ข่าว

ภาคปชช.ฟ้องศาลปค."ชัย"ไม่รับร่างพรบ.เข้าสภา

ภาคปชช.ฟ้องศาลปค."ชัย"ไม่รับร่างพรบ.เข้าสภา

20 ต.ค. 2552

ภาคประชาชน ฟ้อง ปธ.สภา–เลขาธิการสภา ร้องศาลปกครองกลาง สั่งเลขาธิการสภา ฯ ตรวจสอบความถูกต้อง ร่าง พรบ.จัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ….ที่ ปชช.กว่าหมื่นคน เข้าชื่อเสนอ หลัง “ปู่ชัย” มีคำสั่งไม่รับร่างเข้าสภาพิจารณา

 (20 ต.ค.)  นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานโครงการพัฒนากระบวนการจัดทำหนังสือสัญญา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) ยื่นฟ้อง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา , นายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ประธานรัฐสภาไม่รับร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ….ที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 10,378 คน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภา

 คำฟ้องสรุปว่า คำสั่งไม่รับร่างฯ ดังกล่าว เป็นการลิดรอนขัดขวางการใช้สิทธิ์โดยชอบธรรมของประชาชนที่จะเสนอกฎหมายที่มีหลักการและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชน เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการประกันสิทธิ์การรับทราบข้อมูล คำชี้แจงอันเป็นสาระสำคัญและเหตุผลจากรัฐบาล รวมทั้งมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อรัฐบาลและรัฐสภาอย่างเพียงพอ ก่อนที่รัฐบาลจะไปตกลงผูกพันกับนานาประเทศเพื่อทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าหรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

 ดังนั้น ร่างดังกล่าว จึงเป็นกฎหมายที่มีหลักการเกี่ยวกับเรื่องที่บัญญัติในหมวด 3 มาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญ ฯ ตามที่พรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2542 มาตรา 5 วรรคสองบัญญัติไว้

 ทั้งนี้ ประธานรัฐสภา ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ใช้อำนาจดุลพินิจปฏิเสธคำขอโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีการสรุปข้อเท็จจริงผิดพลาดและตีความข้อกฎหมายโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 163 , 57 และ 87 ประกอบกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2542 รวมทั้งประกาศของรัฐสภา ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 1ได้ประกาศใช้บังคับเอง ขณะที่อดีตที่ผ่านมาประธานสภา เคยรับร่างพรบ.ที่เสนอโดยประชาชน ด้วยการตีความอย่างกว้างมีลักษณะยืดหยุ่น โดยคำนึกถึงหลักการและสาระสำคัญของร่างกฎหมายว่าเข้าหลักการรัฐธรรมนูญฯในหมวด 3 และ 5 หรือไม่

 การกระทำของผู้ถูกฟ้องที่ 1- 2 ยังเป็นการฝ่าฝืนต่อหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมและมาตรฐานในการปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามที่บัญญัติในมาตรา 37 ของพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 อย่างชัดแจ้งในเรื่องสิทธิ์ของประชาชนที่จะได้รับทราบเหตุผลประกอบคำสั่งไม่รับคำขอฯ ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

 นายจักรชัย กล่าวว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้ สืบเนื่องจากประธานสภาฯมีคำสั่ง ไม่รับร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว รวมทั้งได้ปฏิเสธคำขอ และมีการสรุปข้อเท็จจริงของร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวที่ผิดพลาด ซึ่งถือเป็นการลิดรอนขัดขวางการใช้สิทธิโดยชอบธรรมของประชาชน ที่จะเสนอกฎหมายที่มีหลักการและเนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชน

 เขาบอกว่า การกระทำของประธานสภาฯ และเลขาธิการสภาฯ จึงถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมและมาตรฐานในการปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามมาตรา 37 ของพรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 อย่างชัดเจนในเรื่องสิทธิของประชาชน เขาจึงเดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้พิจารณาไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต