ข่าว

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

21 ก.ค. 2561

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกตามสัมภาษณ์"ทีมหมูป่า" ขาดสำนึก-มาตรฐานต่ำ ขู่ผิดก.ม.คุ้มครองเด็ก เผยต่างชาติขอทำซีรีย์ฟอร์มยักษ์ช่วย 13 ชีวิต

     ความคืบหน้ากรณีภาครัฐได้ถ่ายทอดสดเปิดใจทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คน ที่ถูกช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม และขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ควรติดตามสัมภาษณ์หรือไปรบกวนเด็กๆ ที่บ้านพัก แต่ควรรอให้ผ่านระยะเวลา 1 เดือน เพื่อให้สภาพจิตใจของทีมหมูป่ากลับเป็นปกติ ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิของเด็กและเยาวชน แต่ปรากฏว่าสื่อต่างประเทศได้เดินทางไปสัมภาษณ์ทีมหมูป่าอะคาเดมี่หลายรายถึงบ้านพัก เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวออกไปทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น

     เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีสื่อต่างประเทศตามสัมภาษณ์เด็กๆ ทีมหมูป่าถึงบ้านพักว่า รู้สึกเป็นห่วงหลังสื่อต่างชาติไปสัมภาษณ์สมาชิกทีมหมูป่า กลัวว่าจะทำให้สื่ออื่นๆ ทำตาม ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และนายอำเภอต้องเข้าไปดูแล โดยตนได้โทรศัพท์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อกำชับให้ช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะแม้สื่อไทยจะอยู่ในระเบียบแต่สื่อต่างชาติกลับไม่ทราบว่ามีข้อห้ามหรือเตือนอะไรบ้าง 

 

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

 

      “เขาอาจไม่รู้พิษสงของกฎหมายคุ้มครองเด็ก เดี๋ยวจะเกิดปัญหา แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ถ้าผิดก็สามารถดำเนินคดีกับสื่อต่างชาติได้” นายวิษณุกล่าว และว่า เรื่องนี้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครองข่าวสารอยู่แล้ว แต่ก็อาจเป็นความสมัครใจของแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พม.ไปดูแล ตักเตือนไม่ให้มีการล่วงล้ำก้ำเกินเด็ก หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมากนักในเวลานี้ เพราะอยู่ในช่วงของการรักษาสภาพจิตใจ เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็อาจทำได้

 

     นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีต่างชาติสนใจมาถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับภารกิจช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี่ว่า การประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตนเป็นประธานได้พิจารณากรณีดังกล่าว โดยคณะกรรมการจะพิจารณาอนุญาตจากบทภาพยนตร์ ผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือทรัพยากรของประเทศและในหลายด้าน ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่ามีบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศอย่างน้อย 5 บริษัท สนใจมาถ่ายทำหนังในประเทศไทย แต่ยังไม่เห็นคำขออย่างเป็นทางการ 

 

     “การสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีลิขสิทธิ์ ใครจะทำอะไรก็ทำได้ แต่จะยุ่งตรงที่เมื่อจะถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ ถ้าคุณจะเข้ามาถ่ายทำ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ วันนี้รู้แค่ว่าจะมีการขอมาแต่ยังไม่เห็นมีมาตรงๆ เราจึงหารือกันว่าเรื่องนี้อาจใหญ่เกินกว่าคณะกรรมการจะดูแล เพราะเวลาเขามา อาจไม่ได้อ้างว่ามาถ่ายภาพยนตร์ อาจอ้างว่ามาสัมภาษณ์เพื่อเขียนหนังสือ อย่างนี้ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ จึงคิดว่าจะนำเรื่องนี้เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเล็กขึ้นมา 1 ชุดเล็ก เพื่อดูแลและคุ้มครองเด็ก หน่วยซีล และเจ้าหน้าที่ที่อาจถูกรบกวนในเวลาถูกสัมภาษณ์หรือถูกจับเซ็นสัญญา ซึ่งเรากลัวตรงนี้มาก เพราะเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว คนคนนั้นอาจไม่สามารถไปทำอะไรอย่างอื่นได้ จึงต้องอาศัยผู้ที่รู้กฎหมายเข้าไปช่วย” นายวิษณุ กล่าว 

