ข่าว

 ตักบาตร"ดอกเข้าพรรษา"กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเมืองสระบุรี

 ตักบาตร"ดอกเข้าพรรษา"กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเมืองสระบุรี

25 ก.ค. 2561

 ตักบาตร"ดอกเข้าพรรษา"หนึ่งเดียวในโลก   หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเมืองสระบุรี

         การจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทานอขงจังหวัดสระบุรีนั้นถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวสระบุรีและเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น จนกลายมาเป็นประเพณีของจังหวัด และระดับประเทศ ได้ชื่อว่าเป็น “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก”เพราะเป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน  จึงถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวัน“ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2561 

         "งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา เป็นประเพณีสำคัญ ถือเป็นหนึ่งเดียวของไทย ที่อยู่คู่กับวัด พระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน โดยพี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาท และใกล้เคียง ที่นำดอกเข้าพรรษามาบูชาสักการะรอยพระพุทธบาท เป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ของชาวจังหวัดสระบุรี โดยวันจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา จะถือเอาวันเข้าพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หรือช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาของทุกปี เป็น วันจัดงาน ตามความเชื่อที่มีสืบต่อกันมานั้น โดยผู้เฒ่าผู้แก่ ประชาชน และคนหนุ่มสาว ทุกเพศ ทุกวัย ต่างพากันไปทำบุญตักบาตรดอกเข้าพรรษา เนื่องในวันเข้าพรรษาที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร"

          บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีกล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น และจังหวัดสระบุรี ตามนโยบายของรัฐบาล และแผนยุทธศาสตร์ รวมทั้งนโยบายของจังหวัด ที่ได้ผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด ในปี พ.ศ. 2561 นี้ จังหวัดสระบุรีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทุกแขนง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีตื่นตัว และเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาชมงานครั้งนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก 

          โดยภายในงานจะมีขบวนรถบุปผชาติที่มีความสวยงาม เป็นที่สนใจของทั้งชาวสระบุรีและนักท่องเที่ยว  ซึ่งในปีนี้ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 ขบวนพยุหยาตราและขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนที่ 2 ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนเทียนพรรษาสระบุรี ขบวนที่ 3 ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนที่ 4 ขบวนศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งในอดีตเมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาทและบุคคลทั่วไปจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ ซึ่งในปัจจุบันทางจังหวัดสระบุรีได้ร่วมอนุรักษ์โดยการจัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา ซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัด พระพุทธบาทฯ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้วก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์

          ชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯ หนึ่งในคณะกรรมการการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาฯ ย้ำว่าเพื่อเป็นการรักษาไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทย และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของท้องถิ่นทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรีอีกทางหนึ่งด้วย เทศบาลเมืองพระพุทธบาท จึงได้กำหนดให้มีการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทาน ประจำปี 2561 โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณถนนสายคู่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยในวันแรกของการจัดงาน จะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท การแสดงศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และขบวนต่างๆ จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ไปตามถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา” เท่านั้น ซึ่งในปีนี้จะมีพิธีเปิดงานในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 

        สำหรับ ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน และเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวประเภทเหง้าแบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายกระชาย กาบใบเรียงตัวกันแน่น สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถว ส่วนดอกมีลักษณะอ่อนช้อยสวยงามยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีสีเหลืองสดใสคล้ายรูปหงส์กำลังเหินบิน และสีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งหนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น 

หงส์เหิน (Globba Winiti) หรือดอกเข้าพรรษา เป็นไม้ดอกเมืองร้อนพบในไทย พม่า เวียดนาม เกิดในป่าร้อนชื้น ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ขึ้นอยู่ตามป่าเมืองไทย จะเริ่มออกดอกตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ย. โดยจะออกมากในวันเข้าพรรษา ซึ่งชาวบ้านจะตัดดอก หงส์เหินมาใช้ในประเพณีตักบาตรดอกไม้ใน วันเข้าพรรษาที่วัดพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท 

        จากการสำรวจพบว่า แถบภาคเหนือและภาคกลาง มีความหลากหลายสายพันธุ์สูงกว่าภาคอื่นๆ การเรียกชื่ออาจเรียกแตกต่างกันไปตามพื้นที่ เช่น กล้วยจ๊ะก่า (ตาก) กล้วยจ๊ะก่าหลวง (ลำพูน) กล้วยเครือคำ ( เชียงใหม่) ก้ามปู (พิษณุโลก) ว่านดอกเหลือง (เลย) ดอกเข้าพรรษา (สระบุรี) เหตุที่เรียกว่า “หงส์เหิน” เพราะดอกและเกสรมีลักษณะเหมือนตัวหงส์กำลังบิน มีลีลาสง่า มีกลีบประดับเรียงตามช่อดอ ส่วนการขยายพันธุ์ สามารถทำได้ทั้งการแยกเหง้า การเพาะเมล็ด และการแยกหน่อ วิธีที่สะดวกรวดเร็วและได้ผลดี คือการแยกเหง้า การดูแลรักษาง่าย เป็นพืชที่ไม่ต้องการแดดมากร่มรำไร ควรมีการพรางแสง ให้ไม่น้อยกว่า 50 –70 %  

 ย้อนตำนานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา

              สำหรับความเป็นมาการตักบาตรดอกเข้าพรรษา มีแจ้งในพระพุทธตำนานว่านายมาลาการ ผู้ทำหน้าที่นำดอกมะลิสดไปถวายพระเจ้าพิมพิสารพระราชาแห่งเมืองราชคฤห์เป็นประจำทุกวัน มาวันหนึ่งขณะที่นายมาลาการ ออกไปเก็บดอกมะลิอยู่ในสวน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์กำลังเสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา นายมาลาการเห็นดังนั้น จงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธองค์ จึงนำดอกมะลิ 8 กำมือไปถวายพระพุทธองค์ พระเจ้าพิมพิสารราชา ทรงทราบข่าวว่าพระศาสดาเสด็จออกบิณฑบาตมาถึงใกล้ ๆ พระราชวังจนนายมาลาการได้พบปะและถวายดอกมะลิบูชา พระราชาจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายบังคมต่อพระศาสดา แล้วตามเสด็จพระศาสดาไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าพิมพิสารเลยบำเหน็จรางวัลความดีความชอบ และพระราชทานสิ่งของทั้งปวงให้กับนายมาลาการ นับแต่นั้นมานายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็น ปราศจากทุกข์ใด ๆ ทั้งปวงด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชาแด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแทนการตักบาตร จากอานิสงส์ดังกล่าวแต่ครั้งพุทธกาล ชาวพุทธทั่วไปจึงถือเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” เป็นประจำทุกปีตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน 

          “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” จึงเป็นประเพณีที่สำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวอำเภอพระพุทบาทและพื้นที่ใกล้เคียงจะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี (ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8) เป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษามาโดยตลอด เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นกระทั่งมาเป็นประเพณีของจังหวัดสระบุรี และปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ และได้ชื่อว่า “เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” โดยเดิมจัดงานเพียง 1 วัน แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมาร่วมงานทำบุญตักบาตรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางจัหวัดสระบุรีจึงได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตร จาก 1 วัน เป็น 3 วัน มีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาวันละ 2 รอบ คือรอบเช้าเวลา 09.00 น.รอบบ่าย เวลา 15.00 น.