกรมราชทัณฑ์ได้ประหารชีวิตนายธีรศักดิ์ไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นรายแรกในรอบ 9 ปี
ต่อมา นายสุนทรงและนางยุคล พ่อและแม่นายดนุเดช ได้เข้าร้อง พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ให้รื้อคดีในการติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด สอบถามไปทางตำรวจได้รับคำตอบเพียงว่า อยู่ระหว่างการประชุม
ล่าสุด นายสุนทร นางยุคล กล่าวว่า มาวันนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย ขอยืนยันตรงนี้ว่า จะไม่ยอมเด็ดขาด ในเมื่อทางตำรวจตรังไม่ให้ความหวัง และไม่คิดจะทำคดี ก็จะร้องขอความช่วยเหลือไปยังส่วนกลาง ทั้งตำรวจกองปราบปราม หรือแม้กระทั่งจะต้องร้องขอความช่วยเหลือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ต้องทำกัน โดยพ่อและแม่จะเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อไป
เบื้องต้น จะร้องไปยังตำรวจกองปราบฯ ก่อน ที่ผ่านมา ตนพยายามโทรสอบถามความคืบหน้ากับตำรวจตรัง และเมื่อ 2 - 3 วัน ที่ผ่านมา ก็เพิ่งโทรไปหาตำรวจ แต่ไม่รับสาย และเมื่อโทรหลายครั้งจึงรับสาย แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนดังเช่นทุกครั้งว่า กำลังอยู่ระหว่างการประชุม ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิต เมื่อทางครอบครัวถามตำรวจว่า คนร้ายที่เหลืออยู่ไหน จะได้รับคำตอบจากตำรวจว่า ไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน พร้อมไล่ให้ตนกับสามีไปหาหลักฐานมาแล้วจะจับให้
และแม้ว่าล่าสุดจะร้องขอให้รื้อคดีแต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ บอกเพียงว่า จะมาพาสามีไปหาพยานหาหลักฐาน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของตนหรือสามีที่จะไปหาหลักฐานมาให้ และทางตำรวจไม่มีเหตุผลอะไรอื่นเลย ในเมื่อพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของทางตำรวจในการสืบสวนสอบสวน ถ้าให้ตนและสามีไปหาพยานหลักฐาน ก็มอบหน้าที่ให้ตนมาเลย ตนจะได้ไปจับ ส่วนหนังสือที่จะร้องขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจกองปราบฯ จะเขียนเอง และจะนำขึ้นไปให้ด้วยตัวเอง ขณะนี้ญาติๆ ให้กำลังใจว่าให้เดินหน้าให้ถึงที่สุด และต้องอาศัยสื่อมวลชนช่วย ไม่งั้นคดีจะเงียบหายไปอีก
นางยุคล กล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า ครบรอบ 6 ปี การเสียชีวิตของลูกชาย ขณะนี้ตนไม่มีจิตใจและกำลังใจจะออกไปทำงาน ต้องมาหยุดทำงานอีก เพราะเกิดความรู้สึกเดิมๆ เหมือนกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ ความรู้สึกคับแค้นใจจนรู้สึกทนไม่ไหว ครอบครัวและสังคมรอบข้างรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคดีของลูกชายตนเอง ใครเป็นคนทำ แต่ตำรวจกลับทำอะไรไม่ได้ จับกุมคนร้ายไม่ได้ ยืนยันมาตลอดว่า คดีไม่ใช่เกิดจากการชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ เพราะมือถือก็ไม่ได้เป็นเครื่องที่ทันสมัยเหมือนสมัยนี้ ทุกคนในหมู่บ้านก็ทราบดีว่าสาเหตุไม่ใช่เป็นการชิงทรัพย์ แต่ตำรวจว่าเป็นคดีชิงทรัพย์ จึงยืนยันจะร้องกองปราบปรามให้ลงมาทำคดีให้
วันเดียวกัน ที่วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ตรัง พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ออลงกรณ์ สีมาวุธ ผกก.สภ.เมืองตรัง เดินทางไปร่วมถวายเทียนพรรษาหลังเสร็จพิธี ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์จะขอสัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของการติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือว่าเป็นอย่างไร พล.ต.ต.สมพงศ์ ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ตอบแต่เพียงสั้นๆ ว่า "ความคืบหน้าไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไร" เมื่อถามว่า มีการสอบพยานเพิ่มหรือไม่ พล.ต.ต.สมพงศ์ ก็กล่าวพร้อมกับเดินหนีว่า "ไม่สอบใครเพิ่ม ไม่มี" หลังจากนั้นเดินขึ้นรถไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
อย่างไรก็ตาม จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้น ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ 1 คน คือ นายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ และศาลได้พิพากษาประหารชีวิต และกรมราชทัณฑ์ได้ประหารชีวิต “มิก” ไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากมีการประหารชีวิต “มิก” ไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ทั้งการเคลื่อนไหวให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต และความเคลือบแคลงสงสัยว่า มิก ใช่เป็นคนร้ายตัวจริงหรือไม่ โดยเฉพาะตัวนักโทษเองที่ปฏิเสธว่าไม่ใช่คนทำตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับกุม จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของวันที่ถูกประหารชีวิต ก็ยังยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้ทำ
นอกจากนั้นมีการจับกุมมือปลอมเฟซบุ๊กของ พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ในวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งทาง พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้นำตัวมาแถลงข่าวด้วยตนเอง และได้ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน ว่า กำลังอยู่ระหว่างเจ้าหน้าแยกชุดติดตาม ก็ต้องให้ชุดสอบสวนติดตามว่ากันไป เพราะมีอายุความ 20 ปี แต่เมื่อถามว่า คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายหรือไม่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ก็ตอบว่า ก็ต้องตามดู และเมื่อถามว่า แล้วมั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ตัวก็ตอบเหมือนเดิมคือ ก็ต้องตามดู
ส่วนชายวัยรุ่นที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ วันเกิดเหตุ จะไม่เรียกตัวมาสอบปากคำ เพราะคดีจบไปแล้ว เช่นเดียวกับหญิงสาวคนดังกล่าวที่เป็นพยานเพียงปากเดียวของคดีก็จะไม่เรียกตัวมาสอบเช่นกัน เพราะคดีสิ้นสุดไปแล้วเช่นกัน เป็นการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และมาถึงวันนี้ ก็ยังมีคำตอบเหมือนเดิมคือ ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในการติดตามคนร้ายที่เหลืออีก 1 คนดังกล่าว



