ข่าว

พงศพัศพาน้องมินท์กราบศพแม่ชลบุรี

พงศพัศพาน้องมินท์กราบศพแม่ชลบุรี

20 ต.ค. 2552

สามีเก่าและพี่สาวนำศพ"สุนันท์ - น้องโช" นำมาตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 2 วัดอ่างศิลา ชลบุรี พร้อมตั้งศพสวดพระอภิธรรมไว้ 7 วัน "พงศพัศ"เยี่ยมน้องมินท์บอกอาการดีขึ้นจะไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมแม่และน้อง

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ต.ค.  ที่บริเวณศาลา 2 วัดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี นายสมพงษ์ จงงามวิไล สามีเก่า นางสุนันท์ ศรีสุวรรณ อายุ 38 ปี และ นางเครือวัลย์ ศรีสุวรรณ พี่สาวผู้ตายได้นำศพเด็กชายโช มาคิโน อายุ 5 ขวบ บุตรชายนางสุนันท์ นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดดังกล่าว หลังนำศพนางสุนันท์ มาตั้งบำเพ็ญกุศลแล้วเมื่อวานนี้ (19 ต.ค.)

 โดยทางตำรวจได้รับหนังสือแสดงความยินยอม จากทางสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อให้ญาติสามารถรับศพน้องโช ไปบำเพ็ญกุศลได้ โดยทางญาติได้นำศพเด็กชายโช ออกจากโรงพยาบาลศิริราช ด้วยรถตู้สีขาวศูนย์ส่งกลับ ร.พ.ตำรวจ มาถึงวัดในเวลา 13.40 น.ซึ่งมีญาติๆมารอรับศพที่วัด

 สำหรับศพนางสุนันท์ และน้องโช จะตั้งบำเพ็ญกุศล เป็นเวลา 7 วัน และจะทำฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. นี้ โดยในช่วงเช้าเวลา 9.00 น. จะทำพิธีเผาศพเด็กชายโช ก่อน และในช่วง 16.00 น. จะทำพิธีเผาศพนางสุนันท์ เนื่องจากไม่สามารถเผาศพรวมกันได้ จึงต้องแยกเผาเป็น 2 ช่วงเวลา และหลังจากนั้นก็จะเก็บกระดูกทั้ง 2 คน ไว้ที่วัดอ่างศิลาด้วยกัน

 สำหรับการสวดอภิธรรมในวันนี้ทางญาติผู้ตายบอกว่า ทาง พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นเจ้าภาพในการสวดอภิธรรมศพ และจะนำเด็กหญิงพิชยา หรือ น้องมินท์ อายุ 13 ปี บุตรสาวคนโตของนางสุนันท์ ออกจากโรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อเดินทางไปร่วมพิธีศพของแม่กับน้องชาย ที่วัดอ่างศิลาด้วย

 นายสมพงษ์ กล่าวว่า สำหรับศพนางสุนันท์ และน้องโช ที่มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดอ่างศิลานั้น เนื่องจากในอดีตตนเคยพักอาศัยอยู่ที่นี่ และหลังจากเลิกกับนางสุนันท์ ตนก็มีภรรยาใหม่ โดยภรรยาเป็นคนอ่างศิลา ดังนั้น จึงนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนี้

 ส่วนญาติของนางสุนันท์ นั้น มีเพียงพี่สาวอีก 2 คน แต่ไม่มีกำลังที่จะจัดงานศพให้ ตนและญาติภรรยาใหม่ จึงรับมาดำเนินการให้ทั้งหมด ส่วนน้องมิ้นท์ นั้นเมื่อเสร็จสิ้นจากงานศพแล้ว เมื่อสุขภาพจิตดีก็จะพาไปอยู่ด้วยที่จังหวัดเชียงใหม่

"พงศพัศ"เยี่ยมน้องมินท์บอกอาการดีขึ้น

 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.พงศพัศ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เดินทางเข้าเยี่ยม ด.ญ.พิชญา หรือ “น้องมินท์”  ที่ห้องผู้ป่วยใน ชั้น 7 โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยนำกระเช้าดอกไม้และตุ๊กตาหมีตำรวจ พร้อมลายเซ็นของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.มามอบให้

 โดยหลังจากเข้าไปพูดคุยสอบถามอาการของน้องมินท์ประมาณ 30 นาที พล.ต.ท.พงศพัศ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้องมินท์มีอาการที่ดีขึ้น หน้าตายิ้มแย้มสดใส และบอกว่าอยากจะไปร่วมพิธีศพ และกราบศพนางสุนันท์ ศรีสุวรรณ ผู้เป็นแม่ และน้องโช มาคิโน ที่วัดอ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยแพทย์ที่ดูแลอาการก็ได้อนุญาตให้น้องมินท์สามารถไปร่วมงานศพได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยากจะวอนสื่อมวลชนว่าอย่าซักถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเพราะ อาจกระทบกระเทือนสภาพจิตใจของน้องมินท์

