ข่าว

ปชป.แจงไม่มีความแตกแยกจี้ชาญชัยแก้ข่าว

ปชป.แจงไม่มีความแตกแยกจี้ชาญชัยแก้ข่าว

20 ต.ค. 2552

“ปชป.” แจง ไม่แตกแยก จี้ “ ชาญชัย ” แก้ข่าว อ้างวัฒนธรรม “ปชป.” ทุกคนมีสิทธิแตกต่าง แต่สุดท้ายต้องจบในพรรค ยันมติ “ส.ส.” เดินหน้าตามแนว “วิป 3 ฝ่าย” ด้าน “ชาญชัย” แจง ที่ประชุมพรรค ไม่ได้พูดว่าพรรคแตกแยก โบ้ย “สื่อ” ออกข่าวคลาดเคลื่อน

(20ต.ค.)  เมื่อเวลา 16.30 น. น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า ที่ประชุมมีมติว่า ยังยืนยันในแนวทางการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ให้รัฐสภาได้ดำเนินการและนำไปสู่การทำประชามติ จุดยืนของพรรคคือฟังเจตนารมณ์ของประชาชน จึงมีมติให้แสวงหาความร่วมมือจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม 3 ฝ่าย (วิป 3 ฝ่าย) ในการประชุมวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม ขณะเดียวกันในฐานะแกนนำรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า ไม่มีการกดดันจากพรรคร่วมจากข่าวยปล่อยที่หวังสร้างความขัดแย้ง

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่มีส.ส.บางคน มีการกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เช่นกรณีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่มีความขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ได้พูดว่าพรรคแตกแยก สื่อมีการสื่อความหมายคลาดเคลื่อน ซึ่งได้กำชับให้นายชาญชัยแก้ข่าวต่อสื่อมวลชนในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพูดถึงประเด็นถึงการทำงานของเลขาธิการพรรค พบว่าการปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาลดำเนินการไปไดด้ด้วยดี ไม่มีการกดดดดันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การถอดถอนเลขาธิการพรรคตามธรรมนูญพรรคยังไม่มีเหตุผล และเพื่อให้เกิดความชัดเจนกรณีกรรมการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 14 คน ที่เคยเสนอความเห็นไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี 2550 เป็นการดำเนินการในฐานะที่ถูกร้องขอให้ส่งความเห็นไป เป็นการดำเนินการโดยเอกเทศเพื่อให้ข้อมูล ไม่มีลักษณะการตกลงกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)หรือทหาร ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พรรคไม่เคยมีการเปลี่ยนจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ใน 6 ประเด็น หากทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายโดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้าน และการทำประชามติจะมีความสำคัญมากกว่าความเห็นของพรรคการเมือง หรือ ส.สคนใดคนหนึ่งแต่เพียงลำพัง และวันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะให้เอกสิทธิ์กับ ส.ส. เพราะประชามติจะเป็นทิศทางที่สำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมพรรคให้ส.สไปสอบถามความเห็นประชาชน เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีกระบวนการประชาธิปัตย์เป็นไปตามอุดมการณ์และวัฒนธรรมของพรรค ไม่ประสงค์จะเห็นสังคมแปรความผิดว่าพรรคประชาธิปัตย์แตกแยก สะท้อนความไม่เป็นเอกภาพ ขณะนี้พรรคมีความสมบูรณ์ ข่าวความแตกแยกเป็นเรื่องไม่จริง

 ด้านน.พ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคประชุมประเด็นความแตกแยกนานกว่าการประชุมทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่มีการปิดกั้น เป็นสิทธิของ ส.ส.ที่จะพูดกับสื่อและพรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยินดีที่จะให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็น แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์มีวัฒนธรรม ทุกคนมีสิทธิแตกต่าง แต่สุดท้ายจะจบในที่ประชุมพรรค หลังจากมีความเป็นเอกภาพทางความคิด และที่ประชุมพรรคได้ประเมินว่ามีสองยุทธศาสตร์ที่จ้องทำลายพรรคคือ 1. ทำให้สังคมมีความเห็นว่าพรรคมีความแตกแยกหรือขัดแย้ง ซึ่งที่ประชุมได้ย้ำว่าอย่าหลงกลกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า 2. จะมีการกล่าวหาว่ารัฐบาลมีการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งที่ประชุมได้ฝากความเห็นไปยังรัฐมนตรีของพรรค ทั้งนี้ในวันนี้พรรคได้เปิดโอกาสให้สมาชิกที่ถูกพาดต่อสังคมได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน หลังเคลียร์กันแล้วทุกคนเข้าใจกันดี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส.ส.ที่กำลังตกเป็นข่าวในความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนมีกระแสข่าวถอดถอนนายสุเทพ ประกอบด้วย นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก และนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี นายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชายนายสุเทพ ที่ทั้งคู่มีวิวาทะกัน