ข่าว

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนวางระบบขนส่ง-กระจายสินค้า  

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนวางระบบขนส่ง-กระจายสินค้า  

18 ก.ค. 2561

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนร่วมวางระบบขนส่งและศูนย์กระจายสินค้าสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย "ตลาดนำการผลิต"โดยยุทธศาสตร์พระพิรุณ  

 

18 กรกฏาคม 2561 "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ดึงภาคเอกชนร่วมวางระบบขนส่งและศูนย์กระจายสินค้าสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำการผลิต”โดยยุทธศาสตร์พระพิรุณ

 

นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  เป็นประธานคณะทำงานร่วม การประชุมคณะทำงานขนส่งและศูนย์กระจายสินค้า ภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิตัล ครั้งที่ 1/2561 โดยมีนายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รวมทั้งผู้แทนจากภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือกำหนดกรอบการดำเนินงานของระบบขนส่งศูนย์กระจายสินค้า ระบบบริหารคลังสินค้า และพื้นที่ตั้งศูนย์จัดจำหน่ายหรือศูนย์กระจายสินค้า เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” โดยยุทธศาสตร์พระพิรุณ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนวางระบบขนส่ง-กระจายสินค้า  

 

นายคนิต กล่าวว่า  คณะทำงานขนส่งและศูนย์กระจายสินค้า ภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิทัล ได้ดำเนินการประชุมครั้งที่ 1/ 2561 โดยเชิญคณะทำงานภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบุรี(วิสาหกิจเพื่อสังคม)จำกัด  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)  ฟาร์มไม่ตั้งใจ(สมเกียรติ ผักอร่อย)  บริษัท ไฮ-ควอน มัลติมีเดีย จำกัด  ซึ่งเป็นคณะทำงาน  พร้อมด้วย เครือข่ายธุรกิจ BIZ Club Thailand  บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท เฮ็ลธ์ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

 

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนวางระบบขนส่ง-กระจายสินค้า  

 

โดยได้ร่วมประชุมหารือถึงกรอบการดำเนินงานของคณะทำงานขนส่งและศูนย์กระจายสินค้า ในเรื่องของการวางแผนเส้นทางการขนส่งสินค้า และการกำหนดพื้นที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) ให้สัมพันธ์กันครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อจะได้ช่วยลดต้นทุนของสินค้าในการขนส่ง และศูนย์กระจายสินค้าจะต้องมีที่เก็บสินค้าและมีระบบบริหารคลังสินค้าที่มีมาตรฐานสากล ทั้งระบบ hardware และระบบ software ซึ่งไม่ใช่แค่คลังสินค้า (Ware House) เท่านั้น โดยที่ประชุมยังหารือถึงหน่วยงานอื่นที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ เช่น สหกรณ์ กลุ่มสหกรณ์ ที่มีศักยภาพ มีความเข็มแข็ง มีความพร้อม จะเชิญเข้าร่วมคณะทำงานนี้ด้วย

 

การประชุมครั้งนี้ จะวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อเชื่อมโยงกับคณะทำงานอีก 4 คณะ ได้แก่ 1. คณะทำงานฝ่ายอำนวยการและพัฒนาระบบต้นแบบโครงการและการประชาสัมพันธ์ 2. คณะทำงานระบบเครือข่ายสาขาค้าปลีกและการสนับสนุนเทคโนโลยีการเงิน(Fintech) 3. คณะทำงานระบบค้าส่งสินค้าเกษตรที่มีนวัตกรรมจับคู่การค้า 4. คณะทำงานส่งเสริมผู้ใช้ตลาดเกษตรดิจิทัล  ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิทัล โดยมุ่งเป้าขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำการผลิต”  

 

"เกษตรฯ"ดึงเอกชนวางระบบขนส่ง-กระจายสินค้า  

 

โดยยุทธศาสตร์พระพิรุณ ที่ทำงานด้วยหลักการจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขาย ค้าปลีก ค้าส่ง และระบบขนส่ง บนแพลตฟอร์ม   E-Matching Market (EMM)  ซึ่งเริ่มต้นพัฒนาและสามารถใช้งานได้แล้วผ่าน www.DGTFarm.com โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)  และจะพัฒนาให้บริการได้บนสมาร์ทโฟน (แอพพลิเคชั่น Hello Trade) ตามยุทธศาสตร์พระพิรุณ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาด ปัญหาการกดราคาโดยผู้รับซื้อ และผลผลิตสินค้าเกษตรที่ไม่รู้จะไปจำหน่ายที่ไหน ซึ่งทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำ และเกษตรกรขาดทุน