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับศพของน้องโชนั้นได้รับการประสานจากทางสถานทูตญี่ปุ่นว่า ตกลงที่จะให้ตำรวจดำเนินการนำศพน้องโชไปประกอบพิธีทางศาสนาพร้อมกับนาง สุนันท์ ศรีสุวรรณ ผู้เป็นแม่ที่วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี ในเย็นวันนี้ โดยในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ และก็จะมีการฌาปนกิจในวันที่ 25 ต.ค.

 “สำหรับ ในเรื่องทรัพย์สินของนางสุนันท์นั้น เท่าที่ได้พูดคุยกับพ่อกับป้าน้องมินท์ ก็ยินยอมที่จะให้ทางพนักงานสอบสวนเป็นผู้ติดตามดูแลเรื่องทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งทรัพย์สินก็จะตกเป็นของทายาทก็คือน้องมินท์ แต่เนื่องจากตัวน้องมินท์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทางพ่อกับป้าก็จะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน โดยทางตำรวจจะคอยกำกับดูแลอีกที ส่วนด้านคดีเท่าที่ได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ก็ทราบว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายในวันศุกร์นี้” พล.ต.ท.พงศพัศกล่าว

 ด้าน นพ.วิทยา วันเพ็ญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า สำหรับอาการน้องมินท์ในขณะนี้นั้น ยังคงต้องคอยทำกายภาพบำบัดอยู่ เนื่องจากบาดแผลที่ข้อศอกซ้ายที่ผ่าตัดยังไม่หายดี โดยวันนี้ที่อนุญาตให้น้องมินท์ได้ไปร่วมงานศพนั้น เกิดจากความประสงค์ของน้องมินท์เองที่ต้องการจะไปร่วมงานศพ แต่จะมีทีมแพทย์ติดตามไปด้วย โดยหลังจากเสร็จงานศพแล้ว ก็จะให้น้องมินท์กลับมาพักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลอีกสักระยะเพื่อดูเรื่องสภาพ จิตใจ ถ้าหายเป็นปกติดีแล้วทางโรงพยาบาลจะให้กลับไปอยู่กับพ่อที่ จ.เชียงใหม่ ต่อไป ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแล
 
 ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.พงศพัศ ได้พานายสมพงษ์ จงงามวิไล อายุ 47 ปี พ่อของน้องมินท์ และนางเครือวัลย์ ศรีสุวรรณ พี่สาวของนางสุนันท์ เดินทางไปที่แผนกนิติพยาธิ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อติดต่อขอรับศพน้องโช โดย พล.ต.ท.พงศพัศ เปิดเผยว่า ทางตำรวจได้รับการหนังสือแสดงความยินยอมจากทางสถานฑูตญี่ปุ่นมาว่า หลังเกิดเหตุก็ทางการญี่ปุ่นได้พยายามติดต่อพ่อของน้องโชแล้ว แต่เนื่องจากพ่อของน้องโชได้เปลี่ยนแปลงที่อยู่ ทำให้ไม่สามารถติดตามหาตัวได้ ทางเลขานุการโทของสถานทูตจึงทำหนังสือยินยอมให้พนักงานสอบสวนประสานกับญาติ ที่ประเทศไทยติดต่อขอรับศพน้องโชไปบำเพ็ญกุศล
 
 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จะนำศพน้องโช ใส่ถุงแล้วราดน้ำยา เพราะฉีดยาไม่ได้ เนื่องจากศพถูกหั่นทำให้ศพเส้นเลือดไม่ต่อกัน จากนั้นก็จะนำศพไปวางคู่กับศพนางสุนันท์ ผู้เป็นแม่ ที่วัดอ่างศิลา จากนั้นในช่วงเย็นเวลา 18..00 น.ตนจะไปรับน้องมิ้นท์ ออกจากโรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อไปร่วมพิธีศพของแม่กับน้องชายที่วัดอ่างศิลาตามความต้องการของน้อง มิ้นท์ด้วย
 
