ข่าว

มทบ.22 เคลียร์พื้นที่รับ"ครม.สัญจร"ป้องกันต้าน

มทบ.22 เคลียร์พื้นที่รับ"ครม.สัญจร"ป้องกันต้าน

23 ก.ค. 2561

"มทบ.22"ขอความร่วมมือม.อุบลฯไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ประท้วง ชูป้าย หรือกิจกรรมต่อต้าน "บิ๊กตู่" ประชุมครม.สัญจร

 

23 กรกฏาคม 25ิ61 "มทบ.22"พบอาจารย์ม.อุบลฯ ขอความร่วมมือไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ประท้วง ชูป้าย หรือกิจกรรมต่อต้าน "บิ๊กตู่"-รัฐบาล ระหว่างประชุมครม.สัญจร  23-24 ก.ค.


  

 

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า  พ.อ.มงกุฎ แก้วพรหม รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (มทบ.22) จ.อุบลราชธานี ได้เดินทางมาพบอาจารย์  3 คน ประกอบด้วย นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ นางสาวเสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีตะวันตก คณะศิลปศาสตร์ และนายธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ เพื่อพูดคุยและสอบถามว่าจะมีนักศึกษาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านหรือเรียกร้องระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในวันที่  24 ก.ค. 2561 ที่โรงแรมยูเพลส  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อ.วารินชำราบจ.อุบลราชธานี หรือไม่   

 
 

ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า พ.อ.มงกุฎ แก้วพรหม ขอให้ตนในฐานะคณบดีคณะรัฐศาสตร์ คอยตรวจดูว่าจะมีนักศึกษาในคณะทำกิจกรรมต่อต้านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าหากมี ก็ขอให้ห้ามปรามไม่ให้เคลื่อนไหว เพราะอาจจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลขอความร่วมมือลงมา จริง ๆ ก็คือท่านมาตามคำสั่ง โดยหลักแล้วก็คือทางทหารกลัวว่าจะมีการประท้วง หรือมีการชูป้าย ต่อต้านนายกฯหรือรัฐบาลในวันที่จะมีการประชุม ครม.สัญจร ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในวันที่ 24 กรกฎาคม นั่นคือเหตุผลหลักของการมาพูดคุย ทางทหารกลัวทั้งนักศึกษาและอาจารย์จะออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งจากการพูดคุยทางทหารก็ได้สอบถามว่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้างหรือเปล่า ในช่วงนั้น ความหมายก็คือเข้าใจว่าในเรื่องของการประท้วง

 

     

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ กล่าวต่อว่า สำหรับบรรยากาศการพูดคุยกับทางทหารก็มีการปฎิบัติพูดคุย เคารพให้เกียรติในระดับหนึ่ง ไม่ได้มีการข่มขู่อะไร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นแล้ว ถึงแม้ว่าไม่มีการข่มขู่ อะไรต่างๆ แต่การกระทำในลักษณะเหล่านี้ ผมมองว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิอันชอบธรรมขั้นพื้นฐานของประชาชน ของบุคคลทั่วไป ในฐานะที่เป็นคนไทย การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมาในลักษณะดังกล่าวมองว่าไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน ทางทหารใช้คำว่าขอความร่วมมือ จริง ๆ ก็คือพยายามกดดันเรามาบ้าง ให้ควบคุม ช่วยกัน เป็นหูเป็นตาดูแลเรื่องของการประท้วง การชูป้าย อะไรต่างๆ ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งผมไม่สามารถไปห้ามใครได้อยู่แล้ว ถ้ายิ่งไปห้ามก็เหมือนกับการไปกระตุ้นให้คนออกมาเยอะ ซึ่งน่าจะควรอยู่เฉย ๆ ถ้าหากมีนักศึกษาออกมาก็ไม่ถึงขั้นที่จะทำลายภาพพจน์รัฐบาล และเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง อย่างที่ทางทหารมอง