ข่าว

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก

25 ก.ค. 2561

วัดพระธาตุดอยเวาคึกคัก ร่วมบวช 12 หมูป่า "โค้ชเอก" นำขอขมา-ขอบคุณ "จ่าแซม"และคนทั้งโลกที่ช่วยเหลือ

          เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่วัดพระธาตุดอยเวา ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงราย เป็นประธานในพิธีบรรพชาและอุปสมบทให้แก่ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาดามี่ทั้ง 12 คน โดยในช่วงเช้า ทีมหมูป่าทั้ง 12 คน สวมชุดขาวเดินทางมาทำพิธีทางศาสนา บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณลานด้านพระธาตุดอยเวา โดยนำผลไม้จำนวน 7 ชุด ของหวาน 9 ชุด หมากพลู บุหรี่ ดอกไม้ ธูปเทียน และบายศรี และได้บอกกล่าวว่า โค้ชเอก และน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่จะบรรพชาหมู่ จากนั้นก็ได้ร่วมกันเดินรอบพระธาตุจำนวน 3 รอบ พร้อมสวดอิติปิโสและนำผ้าห่มพระธาตุดอยเวา

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

กราบขอบคุณคนทั้งโลก

          นอกจากนี้ ยังร่วมกันถ่ายรูปหมู่ซึ่งฉากหลังมีคำว่า ‘ขอบคุณคนทั้งโลก’ เพื่อเป็นการลาบวชและขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ หลังจากนั้น ได้เข้าไปเรียนรู้ขั้นตอนการบวชและเตรียมตัวปลงผมในช่วงเย็นวันนี้(24 ก.ค.) และจะบรรพชาเป็นพระภิกษุและสามเณรในวันพรุ่งนี้ตามลำดับต่อไป

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          ทั้งนี้ มีญาติของ 12 สมาชิกหมูป่า ประชาชน ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจัดระบบการจราจรอย่างเข้มงวดตั้งแต่ถนนพหลโยธินหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมาร์ จนถึงทางขึ้นวัดพระธาตุดอยเวา และปิดการจราจรสำหรับรถที่ไม่เกี่ยวข้องในพิธีไม่ให้ขึ้นไปบนวัดและลานบริเวณพระธาตุ โดยจัดให้ผู้ที่จะขึ้นไปยังพิธีได้เดินขึ้นไปตามบันไดนาค

ธรรมะช่วยเสริมสุขภาพจิต

          พระรัตนมุนี รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่า และผู้ช่วยโค้ช ออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัยแล้ว จะทำอย่างไรให้เด็กมีร่างกายจิตใจเป็นปกติ แม้ว่าร่างกายจะสมบูรณ์ดี แต่ไม่รู้ว่าจิตใจเด็กจะเป็นอย่างไร มีทางเดียวที่จะทำให้เด็กมีจิตใจสงบ สว่าง สะอาด พร้อมอยู่กับสังคมด้วยความสุข ต้องให้มีการพัฒนาจิตใจในพระพุทธศาสนา

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          ดังนั้น ทางคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย จึงจัดพิธีบรรพชาอุปสมบททีมนักฟุตบอลหมูป่า ทีนทอล์ค อะคาเดมี่ รวมทั้งหมด 12 คน ตามสังฆามติสงฆ์จังหวัดเชียงราย โดยเด็กที่อายุไม่เกิน 20 ปี จะจัดบรรพชาให้ ส่วนอายุเกิน 20 ปีจะอุปสมบท เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดา ทดแทนพระคุณเจ้าหน้าที่ ผู้เสียสละ อุทิศตนช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อุทิศส่วนกุศลให้ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม และเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

“พ่อนาค”นอนวัดพระธาตุดอยเวา

          สำหรับพิธีบรรพชาและอุปสมบท จัดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยเวา โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ส่วนประธานฝ่ายสงฆ์คือ พระรัตนรังษี หรือพระครูบาแสงหล้า ธมฺมสิริ พร้อมด้วย พระรัตนมุนี ตลอดจนมีตัวแทนของผู้ปกครองเด็กและโค้ชทั้ง 12 คนร่วมพิธี โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาเวลา 16.39 น.มีพิธีปลงผมนาค โดยพระรัตนรังษี และในเวลา 17.39 น. มีพิธีบายศรีสู่ขวัญนาค โดย พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน และเมื่อเสร็จพิธีแล้ว นาคจะนุ่งขาวห่มขาวอยู่ที่วัดแห่งนี้ 1 คืน

