ข่าว

ตรวจสุขภาพฟรีเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ตรวจสุขภาพฟรีเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

21 ต.ค. 2552

กทม.เปิดบริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ประชาชน 1 หมื่นคน คัดกรองผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง และเหมาะสม

 พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเรื่อง "การจัดบริการตรวจสุขภาพประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ” ว่า จะมีบริการตรวจน้ำตาล (Blood sugar) ไขมัน (Triglyceride) ไขมัน (HDL) วัดความดัน (Blood Pressure) และวัดมวลรวมของร่างกาย (BMI) ได้แก่ ส่วนสูง น้ำหนัก รอบเอว แก่ประชาชน จำนวน 1 หมื่นคน ฟรี ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 08.00-12.00 น. (เว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 โดยจะเปิดให้บริการในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลสิรินธร เพื่อคัดกรองประชาชนที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อ อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง

 พร้อมกันนั้นยังเป็นการส่งเสริมให้มีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรค และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพให้ถูกต้องเหมาะสมกับช่วงวัยของแต่ละคน เช่น การรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ การออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ลดความเครียด เป็นต้น สำหรับผู้สนใจเข้ารับบริการต้องงดอาหาร (ยกเว้นน้ำ) อย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนรับการตรวจ โดยมีทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพคอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการปฏิบัติเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว ซึ่งสามารถทราบผลการตรวจในเวลารวดเร็ว

 ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 พบว่า อัตราผู้ป่วยในต่อแสนประชากรไทยในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังดังกล่าวสูง เรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงมีอัตราการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นทุกวันเช่นกัน ประกอบกับแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวมักเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ โดยในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่พยาธิสภาพของโรคจะลุกลามช้าๆ จนมีอาการรุนแรงมากขึ้น และเป็นอย่างถาวร การดูแลรักษาพยาบาลเป็นเพียงการรักษาตามอาการ เพื่อลดความรุนแรงของอาการที่แสดง ชะลอไม่ให้โรคลุกลามมากขึ้น ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน หากผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมจะทำให้อาการทุเลาและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีพอและผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองได้จะมีอาการรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อน อาจเกิดความพิการ มีภาระต่อเนื่องหลังการรักษาไปตลอดชีวิต เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้