 

     “เรื่องการถ่ายหนัง เราคุยกันว่าทำไมประเทศไทยไม่สร้างเอง เพราะมีปัญหาเรื่องทุน ส่วนเทคนิคเราเก่งอยู่แล้ว ก็อยากจะให้คณะกรรมการชุดใหม่นี้ไปดู รวมทั้งให้มีหน้าที่อนุญาตการถ่ายทำ อย่างไรก็ตาม มีต่างชาติติดต่อขอทำภาพยนตร์ซีรีส์ 5 ตอนใหญ่ๆ แล้ว เพื่อฉายไปทั่วโลก ซึ่งต้องพิจารณาอย่างละเอียด เช่น จะนำเด็ก หน่วยซีล หมอภาคย์(พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน) มาปรากฏตัวด้วยหรือไม่ อย่างนี้ใครดูแลตัวเองได้ก็ไม่เป็นไร แต่ใครที่ดูแลตัวเองไม่ได้ เช่น เด็กและผู้ปกครอง คงต้องมีที่ปรึกษาเข้าไปแนะนำ ซึ่งเราห่วงหลายเรื่อง ทั้งความเป็นส่วนตัว ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ความมั่นคง ลิขสิทธิ์การจับเด็กเซ็นสัญญา” นายวิษณุ กล่าว และว่า การจับเซ็นสัญญารับเงินถือเป็นสิทธิ์ของเด็ก แต่รัฐบาลจะเข้าไปให้คำแนะนำคล้ายเป็นผู้จัดการ แต่ไม่หวังเอาเปอร์เซ็นต์หรือผลประโยชน์ใดๆ

 

รองปลัดยธ.ระบุขาดรับผิดชอบ

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

 

      นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “สื่อต่างประเทศปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนผู้ประสบภัยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรจะเป็น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่ควรให้อภัย กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนเหตุผลที่ต้องใช้วิธีการพิจารณาสืบพยานเด็ก โดยให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้แปลคำถามในระหว่างชั้นสอบถามปากคำในกระบวนการก่อนพิจารณาพิพากษาของศาลและให้มีการบันทึกแถบเสียงและภาพไว้ด้วยนั้น ก็มุ่งเพื่อที่จะไม่ให้มีการสอบปากคำซ้ำในกระบวนการยุติธรรมชั้นถัดไป โดยมีจุดมุ่งสำคัญเพื่อมิให้เปิดบาดแผลที่อยู่ในตะกอนใจของเด็กและเยาวชน เนื่องจากอยู่ในวัยที่เปราะบางและต้องได้รับการปกป้องรักษา รวมถึงในระหว่างสอบปากคำเด็กและเยาวชนยังได้บัญญัติให้เด็กสามารถร้องขอมีบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กไว้ใจร่วมนั่งเป็นเพื่อนได้อยู่ด้วย เพื่อให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและมีความปลอดภัย"

 

     ข้อความของรองปลัดยุติธรรมระบุอีกว่า "กระบวนการสอบถามหรือสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนหรือบุคคลอื่นใดกับเด็กที่ประสบภัยพิบัติที่ผ่านประสบการณ์ที่ตกอยู่ในภาวะทุกข์ยากตื่นกลัวสุดขีดนั้น แม้ไม่มีกระบวนการหรือกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนเฉกเช่นเดียวกับเด็กหรือเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมก็ตาม แต่ก็ควรจะเทียบเคียงเอาวิธีกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนไปใช้ได้เท่าที่จำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยก็สามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดีและน่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่สื่อต่างประเทศที่เราคิดและเข้าใจว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกระบวนการปกป้องเด็กและเยาวชนเป็นอย่างดีแล้ว กลับมีมาตรฐานต่ำกว่าที่คิด เสมือนขาดสามัญสำนึกซึ่งมนุษย์ธรรมดาพึงระลึกได้ รวมขาดความรับผิดชอบได้เช่นนี้ ทั้งที่รู้ว่าประเทศไทยได้วางระบบการปกป้องดูแลและคุ้มครองเด็กผู้ประสบภัยกลุ่มนี้ไว้อย่างไร”

