ข่าว

ศาลขอสังคมเข้าใจ !! ยกฟ้องคดีลูกชายหนุ่มโดดตึก

ศาลขอสังคมเข้าใจ !! ยกฟ้องคดีลูกชายหนุ่มโดดตึก

23 ก.ค. 2561

"โฆษกศาลยุติธรรม" แจงเหตุผลศาลอาญายกฟ้องคดีแทงลูกชายกระโดดตึก ไม่มีประจักษ์พยาน วงจรปิดไม่เห็นจุดเกิดเหตุ พยานอื่นยังน้ำหนักน้อยไม่ชี้ชัด ย้ำคดียังไม่จบ

               23 ก.ค. 61  จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุชายอายุประมาณ 40 ปี ได้กระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ตกลงมาเสียชีวิต ภายหลังทราบชื่อ โดยเหตุนั้นเกิดขึ้นภายหลังชายคนดังกล่าวและภรรยากับญาติอีกคน เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่บุตรชายของตนเองถูกแทงเสียชีวิต เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 และเกิดความเครียดหลังจากศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย

 

 

 

               นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้กล่าวถึงรายละเอียดคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่า เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1089/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ กรณีเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 59 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงบริเวณร่างกายเหยื่อจนถึงแก่ความตายก่อนหลบหนีไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 371 ประกอบมาตรา 83 เหตุเกิดบริเวณ ถ.ประชาสังคมสงเคราะห์ 1 ดินแดง กทม. ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด

               โดยคดีนี้ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เหตุผลโดยสรุป คือ ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในชั้นศาลนั้น เห็นแต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้ ดังนั้น เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

               โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอธิบายอีกว่า คดีนี้เป็นเพียงการพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ฝ่ายโจทก์ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ต่อไป ซึ่งในชั้นอุทธรณ์ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยปราศจากความกดดันหรืออคติใดๆ ขอยืนยันว่า ศาลก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทำหน้าที่ของตนเองมาอย่างดีที่สุดแล้ว