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

กายพร้อมใจพร้อมบวช 9 วัน

          พระรัตนมุนี กล่าวอีกว่า เด็กที่บวชเป็นสามเณร และพระภิกษุ จะสอนให้เด็กเข้าใจในเรื่องหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ให้รู้จักการสวดมนต์ จะมีหลักสูตรในการอบรมสั่งสอนทั้งภาคทฤษฎี ถ้าเด็กคนไหนพร้อมที่จะปฏิบัติจะเริ่มวิปัสสนาธุระ เราไม่ได้หมายความว่า เด็กบวชแล้วจะต้องมานั่งเครียด หรือมีปัญหาเพิ่มขึ้น แต่เราจะสอนให้เด็กเขารู้ก่อนว่าทำเพื่ออะไร เมื่อเด็กเข้าใจทฤษฎีและปฏิบัติได้นั่นหมายถึงกายพร้อมใจพร้อม 9 วันที่บวช เด็กจะมีใจมั่นคง อาศัยศีล สมาธิ ปัญญา ออกจากวัดไปแล้ว ใครจะว่าอะไร เด็กเหล่านั้นจะไม่สนใจ และสามารถดำเนินวิถีชีวิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม

          ส่วนเด็กอีกหนึ่งคน คือ ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ แม้ว่าจะไม่ได้บวช แต่ก็ไม่ได้ละ ยังคงให้ความดูแลทางด้านจิตใจให้มั่นคงเช่นเดียวกัน โดยอยากให้ศรัทธาชาวพุทธได้ตั้งกระแสจิต ร่วมเป็นหนึ่งเดียว ให้เด็ก และผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ทั้ง 12 คน พร้อมที่จะบวช และปฏิบัติประสบผลสำเร็จ และขอให้ผลบุญในครั้งนี้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่ได้ช่วยเหลือ และเสียสละ

 

“ฮ้องขวัญนาค”แบบล้านนาโบราณ

          พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การทำขวัญให้แก่เด็กๆ ทีมหมูป่าและผู้ช่วยโค้ชในครั้งนี้เป็นการทำพิธีแบบล้านนาโบราณ เพื่อเป็นการเรียกขวัญทุกคนซึ่งอาจจะเสียขวัญ หรือทางเหนือเรียกว่าขวัญตกหาย ทำให้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว การเรียกขวัญก็เป็นการทำให้ขวัญทั้ง 32 ขวัญกลับมาอยู่กับตัวของเด็กๆ และอีกนัยหนึ่งคือการสร้างขวัญและกำลังใจให้กลับมาสู่ตัวของทุกคน ก่อนที่จะทำการบวชเพื่อให้มีขวัญและกำลังใจมุ่งมั่นในการศึกษาธรรมะช่วงที่บวช

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบล้านนาโบราณ ผู้ทำพิธีได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งจะเอื้อนเป็นภาษาเหนือ หรือภาษาล้านนาที่มีทำนองที่นุ่มนวล และทำให้จิตใจสงบ ผู้ทำพิธีจะต้องมีทักษะในด้านประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบเทียบกับภาคกลางก็คือ การทำขวัญนาค ขณะที่ทางล้านนาเรียกการบายศรีสู่ขวัญ ในครั้งนี้มีการทำบายศรีสู่ขวัญที่สวยงาม เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความสวยงามของพิธี ซึ่งการทำพิธีต้องการสื่อให้เด็กๆ รู้ว่า ทุกคนมีความรักเป็นห่วงดั่งแก้วตาดวงใจ อยากให้ขวัญกลับมา ไม่สะดุ้งตกใจ จะได้มีสติและมีขวัญกำลังใจเหมือนเช่นก่อนเกิดเหตุ

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานวา บรรยากาศในพิธีดังกล่าว มีบิดามารดา และประชาชนชาวเขียงราย เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และเมื่อนาคเข้ามาถึงได้กราบนายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จากนั้นนั้นกราบบวชกับบิดามารดา ก่อนเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขัวญ

จัดตารางปฏิบัติธรรม

          นายประพันธ์ คำจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากที่เสร็จสิ้นการบรรพชาและอุปสมบทแล้ว ทางมหาเถรสมาคม (มส.) ได้กำหนดให้ทั้งสามเณรและพระภิกษุได้อบรมปฏิบัติธรรม ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม-3 สิงหาคม ที่วัดพระธาตุดอยเวา โดยจะมีตารางการปฏิบัติธรรม มีการทำวัตรเช้า 1 ชั่วโมง ฉันอาหารเช้า 07.00 น. หลังจากนั้นให้ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา และการปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งให้มีการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่วัด ได้ฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ และทำนุส่งเสริมพระพุทธศาสนาร่วมกัน และจะมีการทำวัตรเย็น และอบรมต่างๆ ให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ ทักษะชีวิต และเข้านอนในเวลา 21.00 น. ซึ่งจะดำเนินการตามตารางจนลาสิกขาในวันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีภูมิต้านทาน สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก

          “เด็กและผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ตั้งใจที่จะบวช แต่มีหลายคนเสนอเป็นเจ้าภาพให้ แต่ทุกคนยังอยู่ในความดูแลของจังหวัดเชียงราย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จึงได้หารือคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย จัดในนามของตัวแทนรัฐบาล จะเป็นผลดีกว่า และไม่กระทบต่อเด็กทีมหมูป่า โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ทั้งฝ่ายฆราวาส และพระสงฆ์มาดูแลให้เกิดความเรียบร้อย และมีความเหมาะสมทุกประการ เพราะเป็นเรื่องในระดับโลกที่ใครๆ ก็ต้องการทราบความเคลื่อนไหว" นายประพันธ์ กล่าว

เปิดบัญชีรับบริจาคเฉพาะโครงการนี้

          สำหรับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากพลังศรัทธาชาวพุทธบริจาค ร่วมกับงบประมาณของจังหวัด โดยคาดว่าใช้ประมาณ 3 แสนบาท และในวันนี้ หากว่าประชาชนชาวไทยอยากร่วมทำบุญ ทางคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงราย ได้เปิดบัญชีชื่อบัญชี กองทุนหมูป่า โดย พระรัตนมุนี พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ และนายประพันธ์ คำจ้อย เลขที่บัญชี 504-0-99486-9 โดยจะเปิดรับบริจาคเฉพาะในโครงการบวชบรรพชาเท่านั้น หลังจากนั้นจะมีการปิดบัญชี และสรุปตัวเลขที่เหลือ เพื่อนำเป็นทุนการศึกษาให้แก่ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน

เข้าโบสถ์พระธาตุดอยตุง 25 ก.ค.

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนในวันที่ 25 กรกฎาคม จะมีพิธีมอบผ้าไตร และบรรพชาอุปสมบท ที่วัดพระธาตุดอยตุง โดยจะตั้งขบวนแห่นาค และมีเจ้าหน้าที่เชิญและประดับพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 บนซุ้มพิธีการ และนำธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร ตุง และเครื่องสักการะ ประดับตามจุดที่กำหนดไว้

          จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวเปิดโครงการบรรพชาอุปสมบท นายเอกพล จันทะวงษ์ พร้อมนาค 11 คน ตั้งแถวหน้ารูป น.ต.สมาน กุนัน แล้วจุดธูปเทียนวางพวงมาลัย ก่อนจะกราบลาพ่อแม่ญาติพี่น้อง ผู้บริหารทีมหมูป่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้มีเกียรติมอบผ้าไตร 12 ชุด ก่อนจะนำนาคทั้ง 12 คนเข้าสู่พระอุโบสถวัดพระธาตุดอยตุง เพื่อรับการบรรพชาการอุปสมบท โดยมีพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่สาย เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยภรรยาของจ่าแซมจะเดินทางมาร่วมพิธีด้วย หลังจากนั้นในวันที่ 26 กรกฎาคม ทั้งพระภิกษุ และสามเณร จะเดินทางมาศึกษาพระธรรมที่วัดพระธาตุดอยเวา เป็นเวลา 9 วัน

 

