ข่าว

ในหลวงพระอาการทั่วไปดีปอดอักเสบทุเลาลงอีก

ในหลวงพระอาการทั่วไปดีปอดอักเสบทุเลาลงอีก

20 ต.ค. 2552

พสกนิกรถวายความจงรักภักดี "ในหลวง" ไม่ขาดสาย เผยยอดประชาชนชาวไทยทั่วประเทศลงนามถวายพระพร 21 ล้านคน ด้านคนไทยยังคงเดินทางมาที่ศิริราชอย่างต่อเนื่อง ขอพร-สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พระองค์หายประชวร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 31 ความว่า

 วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปดี เสวยพระกระยาหารได้ดี ผลการตรวจพระวรกายและเอกซเรย์พระอุระ (อก) พบว่าการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) ทุเลาลงอีก
 จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
 สำนักพระราชวัง
 วันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2552

 ขณะที่บรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ประชาชนทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนและคณะบุคคลเข้าร่วมลงนามตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น. ขณะที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายในศาลาศิริราช 100 ปี ประชาชนนำพวงมาลามาสักการบูชาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

โดยยอดผู้ลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนจนถึงวันนี้ มีจำนวนกว่า 6 แสนรายชื่อแล้ว ขณะที่ยอดประชาชนลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 21,571,503 คน
 
 ทั้งนี้ในช่วงเช้า พล.ต.ต.วันชัย ถนัดกิจ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย ชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เดินทางมาลงนามถวายพระพรเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร

 จากนั้นนางกัญญาพร ลิมาคม ประธานชมรมผู้สูงอายุดอนกรวย วัดโคกบำรุงราษฎร์ ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เดินทางมาพร้อมคณะจำนวน 10 คน พร้อมกล่าวว่า จำได้ว่าเมื่อสมัยเป็นสาวเคยเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดกฐินพระราชทานที่วัดโชติทายการาม อ.ดำเนินสะดวก เมื่อปี 2509 และรู้สึกประทับใจในพระจริยวัตรของพระองค์อย่างมากและกิจวัตรของพระองค์ที่ทรงงานอยู่ตลอดเวลา พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน หรือพสกนิกรชาวไทยโดยแท้จริง จึงไม่เคยได้ยินใครพูดว่าเกลียดพระองค์เลย จะได้ยินแต่คนบอกว่ารักพระองค์ท่านมาก อยากให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้นำลูกเสือชาวบ้านจากชมรมลูกเสือชาวบ้าน จ.นราธิวาส จำนวน 15 คน เดินทางมาโดยรถตู้ซึ่งใช้เวลา 17 ชั่วโมง ร่วมลงนามถวายพระพร ต่อมา พ.ท.นพสิทธ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ (ผบ.ม.พัน.3 รอ.) พร้อมคณะนายทหาร 144 นาย พล.อ.ท.จำลอง เขมประภา เจ้ากรมช่างอากาศ กองทัพอากาศ และคณะนายเฉลิม ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ 20 คน ขณะที่นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ นางพงษ์ศรี หารสงคราม ประธานชมรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างประเทศ กรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ

 นางสรวี จิตคำ ผอ.กองสาธารณสุขและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกาญจนบุรี นำสมาชิกชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เทศบาลเมือง จ.กาญจนบุรี จำนวน 40 คน นายไพจิตร ศุภวารี ประธานสมัชชาศิลปิน เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร นอกจากนี้ยังมีคณะครูและนักเรียนจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น นางนันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก พร้อมด้วย พล.ท.ประกิต สันตินิยม ประธานชมรมสื่อสารการเมืองและคณะ นาย มณฑล ทรายขาว รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง พร้อมคณะนักเรียนระดับ ปวช.และ ปวส. 50 คน คณะนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติโกลบอล อินเดียน อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล จ.ปทุมธานี คณะครูและนักเรียนจากศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์จำนวน 80 คน นางอารยา ชัยวัฒนสิริกูล ผอ.โรงเรียนอนุบาลชุติมา พาคณะนักเรียนชั้นอนุบาล 2-3 แต่งชุดไทยมาร่วมลงนามถวายพระพร

 ต่อมาในช่วงบ่าย นางดลชนก ทวีทรัพย์วัฒนา มารดาของ ด.ญ.รมิตา อายุ 14 ปี และ ด.ช.อนวัช ทวีทรัพย์วัฒนา อายุ 11 ขวบ โดยทั้งสองพี่น้องช่วยกันประดิษฐ์การ์ดอวยพรและตัดเป็นรูปต้นโพธิ์ ซึ่งในการ์ดได้เขียนข้อความว่า “ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว” มาทูลเกล้าฯ ถวาย

 นางดลชนก กล่าวระหว่างพา ด.ช.อนวัช นำการ์ดมาทูลเกล้าฯ ถวายว่า นอกจากสองพี่น้องจะได้ร่วมกันประดิษฐ์การ์ดถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในวันนี้แล้ว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ผ่านมา สองพี่น้องก็ได้ร่วมกันทำการ์ดอวยพรส่งไปที่สำนักพระราชวังถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอดระยะเวลาต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ส่งไปจะได้รับหนังสือตอบกลับมาจากสำนักราชเลขาฯ สำนักพระราชวัง ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับการ์ดแล้ว และพระองค์มีพระดำรัสว่า “ขอบใจ สำหรับการ์ดที่ส่งมา”

 ในเวลาต่อมา พระครูธรรมธร เจ้าอาวาสวัดพะโคะ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา นำรูปหล่อไฟเบอร์สมเด็จเจ้าพะโคะ (หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด) ขนาดหน้าตักกว้าง 16 นิ้ว ถือลูกแก้วใส ภายในลูกแก้วบรรจุหลวงปู่ทวดสีขาวไว้ มาน้อมเกล้าฯ ถวาย พร้อมกล่าวว่า ที่นำรูปหล่อหลวงปู่ทวดถือลูกแก้วมาน้อมเกล้าฯ ถวาย เพื่อหลวงปู่ทวดจะได้ส่งกระแสจิตขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 ขณะที่นางกัลยา ไม้เหลือง พา ด.ช.ชุติพล เชยสุวรรณ หรือน้องแดนซ์ บุตรชายที่ป่วยเป็นโรคกระดูกไขสันหลังฝ่อ ต้องนั่งรถวีลแชร์สำหรับคนพิการ ได้จัดพิมพ์บทสวดโพชฌังคปริตร พระคาถาชินบัญชร บทสวดมนต์ทิเบต ซึ่งจัดพิมพ์ใส่กระดาษแข็งขนาดโปสการ์ด ด้านหน้ามีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบันทึกลงในแผ่นซีดีมาทูลเกล้าฯ ถวาย และแจกประชาชนที่มาร่วมลงนามจำนวน 100 ชุด เพื่อเป็นพระราชกุศล ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร

 อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้แจ้งว่า ตามที่พสกนิกรได้นำสิ่งของโดยเฉพาะอาหารเสริมต่างๆ มาทูลเกล้าฯ ถวายนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานสิ่งของเหล่านี้แด่พระสงฆ์ที่อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ส่วนแจกันดอกไม้ก็โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำไปถวายยังวัดต่างๆ รวมถึงพวงมาลัยก็ได้พระราชทานแก่ผู้ป่วยตามตึกต่างๆ

 ทั้งนี้มีรายงานว่าในเวลา 07.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม พระอาจารย์อารยะวังโส จากวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จ.ลำพูน จะเป็นประธานนำสวดพระปริตต์อธิษฐานจิต ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และอุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าวด้วย