ข่าว

ครม.จับมืออมสททุ่ม120ล้านเนรมิตทีวีอาเซียน

ครม.จับมืออมสททุ่ม120ล้านเนรมิตทีวีอาเซียน

20 ต.ค. 2552

"ครม " จับมือ "อมสท." ทุ่มงบ 120 ล.เปิดช่องทีวีอาเซียน หวังปชส.ประเทศทุกด้าน เบิกร่องออกอากาศ 24 ช.ม. เริ่ม 23 ต.ค.นี้ อาเซียนเตรียมเปิดตัว " คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน " ที่ถูกมองว่าเป็นเสือกระดาษ

(20ต.ค.)  ที่รร.ดุสิตฯ หัวหิน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.สัญจร ที่รร.ดุสิตธานี หัวหิน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ ดำเนินการเปิดช่องโทรทัศน์อาเซียนทีวี เพื่อเป็นการเชื่อมโยงประชาคมเครือข่ายอาเซียนเข้าด้วยกัน  และประเทศไทยจะได้แสดงความพร้อมในเรื่องการนำเสนอข่าวสารข้อมูลด้านสื่อสารมวลชน โดยจะเริ่มแพร่ภาพออกอากาศตั้งแต่ในพิธีเปิดการประชุมสุดอาเซียน ครั้งที่  15 ในวันที่ 23 ต.ค.นี้ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการเปิดการประชุม

 นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม อาเซียนทีวี จะออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงของการประชุมอาเซียน ซึ่งจะครอบคลุมทั้งข่าวสาร บันเทิง วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยจะออกเป็นภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศสมาชิก พร้อมทั้งมีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ โดยช่องโทรทัศน์อาเซียนดังกล่าวนี้จะออกอากาศผ่านช่อง MCOT 2 ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระหว่างอสมท.กับรัฐบาล

 เบื้องต้นจะใช้งบลงทุนจำนวน 120 ล้านบาท  โดยรัฐบาลจะสนับบสนุนงบประมาร 30 ล้านบาท เพื่อเป็นการซื้อเวลาในอากาศในการประชุมผู้นำอาเซียนตลอดทั้งสัปดาห์ของการประชุม ซึ่งการเปิดสถานทีวีอาเซียนถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประชุมคมอาเซียนจะได้ร่วมกันผลักดันและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ความเชื่อมโยงกัน และในอนาคตจะมีการเพื่มช่องทางการสื่อสารของประชาคมในอาเซียน เพื่อจะได้รับทราบความเคลื่อนไหว และสร้างเสถียรนภาพความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วโลก ซึ่งถือเป๋นมิติใหม่ที่สะท้อนให้เห็นยว่าประเทศไทย ในฐานะผู้นำอาเซียนได้เาสริมสร้างความแข็งแกร่ง และภาพลักษณ์ของประเทศในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และด้านสื่อสารมวลชน

อาเซียนเตรียมเปิดตัวกมธ.ว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน

บรรดาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เตรียมจะเปิดตัวองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนในสัปดาห์นี้ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่กล่าวหาว่านอกจากจะไม่มีประสิทธิผลแล้ว อาเซียนยังมีสมาชิกที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุดในโลกอย่างพม่า ที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารรวมอยู่ด้วย

พม่าถูกมองว่าภาระของชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่กำลังจะมีการประชุมสุดยอดที่ประเทศไทย โดยกำลังทำลายจุดยืนบนเวทีนานาชาติและความพยายามของอาเซียน ที่จะเปิดการค้าเสรีกับสหรัฐและยุโรป ซึ่งเด็บบี้ สตอทธาร์ด นักเคลื่อนไหวของกลุ่มอัลเทอร์เนทีฟ อาเซียน เน็ตเวิร์ค ออนเบอร์ม่า กล่าวว่า ในขณะที่อาเซียนอาจจะพยายามเคลื่อนไปข้างหน้า แต่พม่าก็ยังคงทำตัวเป็นอุปสรรค ทำลายความมุ่งมั่นของอาเซียน
 
องค์กรใหม่ ที่มีชื่อว่า คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ได้มีแนวโน้มว่าถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำให้พม่าปล่อยนักโทษการเมือง 1 พันคน รวมทั้งนางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตย หรือระงับความรุนแรงอื่น ๆ ทั้งยังไม่สามารถลงโทษชาติสมาชิก แต่กลับมุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมมากกว่าปกป้องสิทธิมนุษยชน  
 
บรรดาผู้นำชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ต่างตระหนักดีว่า ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็บอกว่า องค์กรแห่งใหม่นี้จะมีอำนาจมากขึ้นในภายหลัง และในขณะที่สมาชิกพากันเพิ่มการวิพากษ์วิจารณ์พม่ามากขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งล่าสุด ก็ยังคงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและคงไว้ซึ่งนโยบายการเข้าถึงพม่าดีกว่าการข่มขู่หรือคว่ำบาตรแบบชาติตะวันตก
 
การประชุมซึ่งใช้เวลา 3 วัน ที่กำลังจะเริ่มในวันศุกร์นี้ จะรวมถึงการเจรจากับบรรดาผู้นำจากจีนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ก็มีการประชุมในเบื้องต้นในวันพุธนี้ ซึ่งในวาระการประชุม จะเป็นการหารือกันถึงแนวทางในการสร้างประชาคมแบบสหภาพยุโรปให้ได้ภายในปี 2558 , การร่วมมือกันในด้านการศึกษา , ความปลอดภัยด้านอาหาร , การพัฒนาพลังงานชีวภาพ และการลงนามในปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโลก

เผยผู้นำประเทศอาเซียนทุกชาติยันพร้อมเดินทางมาหัวหิน

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม. ว่า ที่ประชุมได้รับทราบแผนเตรียมการ และซักซ้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำอาเซียน ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ

ขณะนี้ผู้นำจากทุกประเทศยืนยันที่จะเดินทางมาร่วมประชุม โดยจะเดินทางมาครบทั้งหมดในวันที่ 23 ต.ค. เวลา 09.00 น. ก่อนที่จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการ และจะมีผู้นำบางประเทศเดินทางมาถึงในวันที่ 22 ต.ค. ได้แก่ พม่า , ลาว , บูไน และสิงคโปร์ ในการประชุมครั้งนี้จะมีการผลักดันให้มีกลไกพิเศษ เพื่อระงับข้อพิพาทที่เกิดในภูมิภาคเอเซีย ที่ไม่เคยมีกลไกดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงจะพยายามหาความร่วมมือเพื่อผลักดันกลไกดังกล่าว เพื่อระวังข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา  แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ ซึ่งหากตกลงกันได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และหากภูมิภาคนี้มีกลไกระงับข้อพิพาทก็จะทำให้แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้