ข่าว

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

25 ก.ค. 2561

ตำรวจสอบเครียด ผช.พยาบาลสาว พบประวัติเคยรักษาอาการทางจิต แถมยังเคยใช้มีดไล่แทงญาติ

 

               ตำรวจบางนา สอบเครียด ผช.พยาบาลสาว โรงพยาบาลชื่อดัง หลังก่อเหตุยิงกิ๊กหนุ่มดับคารถยนต์ย่านบางนา อ้างถูกฝ่ายชายบังคับให้ร่วมหลับนอน แถมถูกซ้อมอย่างทารุณ และยังถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืน ตรวจสอบประวัติพบเคยรักษาอาการทางจิต แถมยังเคยใช้มีดไล่แทงญาติ

 
                จากกรณี น.ส.นัฐชนก หนูทอง อายุ 21 ปี นักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพผู้ช่วยการพยาบาล ปี 1 โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายอนุวัฒน์ หนูวัน อายุ 28 ปี พนักงานขาย บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นกิ๊กหนุ่ม เสียชีวิตภายในรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กณ 8637 กรุงเทพมหานคร สภาพแต่งซิ่ง ติดสติกเกอร์ “วีออสเรสซิ่งไทยแลนด์” ของผู้ตาย บริเวณก่อนถึงปากซอยบางนา-ตราด 4 (ซอยอิสระนิเวศน์) ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา กทม. เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา (24 ก.ค.) โดยมีเหตุฝ่ายชายมักชอบข่มขู่และชอบทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังบังคับให้ไปร่วมหลับนอนอยู่เป็นประจำ

 

 

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

 

 

               สำหรับมูลเหตุนั้นมาจากผู้ตายมักใช้กำลังทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงจนเบ้าตาขวาเขียวคล้ำก่อนบังคับให้ฝ่ายหญิงนั่งติดรถไปด้วย ซึ่งระหว่างเดินทางนั้นฝ่ายหญิงรู้ว่าผู้ตายซุกซ่อนอาวุธปืนอยู่เบาะหลังจึงเอี้ยวตัวไปหยิบปืนก่อนมาจ่อยิงช่วงท้ายทอยของฝ่ายชายจนเสียชีวิต ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

               ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สน.บางนา เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 ก.ค.61 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา และ พ.ต.ท.สายชล หงษ์สุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางนา ร่วมกันตรวจรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กณ 8637 กรุงเทพมหานคร คันเกิดเหตุ โดยตรวจสอบภายในรถพบกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด ที่ตกอยู่ใต้เบาะหลังรถ จึงทำการตรวจยึดไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวด้วย

 

 

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

 

 

               พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ให้มาเร่งรัดตรวจสอบคดีนี้ ให้เกิดความเรียบร้อยครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งได้สั่งการกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบความเป็นมาทั้งฝ่ายผู้ตาย และผู้ต้องหา ตลอดจนสอบสวนพยานแวดล้อมทั้งหมด สำหรับมูลเหตุครั้งนี้มาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งเพิ่งคบหากันมาได้เพียงเดือนเศษ รู้จักกันผ่านทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่ทั้งสองฝ่ายก็มีแฟนกันแล้วทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างแอบมาคบหากัน

 

               ส่วนเรื่องคดีเราต้องวิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ว่ามูลเหตุที่ทำให้ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นความอึดอัดใจ คับแค้นใจหรือไม่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ผู้ตายได้กระทำอะไรต่อฝ่ายผู้ต้องหาไปบ้าง และต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

 

 

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

 

 

               “นอกจากนี้ต้องทำการตรวจสอบอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน ของผู้ตายซึ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจยึดกระสุนปืนลูกซองจำนวนนี้ไว้ด้วย ตลอดจนจะประสานให้ตรวจกระแสโลหิตของผู้ตายว่า มีสารเสพติดในร่างกายด้วยหรือไม่ สำหรับการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุยิงผู้ตายจริง รวมทั้งได้ทำการตรวจคราบเขม่าดินปืนที่มือผู้ต้องหา ปรากฎว่ามีจริง

 

               เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" และจะนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพระโขนง ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.61) ต่อไป” ผบก.น.5 ระบุ

 

 

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

 

 

               ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.นัฐชนก ได้มีแฟนหนุ่มอยู่แล้วที่คบหากันได้ประมาณ 2 เดือน โดยฝ่ายชายได้มอบรถ จยย.ไว้ใช้งาน 1 คัน ต่อมาได้รู้จักกับผู้ตายจากแอพพลิเคชั่นวีทอล์ค และคบหาดูใจกันประมาณ 1 เดือน แต่ฝ่ายผู้ตายก็มีแฟนอยู่ก่อนแล้ว โดยตลอดการคบหากันได้ร่วมหลับนอนกันทุกครั้งฝ่ายผู้ตายมักมีพฤติกรรมความรุนแรง ทุบตี คล้ายกับเป็นคนซาดิสม์

 

               กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายผู้ต้องหาได้แชทไปหาแฟนสาวของผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโห จึงได้นัดหมายทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ให้ออกมาพบ แต่ฝ่ายผู้ต้องหาไม่สะดวกเนื่องจากได้ขับขี่ จยย.ของแฟนหนุ่มอีกคนไปดูคอนเสิร์ตที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางพลี ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ จึงทำการข่มขู่จน น.ส.นัฐชนก ยอมไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านแบริ่ง โดยรถ จยย.ของผู้ต้องหา ผู้ตายได้สั่งให้ฝากเพื่อนไปเก็บไว้ ส่วน น.ส.นัฐชนก ให้นั่งรถแท็กซี่มาพบที่โรงแรม

 

 

ผช.พยาบาลยิงกิ๊ก 'ป่วยทางจิต-มีดแทงญาติ'

 

 

               กระทั่งร่วมหลับนอนกันเสร็จ โดยระหว่างนั้นมีการทำร้ายทุบตีฝ่ายหญิงอย่างทารุณ จากนั้นได้พากันออกจากโรงแรมเพื่อไปเอารถ จยย.จากเพื่อนผู้ตายที่บริเวณริมถนนบางนา-ตราด ขณะขับรถออกมาจากโรงแรมได้มีปากเสียงกันตลอดทาง โดยฝ่ายผู้ตายได้ชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ที่พกติดตัวมาข่มขู่ว่าอย่าไปยุ่งเรื่องแฟนสาวของผู้ตาย พร้อมทั้งข่มขู่ว่าไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย ก่อนจะนำปืนวางไว้ที่เบาะหลัง ทำให้ฝ่ายผู้ต้องหาคิดเอาตัวรอด จึงเอี้ยวตัวไปหยิบอาวุธปืนมายิงใส่ที่ท้ายทอยของผู้ตาย 1 นัดดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางมาจับกุมเอาไว้ได้

 

                นอกจากนี้เมื่อทางตำรวจ ตรวจสอบประวัติของฝ่ายผู้ต้องหา จากทางญาติพบว่า เคยมีประวัติการรักษาอาการทางจิตมาแล้วหลายปี มิหนำซ้ำยังเคยก่อเหตุเอาอาวุธมีดไล่แทงคนในบ้านมาแล้วอีกด้วย