ข่าว

เจ็ทบลูลงนามสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ220-300  60 ลำ

เจ็ทบลูลงนามสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ220-300 60 ลำ

17 ก.ค. 2561

สายการบินเจ็ทบลูลงนามในบันทึกความเข้าใจสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ220-300 ทั้งสิ้น 60 ลำ

สายการบินเจ็ทบลู (JetBlue) เข้ามาเป็นลูกค้ารายแรกของเครื่องบินที่เพิ่งได้รับการรีแบรนด์อย่างรุ่น เอ220 โดยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยืนยันคำสั่งซื้อ เอ220-300 เครื่องบินรุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจำนวนทั้งสิ้น 60 ลำ และมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อเครื่องบิน เอ320นีโอ จำนวน 25 ลำ ไปเป็น เอ321นีโอ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยเครื่องบิน เอ321นีโอ และ เอ220 ของสายการบินเจ็ทบลูจะติดตั้งเครื่องยนต์รุ่น GTF ของแพรทท์ แอนด์ วิทนีย์

 

"การที่สายการเจ็ทบลูเลือกเครื่องบินรุ่น เอ220 มาเพิ่มในฝูงบินของเครื่องบินตระกูล เอ320 นั้นถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการเติบโตของฝูงบิน โดยเครื่องบินสองรุ่นนี้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดีเพื่อช่วยให้เครือข่ายเส้นทางบินของสายการบินมีความยืดหยุ่นและสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้โดยสารได้ โดยสายการบินเจ็ทบลูจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของทั้ง เอ321นีโอ และ เอ220-300 รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวางที่สุด และสะดวกสบายที่สุดในเครื่องบินประเภทเดียวกัน"

 

"เราได้ทำการพัฒนาฝูงบินของเราเพื่ออนาคตของสายการบินเจ็ทบลู รวมถึงเครื่องบินรุ่น เอ220-300 สามารถสร้างความยืดหยุ่นและช่วยสนับสนุนจุดประสงค์ทางการเงินและการปฏิบัติการของบริษัทได้อย่างดี" คุณโรบิน เฮย์ส ประธานกรรมการสายการบินเจ็ทบลูกล่าวและเพิ่มเติมว่า "และเนื่องจากเจ็ทบลูก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 การที่เอ220 มารวมกันกับฝูงบินเอ321 ของเรา และ เอ320 ที่ได้รับการตกแต่งใหม่นี้จะช่วยให้เรานำเสนอประสบการณ์บนเครื่องที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และทำให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวเพื่อให้เราสามารถเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต"

 

การเพิ่มเครื่องบินรุ่น เอ220-100 และ เอ220-300 เข้ามาในเครื่องบินตระกูล เอ320 นั้นจะช่วยครอบคลุมเรื่องการบรรทุกผู้โดยสารระหว่าง 100 ถึง 150 ที่นั่ง และมอบความสะดวกสบายด้วยการจัดแถวที่นั่งแบบ 5 ที่นั่งต่อแถว ด้วยการออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) พร้อมเครื่องยนต์แบบ high-bypass ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่า และใช้ระบบควบคุมการบินด้วยสายไฟ (Fly-By-Wire หรือ FBW) จึงทำให้ เอ220 มีอัตราการเผาไหม้เครื่องยนต์ต่ำถึงร้อยละ 20 ต่อหนึ่งที่นั่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ โดยในอนาคตเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กรุ่นนี้จะถูกนำออกให้บริการแก่ผู้โดยสารทั่วโลก คาดว่าจะมีการนำเครื่องรุ่นนี้มาใช้งานมากถึง 6,000 ลำภายในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า แอร์บัสเป็นบริษัทผู้ผลิต จำหน่ายและสนับสนุนเครื่องบิน เอ220 ภายใต้ข้อตกลงของ C Series Aircraft Limited Partnership (CSALP)

 

"ข้อตกลง CSALP ระหว่างแอร์บัส บอมบาร์เดียร์ (Bombardier) และอินเวสต์เม้นท์ ควิเบค (Investment Quebec) ทำขึ้นเพื่อนำเครื่องบินที่ดีที่สุดในรุ่น 100 ไปจนถึง 150 ที่นั่งเข้าสู่ตลาด และการที่เจ็ทบลูเลือกใช้เครื่องรุ่น เอ220-300 แสดงให้เห็นว่าทีมของเรากำลังสร้างผู้ชนะ" คุณฟิลิปป์ บาลดุชชี่ ประธานกรรมการบริษัท CSALP กล่าวและเสริมว่า "เราหวังว่าเครื่องบิน เอ220 จะสามารถให้บริการที่น่าพึงพอใจแก่สายการบินเจ็ทบลู และลูกค้าได้ไปอีกนานหลายปี"

 

เครื่องบิน เอ321นีโอ เป็นเครื่องรุ่นที่ใหญ่ที่สุดของเครื่องบินตระกูล เอ321นีโอ ซึ่งเป็นเครื่องบินทางเดินเดี่ยวรุ่นที่ขายดีที่สุด โดยมียอดคำสั่งซื้อเกือบ 6,100 ลำ จากลูกค้ากว่า 100 ราย เครื่องบินรุ่นนี้เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รวมทั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ปลายปีกหรือชาร์คเล็ท ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึงร้อยละ 15 ตั้งแต่วันแรกที่ใช้ และร้อยละ 20 ภายในปี 2563 นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมห้องโดยสารใหม่ล่าสุดอีกด้วย เครื่องบินตระกูล เอ320นีโอยังนำเสนอประสิทธิภาพที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก ด้วยการลดเสียงรบกวนได้ราวร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนๆ