
ธุรกิจ ไม่ใช่สงคราม
ผมยังคงใช้เนื้อที่เขียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับวงการน้ำมันเครื่องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับคนรุ่นหลังทั้งหลาย เพราะผมได้บอกเอาไว้แล้วว่าการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านไร้กติกาที่สุด เกิดขึ้นเมื่อ สิทธิผล 1919 โดย ทนง ลี้อิสสระนุกูล เข้ามาทำต
หากหัวใจของการทำธุรกิจคือการสร้างผลกำไรให้ตนเอง โดยไม่ต้องไปสนใจว่าจะมีใครทำกำไรได้มากกว่าตนเองหรือไม่ ธุรกิจของน้ำมันมอเตอร์ไซค์ในยุคนั้นก็ผิดรูปแบบไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ศุภกิจ ลาภทวีโชค หันมาปั้นน้ำมันแอมพอลีน ขึ้นมา และแม้จะมีการเติบโตในระดับที่น่าพึงพอใจ
แต่ ศุภกิจ และทีมงานกลับยังโดดเข้าใส่ตลาดยางรถมอเตอรไซค์ ด้วยการแจ้งเกิดยางมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อใหม่ของเมืองไทยคือ ฮัทชินสัน โดยหวังว่าจะได้มีสินค้าที่สามารถเข้าต่อสู้กับ ไอ อาร์ ซี ของสิทธิผล 1919 ได้ และยิ่งเห็นได้ชัดจากสปอตโฆษณาชิ้นแรกที่ใช้ถ้อยคำเข้าโจมตีกันตรงๆ ซึ่งๆ หน้าว่า “เอายางติดรถไปทิ้งแม่โขง” ล้อเลียนทำนองเพลงดังของ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส
ซึ่งเป็นที่รับรู้กันทั้งวงการมอเตอร์ไซค์ว่า รถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยยุคนั้น ทุกคันทุกยี่ห้อต่างใช้ยางไอ อาร์ ซี ด้วยกันทั้งสิ้น การเข้าโจมตีกลางกล่องดวงใจธุรกิจในตระกูลของ ทนง ลี้อิสสระนุกูล จึงทำให้ ศุภกิจ ต้องเผชิญสงครามครั้งยิ่งใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
หากครั้งนั้น ศุภกิจ ลาภทวีโชค ใช้ความเก๋าเกมในตลาดปั้น แอมพอลีน และฮัทชินสัน ไปตามวิถีทางการตลาด ถึงวันนี้ แอมพอลีน และฮัทชินสัน ก็น่าจะมีที่ยืนในระดับที่ดีกว่าทุกวันนี้ แต่ด้วยความที่ศุภกิจอยู่ในอารมณ์ของการต่อสู้เพื่อเอาชนะมากกว่าที่จะใช้ความสุขุมที่ตนเองเคยมีเข้าทำธุรกิจ
จึงอาจจะลืมไปว่าเมื่อครั้งที่นำทัพ คาสตรอล อยู่นั้น กระสุนดินดำที่ใช้ยิงเข้าตลาดเป็นกระสุนจากคลังแสงของ ล็อกซเล่ย์ ซึ่งมีจำนวนและปริมาณต่างไปจากเมื่อตัวเองเข้าสู่สงครามใต้ร่มธง แอมพอลีน และฮัทชินสัน มาก ในขณะที่ ทนง นั้นไม่ว่าจะอยู่กับธงเอลฟ์ หรือธงโทเทล และไอ อาร์ ซี ก็ยังคงใช้กระสุนดินดำในคลังแสงส่วนตัวเป็นปัจจัยนำทัพ
สงครามครั้งนั้นยังส่งผลไปถึงอีกหลายคนในวงการ ธานินทร์ โพธิฑัตกุล ผู้เคยอยู่กับกองทัพคาวาซากิ มาก่อน ก็ย้ายฟากมาอยู่กับสิทธิผล 1919 นำทัพ ฮอนด้า-ไอ อาร์ ซี-เอลฟ์ เข้าโรมรันกับคาวาซากิ-คาสตรอล ถึงขั้นเปิดโรงแรมเอสซีปาร์ค แถลงการณ์เปิดเผยเรื่องราวของเงินหัวคิวนักแข่ง หรือที่เรียกกันว่า มันนี่สตาร์ทของ แสน เชยศักดิ์
แต่ท้ายที่สุด ธานินทร์ ก็เปลี่ยนชื่อใหม่ และกลายมาเป็นทีมงานควบคุมการแข่งขันของฝ่ายที่ตนเองเคยเปิดเกมรบด้วย ส่วน พิภพ ยิ่งพัฒนา ขุนพลของคาสตรอล ปัจจุบันก็คุมทัพการตลาดอยู่กับ สิทธิผล 1919 จะมีก็แต่เพียงแค่ บุญเอก โฆษานันตชัย เท่านั้น ที่มีบุญไม่ต้องมารับรู้เรื่องราวใดๆ ในปัจจุบันอีกต่อไป
บทเรียนที่ควรต้องจดจำเอาไว้ก็คือ “อย่าใช้อารมณ์ของสงครามในการประกอบธุรกิจ เพราะสงครามต้องมีคนแพ้และคนชนะ ในขณะที่ธุรกิจนั้นสามารถชนะได้ทั้งสองคนที่เรียกกันว่า Win Win” นั่นเองครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



