
"บัญญัติชี้แก้รธน.ไม่สมานฉันท์กันอีกแล้ว
บัญญัติ ชี้ แก้ รธน. ไม่สมานฉันท์กันอีกแล้ว เหตุ พท. ถอนตัว ทำให้ สภา ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เชื่อ กลายเป็นเทศกาลที่เรียกร้อง ม็อบ แต่ไม่ขัดข้องหาก ปชช. มีมติหนุนให้แก้ไขประเด็นใดก็พร้อมร่วมลงชื่อ ปัด ขัดแย้ง สุเทพ-อภิสิทธิ์ ยัน ไม่เคยชั
(20 ต.ค.) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าเป็นคนส่งสัญญาณให้ส.ส.ไม่ลงชื่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ไม่เป็นความจริง และข่าวที่เกิดขึ้นถือเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองภายในพรรค ซึ่งเป็นความเห็นของตน โดยอาจจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย และความมุ่งหมายของการวิเคราะห์สถานการณ์ เป็นการทำหน้าที่เสมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกให้รู้ว่าวันนี้มีเรื่องแบบนี้ ในวันข้างหน้าอาจจะมีปัญหาได้ อย่างไรก็ตามส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ให้เกียรติฝ่ายบริหาร เพราะทั้งหมดเป็นบุคคลที่เลือกกันเข้าไป ดังนั้นการพูดจาแสดงความคิดเห็นเป็นเพียงการพูดจาในทำนองข้อเท็จจริง ที่น่าจะมีแนวโน้มไปในทำนองนั้นและเป็นการบอกกล่าวให้ฝ่ายบริหารได้รับทราบ เพื่อนำไปคิดพิจารณาในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
“ที่ต้องวิเคราะห์กันก็คือว่ามันจะมีปัญหา ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่ามันจะกลายเป็นเทศกาลที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายมาตั้งเวทีชุมนุมกันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้หรือไม่ นี่คือประเด็นที่พรรคต้องคิดเหมือนกัน ผมก็ให้ข้อสังเกตไปอย่างนี้ เพราะผมถือว่าเมื่อพรรคมอบหมายให้ผมทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ ก็เหมือนกับมีหน้าที่ทำสัญญาณเตือนภัยว่าวันนี้แผ่นดินไหวแล้วนะ 7.8 ริกเตอร์อะไรก็แล้วแต่ สึนามิจะมาหรือไม่มาก็ต้องไปคิดกันเอาเอง” นายบัญญัติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองกันว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกพรรคร่วมรัฐบาลครอบงำ จนทำให้ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ตามใจ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าไปคิดเช่นนั้น เมื่อทำงานร่วมกันแล้วจะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลแล้วพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องให้เกียรติเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการอ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ตกลงกันไว้ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียืนยันไปแล้วว่า ไม่ได้มีการตกลงกันในประเด็นนี้ เพียงแต่เมื่อไปทำงานแล้วพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาก็ต้องรับฟัง แม้พรรคจะไม่อยากแก้ไข แต่เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าแก้แล้วจะดีก็ต้องยกเหตุผลมาถกกันว่าดีจริงหรือไม่
ส่วนจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ถ้าลำดับความให้เห็นแต่เดิมนั้นจะเห็นว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เพราะจะเป็นการเร็วเกินไป อีกทั้งหลายเรื่องเป็นบทบัญญัติที่แก้ไขช่องโหว่ช่องว่างของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 แต่วันหนึ่งเมื่อมาร่วมรัฐบาล และมีพรรคร่วมรัฐบาลเกือบจะทุกพรรคมีความเห็นว่าการแก้ไขบางประเด็นอาจจะนำไปสู่การลดความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์ในชาติอยู่แล้ว จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ และท้ายสุดที่คนในพรรคสบายใจคือ ไม่ว่าจะอย่างไรจะต้องมีการทำประชามติ เพราะพรรควางหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่าถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม ต้องได้รับความพึงพอใจ และไม่สวนทางกับการปฏิรูปการเมือง และคิดว่าช่วงที่เป็นปัญหามากในพรรคคือช่วงที่วิป 3 ฝ่ายไปตกลงกันว่าต้องเข้าชื่อเสนอแก้ไขจนรับหลักการวาระแรกไปก่อน จึงค่อยทำประชามติ แต่เรื่องนี้ถือว่าจบไปแล้วเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าต้องจัดทำประชามติก่อน ดังนั้นหากผลประชามติอออกมาอย่างไร ตนก็พร้อมจะร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไข
“ขณะนี้เริ่มมีปัญหาว่า ทุกคนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์ แต่ในวันนี้เห็นชัดว่าเริ่มจะไม่สมานฉันท์กันอีกแล้ว และที่บอกว่าสภาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในวันนี้เริ่มไม่เป็นแล้ว เพราะพรรคเพื่อไทยถอนตัวไปแล้ว ขณะเดียวกันการโต้แย้งคัดค้านข้างนอกมีมาก ดังนั้นในฐานะพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมานั่งวิเคราะห์ต่อว่าจะนำไปสู่การสร้างสมานฉันท์หรือจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ร้ายแรงกว่าเดิม” กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ขู่แฉข้อตกลงลับฝ่ายทหารช่วงจัดตั้งรัฐบาล และถูกมองว่าได้รับสัญญาณจากนายบัญญัติซึ่งเป็นกลุ่มทศวรรษใหม่นั้น นายบัญญัติ กล่าว ตรงนี้ไม่ดี และความจริงตนปฏิเสธมาเสมอว่าทศวรรษใหม่ไม่มีแล้ว วันนี้มีแต่ทศวรรษเก่าทศวรรษแก่ และตนจะหาโอกาสสอบถามนายชาญชัยอยู่เหมือนกันว่า อะไรของเขา อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าหลังจากที่คุยกันในพรรคเรียบร้อย ให้กลไกพรรคทำงานแล้ว และฝ่ายบริหารมีโอกาสได้รับฟังความคิดเห็นของส.ส.อย่างถ้วนหน้าแล้วคงจะมีจุดยืนหรือมีแนวทางที่ประกอบการตัดสินใจได้ และไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ภายใน 1-2 วันนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากคุยกันในพรรควันนี้ (20 ต.ค.)แล้วความเคลื่อนไหวในพรรคจะจบหรือไม่ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่เหมือนพรรคอื่น แต่คนที่ไม่เคยชินอาจจะแตกตื่นกันไปเอง
ส่วนที่มีข่าวว่ารุนแรงไปถึงขั้นจะล่ารายชื่อถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีออกจากเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ และระหว่างตนกับนายสุเทพก็ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งอะไรกัน ซึ่งตนได้เตือนคนในพรรคแล้วว่าวันนี้ คู่ต่อสู้ของเรา และศัตรูเรามี 2 ยุทธศาสตร์ที่จะทำลายเรา คือยุทธศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าพรรคแตกแบ่งเป็นกลุ่มเป็นแก๊งค์เป็นก๊ก ต้องระมัดระวัง และอีกยุทธศาสตร์คือ ยุทธศาสตร์ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็โกงเหมือนกับพรรคการเมืองอื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหากับใคร และตนไม่คิดว่าใครมีปัญหากับตน ส่วนข่าวที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นยุทธศาสตร์ของคู่ต่อสู้หรือไม่ และอีกด้านหนึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ท่ามกลางความไวของสื่อในวันนี้ ใครให้ความเห็นไปในทางไหนอย่างไร ก็ร้อนขึ้นมาได้ทุกวัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า โดยระเบียบพรรคสามารถเข้าชื่อกันเพื่อเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า “ไม่มีใครจะทำเรื่องนี้”