นายกฯ ชี้เด็กไม่ได้ทำผิดแค่ไปเที่ยว

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถึงการจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือคณะเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า 13 คน ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ว่า งานดังกล่าวใช้ชื่อว่า “รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน United As One” จะมีขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ระหว่างเวลา 18.00-21.00 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นการรับพระราชทานเลี้ยง โดยมีอาหารพระราชทานและการแสดงต่างๆ ที่มีความเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายฝ่ายต่างๆ ไปดำเนินการและกำลังประสานงานกันระหว่างนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง รวมถึงมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงคณะทูตต่างประเทศ มาร่วมงาน

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนมีความระมัดระวังต่อผู้ปกครองและเด็กทั้ง 13 คนด้วย ซึ่งบางครั้งผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้รู้เท่าไม่ถึงการณ์จากการที่มีคนมาพูดคุยด้วยถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจส่งผลไปถึงอนาคตได้ ดังนั้นเราต้องทำให้เด็กเหล่านี้คิดว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร เป็นการที่เขาใช้ชีวิตปกติเหมือนกับคนอื่นๆ ในพื้นที่ รวมถึงเป็นการที่เขาเข้าไปเที่ยวพักผ่อน ไปฝึกในถ้ำดังกล่าว แต่บังเอิญเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติจนทำให้ต้องไปเผชิญชะตากรรมดังกล่าวที่อาจเรียกว่าเป็นการผจญภัยก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาอย่างนี้

          “ผมขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมขอขอบคุณผู้ปกครองกับเด็กๆ ไม่มีใครโทษใครทั้งสิ้น เป็นเรื่องการสร้างเสริมประสบการณ์ของพวกเรา เป็นเรื่องการแก้ปัญหาภัยพิบัติของเราที่ทั้งโลกติดตาม 190 กว่าประเทศรู้เรื่องหมูป่า และนี่คือการทำงานโดยที่เราไม่ต้องประชาสัมพันธ์อะไรเลย เพราะปรากฏด้วยข้อเท็จจริงและภาพตามสื่อต่างๆ” นายกฯ กล่าว

ครม.ไฟเขียว กก.คุมสร้างหนัง

          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการประชุม ครม.สัญจร ที่ประชุมรับทราบ เห็นชอบ กรณีการดูแลจัดการ การสร้างภาพยนตร์ และสารคดีที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือทีมหมูป่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้ โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นตัวแทนนายวิษณุ ชี้แจงที่ประชุมว่า ตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับตามกฎหมาย ถ้าหากมีการสร้างภาพยนตร์ และสารคดีในเรื่องดังกล่าว นอกพื้นที่ประเทศไทยเราไม่สามารถควบคุมเขาได้ แต่หากมาใช้พื้นที่ในประเทศไทยถ่ายทำ เราสามารถประสานงานให้เป็นในทิศทางที่เหมาะสมได้ แต่ไม่ใช่ไปควบคุม โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น จะมีหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลเพื่อให้สิ่งต่างๆ ที่นำเสนอออกไป ไม่กระทบต่อสิทธิหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เนื้อหาตรงกับความเป็นจริง และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายด้วย

          ทั้งนี้ บริษัทจากต่างประเทศจะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์หรือสารคดีในประเทศไทย จะต้องทำตามกฎหมายของไทย เช่น การจะถ่ายทำอะไรต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือถ้าเกี่ยวข้องกับเด็กๆ ก็จะมีกฎหมายคุ้มครองเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมีกฎหมายของประเทศไทยที่รองรับอยู่หลายฉบับ ถ้าปล่อยให้เข้ามาทำเองก็จะเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้

ปลัดมท.ให้ผู้ว่าฯ เชิญผู้เกี่ยวข้อง

          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้เชิญผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว United As One” ขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ 13 สมาชิกทีมหมูป่า ดังนี้ 1.แจ้งเชิญผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ วนอุทยานถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จากภาคเอกชน มูลนิธิ กลุ่ม หรือคณะบุคคล ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัด เข้าร่วมงาน ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยให้สำรวจยอดจำนวน รายชื่อ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมงาน 2.จัดส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งแจ้งรายชื่อผู้ประสานงาน และหมายเลขโทรศัพท์ภายในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ 3.การจัดเตรียมแผนการเดินทาง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางไป–กลับ ระหว่างจังหวัด และสถานที่จัดงาน ให้ที่ทำการปกครองจังหวัด ร่วมกับสำนักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ประสานการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2 คุณหมอออสซี่รับเหรียญเกียรติยศ