 ด้าน นายสมพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันตนประกอบธุรกิจรับซื้อของมือสอง โดยช่วงก่อนเกิดเหตุก็พูดคุยกับนางสุนันท์ อดีตภรรยา และน้องมิ้นท์มาตลอด โดยตนรู้ว่า นางสุนันท์กับลูกๆ จะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิช่วง 22.00-23.00 น.ของ วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา  โดยตั้งใจว่าจะมารับที่สนามบินเลย แต่นางสุนันท์ เปลี่ยนใจบอกไม่ต้องมารับแล้วให้ไปเจอกันที่ จ.ชลบุรีเลย ตนจึงขับรถลงมาจากจ.เชียงใหม่ มาถึง จ.ชลบุรี ช่วงเช้าวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งตนก็บอกนางสุนันท์ว่า มาถึงเมื่อไหร่ให้โทรศัพท์มาบอกตนด้วย จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น ส่วนนายสิริพงศ์ ผู้ต้องหา นางสุนันท์เคยแนะนำให้รู้จักว่าเป็นเพื่อนเท่านั้น

  นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากน้องมิ้นท์ออกจากโรงพยาบาลก็จะให้ไปอยู่กับตนที่เชียงใหม่ เพราะตอนแรก นางสุนันท์ ตั้งใจจะพาน้องมินท์ กับน้องโชมาฝากตนดูแลอยู่แล้ว ส่วนตัวนางสุนันท์ จะขอกลับไปดูแลร้านอาหารต่อที่ญี่ปุ่นซัก 2-3 ปี ซึ่งตนก็เตรียมหาโรงเรียนให้ทั้งสองคนแล้ว โดยตั้งใจว่าจะให้น้องมิ้นท์ เข้าเรียนที่โรงเรียนพระหฤทัย เชียงใหม่ ส่วนน้องโชตั้งใจว่าจะให้เข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ แต่ก็มาเกิดเหตุขึ้นเสียก่อน อย่างไรก็ตามตนจะนำศพน้องโชไปไว้ที่วัดอ่างศิลาคู่กับศพนางสุนันท์ โดยจะสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะมีการฌาปนกิจพร้อมกันในวันที่ 25 ต.ค.ที่จะถึงนี้

  นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุก็ได้มาเยี่ยมน้องมิ้นท์ และได้การประสานกับทางแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้า เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตใจของน้องมิ้นท์เป็นระยะ ซึ่งขณะนี้น้องมิ้นท์มีสภาพจิตใจดีขึ้นมาก โดยช่วงที่ตนเฝ้าดูแลอาการของน้องมิ้นท์ที่โรงพยาบาล น้องมิ้นท์เคยเล่าให้ฟังว่า ขณะอยู่ที่บ้านคนร้ายได้ฝันเห็นมารดามาบอกว่า ให้ไปอยู่กับตนเองที่เชียงใหม่
 
 ด้าน พ.ต.ท.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับเอกสารเกี่ยวกับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของศพน้องโช เพื่อจะนำไปประกอบสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้เสร็จสิ้นไปประมาณ 90% แล้ว โดยหากสำนวนเสร็จเมื่อไหร่ ก็จะส่งให้ ตร. ตรวจสอบก่อนนำส่งอัยการ ส่วนการสอบปากคำและแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายสิริพงศ์ เมื่อวานนี้นั้น เจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่มีความเครียดเล็กน้อย โดยนายสิริพงศ์ ก็ให้การรับสารภาพในข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธ ส่วนต่างหูเพชร แหวนเพชร ที่ยังหาไม่เจอนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าอาจสูญหายหรือทำหล่นไป ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวน้องมินท์นั้น ผู้ต้องหาอ้างว่า น้องมินท์อยู่ในความดูแลของตัวเอง

"พงศพัศ"พาน้องมินท์กราบศพแม่ที่ชลบุรี

 เมื่อเวลา 19.45 น.วันที่ 19 ต.ค.พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ พร้อมด้วย ด.ญ.พิชญา ได้เดินทางมาเคารพศพ นางสุนันท์มารดา ด.ช.โช น้องชาย  บริเวณศาลา 2 วัดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี

 พล.ต.ท.พงศพัศ  กล่าวว่า ไม่สบายใจที่เด็กจะต้องตกเป็นเหยื่อคดีนี้เพราะเป็นคดีอุฉกรรจ์ ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด และจะปิดคดีในวันที่ 23 ต.ค.นี้ ส่วนทรัพย์สินจะพยายามติดตามคืนมาให้น้องมินท์

 นพ.วิทยา บำเพ็ญ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระราม 9 ผู้ดูแลน้องมินท์กล่าวว่า จากการที่เอาหัวกระสุนออกมาแล้ว แผลยังไม่แห้ง ต้องทำแผลอีกประมาณ 2 สัปดาห์ พร้อมทำกายภาพบำบัด เมื่อแผลแห้งถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้

 ด้านน้องมินท์กล่าวสั้นๆว่า คิดถึงแม่กับน้องมาก และขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