 

จว.สอบสวนชี้มีโทษทั้งปรับ-จำคุก

     ด้าน น.ส.อณิรา ธินนท์ ผอ.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย กล่าวถึง กรณีที่มีสื่อต่างชาติ 2 แห่ง เข้าไปสัมภาษณ์เด็ก 2 คนของทีมหมูป่าอะคาเดมี่และนำไปออกอากาศว่า ขณะนี้ทางจังหวัดเชียงรายกำลังสอบสวนและติดตามเรื่องนี้อยู่ว่าข้อความหรือภาพที่ออกสื่อนำความเสียหายหรือนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางใดบ้าง หากว่าพบมีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การแสวงหาผลประโยชน์ จะมีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

     “ขณะนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้ขอความร่วมมือและขอร้องสื่อมวลชนทุกแขนง อย่าได้ละเมิดคำสั่ง คำขอร้อง หรือไปรบกวนเข้าสัมภาษณ์เด็กหมูป่าออกสื่อ ในระยะนี้ต้องช่วยกันให้เด็กเข้าที่เข้าทางได้เรียนหนังสือให้ทันเพื่อน และให้ผู้ปกครองเด็กได้ทำมาหากินได้สะดวก เจ้าหน้าที่ พม.ไม่สามารถเฝ้าเด็กได้ตลอด 24 ชม. ได้แต่ขอร้องทุกฝ่ายให้ทำตามกติกา ระยะแรกๆ นี้ขออย่าได้ติดตามทำข่าวเด็กและผู้ปกครอง ขณะนี้นายอำเภอแม่สายได้เรียกประชุมกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้มาช่วยดูแลในพื้นที่ที่เด็กอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์และสารคดีนั้น ต้องรอนโยบายเบื้องบนจะสั่งการมาเท่านั้น” น.ส.อณิรากล่าว

 

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

 

เผยภาพวาดฮีโร่หมูป่าคืืบหน้า99%

     ส่วนความคืบหน้ากรณีขัวศิลปะ บ้านขัวแคร่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย วาดภาพ THE HERO จากการร่วมแรงร่วมใจของศิลปินภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง และกรุงเทพฯ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่โค้ชและเด็กทีมหมูป่า รวม 13 คน โดยภาพวาดเป็นเหตุการณ์ตั้งแต่ที่ทราบว่าทีมหมูป่าติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนถึงการช่วยเหลือต่างๆ ทั้งจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปร่วมค้นหา จิตอาสาที่มาช่วยทำอาหาร และบริการด้านต่างๆ เครื่องสูบน้ำ จนถึงเหตุการณ์การแถลงข่าวส่งหมูป่ากลับบ้าน

 

     นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ เปิดเผยว่า การวาดภาพได้ใช้เวลาวันนี้เป็นวันที่ 8 แล้วโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งรายละเอียดของภาพก้าวหน้าไปพอสมควร ขณะนี้หากให้ประเมินก็อยู่ที่ 99 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลือเป็นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเพิ่มเข้าไป เช่น ภาพสุดท้ายที่กำลังวาดก็คือภาพบรรยากาศเด็กๆ แถลงข่าว ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปในภาพ เพื่อให้ภาพสมบูรณ์และตามเหตุการณ์ ซึ่งเมื่อภาพแล้วเสร็จเราจะได้เห็นภาพตั้งแต่เริ่มแรกจนจบที่ทุกคนมีความสุขกันทุกคนทุกฝ่าย

 

     ทั้งนี้ หลังจากที่วาดภาพเสร็จแล้วจะติดตั้งไว้ที่บริเวณด้านหน้าขัวศิลปะจนกว่าหอศิลป์ที่จะสร้างที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนจะแล้วเสร็จ ซึ่งก็ประมาณ 4 เดือน หากใครผ่านมาสามารถแวะมาเยี่ยมชมได้ อย่างไรก็ตามหลังจากวาดภาพแล้วเสร็จจะมีการเคลือบภาพอย่างดีเพื่อให้สามารถแสดงไว้กลางแจ้งได้โดยไม่เสียหายจากฝน และมีการติดตั้งหลังคากันฝนกันแดดเพื่อป้องกันภาพอย่างดี