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ว่า เซอร์ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธีมอบเหรียญรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่เจ้าหน้าที่ 9 คนของรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในจังหวัดเชียงรายของไทย โดยพิธีจัดขึ้นที่เรือนรับรองของผู้สำเร็จราชการ ในกรุงแคนเบอร์รา

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          ทั้งนี้ นพ.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์จากเมืองแอดิเลด และ นสพ. เคร็ก ชาลเลน สัตวแพทย์จากเมืองเพิร์ท รับเหรียญเกียรติยศ “ดวงดาวแห่งความกล้าหาญ” (Star of Courage) ซึ่งเป็นเครื่องหมายประดับเกียรติยศและยกย่องความกล้าหาญของพลเรือนออสเตรเลีย ที่เป็นรองจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “กางเขนแห่งความกล้าหาญ” (Cross of Valor) เท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 7 นายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของออสเตรเลีย (เอเอฟพี) รับเหรียญกล้าหาญชั้นรองลงมา

มีความสุขมากกับภารกิจสุดหิน

          นสพ.ชาลเลน กล่าวหลังเสร็จพิธีว่า รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งกับการยกย่องจากรัฐบาลออสเตรเลีย แต่ยอมรับว่ายังมีความเขินอาย เพราะรู้สึกว่าไม่คู่ควรกับการได้รับเกียรติยศดังกล่าว เนื่องจากการดำน้ำในถ้ำเป็นกิจกรรมที่ทั้งชื่นชอบเป็นการส่วนตัว จึงคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดภายในถ้ำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภารกิจที่ถ้ำหลวงมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป นั่นคือการต้องรับผิดชอบ “ชีวิตน้อยๆ อีก 13 ชีวิต” ซึ่งมีพลังใจแห่งการต่อสู้ในระดับสูงสุด และมอบความไว้วางใจให้ทีมงานทุกคนร่วมกันนำทางพาพวกเขาออกจากถ้ำ นสพ.ชาลเลนกล่าวด้วยว่า จนถึงตอนนี้เขายังคงมีความสุขมากกับภารกิจที่สำเร็จลุล่วง

          ด้าน นพ.แฮร์ริส กล่าวว่า เขาปรึกษาทีมงานทั้งในออสเตรเลียและในไทย เรื่องการ “ใช้ยา” กับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน และยอมรับว่าเด็กคนแรกถือเป็น “หนูทดลอง” อย่างแท้จริง และยังคงมีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ภารกิจซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของผู้คนจำนวนมากประสบความสำเร็จด้วยดี พร้อมทั้งกล่าวอีกว่า จนถึงตอนนี้เขายังคงสงสัยว่าเพราะเหตุใดทุกฝ่ายจึงพุ่งความสนใจมาแต่ที่เขากับ นสพ.ชาลเลน

          ส่วนนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล กล่าวว่า เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก ไม่ได้อยู่ที่รัสเซีย แต่อยู่ที่เมืองไทย นั่นคือทีมหมูป่าและทีมกู้ภัยทุกคนในภารกิจเสี่ยงอันตรายครั้งนี้

มอบเกียรติบัตรเชิดชูกู้ภัยขอนแก่น

          นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน และได้มีพิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นการยกย่องชมเชย เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นการเชิดชูเกียรติ แก่เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยในเขตเมือง หรือ ยูซา (USA) ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 6 ขอนแก่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยศูนย์รณยุทธ และเจ้าหน้าที่จากกู้ชีพกู้ภัยขามแก่นนคร รวม 18 นาย ที่ได้ไปร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหา 13 สมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่า ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ไปสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ

ร่วมพิธีบวชคึกคัก 12 หมูป่าขอขมา-ขอบคุณคนทั้งโลก
 

          นายสมศักดิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 18 นาย ถือเป็นตัวแทนชาวขอนแก่นและภาคอีสาน ที่ไปร่วมสนับสนุนภารกิจในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จและทุกคนก็เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย จังหวัดขอชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย และขอให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่มาถ่ายทอดเพื่อเป็นองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยใน จ.ขอนแก่น ต่อไป