 

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

 

มอบโล่ยกย่อง“สุรทิน”บุคคลแห่งปี

     วันเดียวกัน ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมลำน้ำแม่คาว หมู่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เทศบาลตำบลท่าศาลาได้จัดพิธีมอบโล่ “ขอยกย่องและเชิดชูเกียรติ ให้แก่ นายสุรทิน ชัยชมภู เป็นบุคคลแห่งปี คนดีท่าศาลา 2018” เนื่องจากนายสุรทิน นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และได้เดินทางไปช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ด้วยการขุดเจาะบาดาลระบายน้ำออกจากถ้ำจนภารกิจสามารถช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย ทางเทศบาลตำบลท่าศาลาจึงได้จัดทำโล่เพื่อประกาศเกียรติคุณที่ได้ทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

 

      ทั้งนี้ ในบริเวณงานมีชาวบ้านตำบลท่าศาลา นักเรียนโรงเรียนเกษียณวัยเทศบาลตำบลท่าศาลา เดินทางมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยนายสุรทินเดินทางมาด้วยรถม้าตกแต่งดอกไม้อย่างสวยงาม ระหว่างทางมีชาวบ้านและนักเรียนชราบาล มอบดอกไม้แสดงความยินดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น

 

     นายวิเชียร พิมทอง ประธานนักเรียนโรงเรียนเกษียณวัย เทศบาลตำบลท่าศาลา เปิดเผยว่า นายสุรทินเป็นคนกล้า คนเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นคนที่มีน้ำใจมาก ถือเป็นฮีโร่ของคนทั้งประเทศ รู้สึกภาคภูมิใจในฐานะคนบ้านเดียวกัน ที่นายสุรทินได้ทำคุณงามความดีทำประโยชน์ช่วยเหลือเด็กๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ

 

     ด้านนายสุรทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากไม่นึกว่าจะได้รับแรงใจจากหลากหลายหน่วยงานและชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าศาลา โดยมีคนจำนวนมากมาร่วมแสดงความยินดี รู้สึกดีใจมาก แต่เมื่อเทียบกับความสำเร็จในวันนี้ที่ได้มีส่วนช่วยให้เด็กๆ ทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำออกมาได้อย่างปลอดภัยวันนั้นเป็นวันที่ดีใจมากที่สุด โดยได้พยายามตั้งใจทำอย่างเต็มที่เพื่อให้น้องๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็ว เป็นการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา ถามว่าเหนื่อยไหม หายเหนื่อยตั้งแต่วันแรกที่เด็กได้ออกมาอย่างปลอดภัย เชื่อว่าเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย แต่หากมีเหตุการณ์ที่สมาคมสามารถช่วยเหลือได้ ก็ยินดีที่จะเข้าไปช่วยเหลือทันที

 

     สำหรับคนที่อยากจะเข้าไปเที่ยวที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อยากให้ชมรูปภาพที่ถ่ายมาจะดีกว่า ไม่แนะนำให้เดินทางเข้าไปภายใน ให้ชมความสวยงามที่ปากถ้ำ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างอันตรายและอาจจะไม่โชคดีเหมือนกับน้องทั้ง 13 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย อยากจะฝากขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมส่งแรงใจ และบริจาคสิ่งของเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ทำให้ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

"วิษณุ-รองปลัดยธ."จวกสื่อนอกดอดคุยหมูป่า

 

หมอภาคย์กราบครูบาบุญชุ่ม

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ได้เผยแพร่ข้อความและภาพ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ นักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือหน่วยซีลที่ร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ช 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง หลังเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางไปกราบพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ณ วัดพระธาตุสายเมือง จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ โดยข้อความระบุว่า “#หมอภาคย์ได้เข้าน้อมกราบ #พระครูบาบุญชุ่ม พร้อมทั้งร่วมบริจาคทำบุญกับมูลนิธิดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อนุโมทนาสาธุ”

 

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก