
ผู้ว่าฯกทม.จี้เขื่อนกั้นน้ำริมเจ้าพระยาต้องเสร็จปี53
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 ต.ค.- ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะลงเรือตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือกองการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร(เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า) ล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาถึงบริเวณสะพานซังฮี้ แล้ววกกลับมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระจันทร์ จากนั้นเดินตรวจชุมชนบริเวณท่าพระจันทร์ และท่าเตียน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นทะลักเข้ามา เนื่องจากในวันนี้คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะหนุนสูง อยู่ที่ระดับ 1.75 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า จากการนั่งเรือตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากบางซื่อ-บางกอกน้อย ได้สั่งการให้เร่งรัดสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งตามโครงการ กทม.มีแผนก่อสร้างระยะทางยาว 77 กิโลเมตร ขณะนี้เหลือการก่อสร้างเพียง 7 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 แต่ตนจะเร่งรัดให้เสร็จภายในปี 2553 ทั้งนี้ในส่วนที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จนั้น เป็นเพราะติดปัญหาชุมชนที่รุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำมานานแล้ว แต่ล่าสุด กทม.ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนและบางส่วนได้ยินยอมแล้ว สำนักการระบายน้ำอยู่ระหว่างจัดราคากลาง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการเจรจากับชุมชนนั้น ส่วนใหญ่ยินยอมที่จะย้ายออกแล้ว มีเพียงชุมชนสันติชนสงเคราะห์ บริเวณริมคลองบางกอกน้อยด้านเหนือ จำนวน 35 ครัวเรือนเท่านั้นที่ยังพักอาศัยระหว่างคลอง ซึ่งแต่เดิมมีปัญหาไม่อยากให้ กทม.ทำการก่อสร้างแนวเขื่อน แต่จากการลงพื้นที่ของนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม.เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าเจรจากับชาวบ้านเป็นบางส่วนแล้ว
ด้านนายชัยนาท นิยมธูร ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบหลัก สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า สำนักการระบายน้ำและเขตบางกอกน้อย จะลงพื้นที่เข้าไปเจรจากับประชาชนทั้ง 35 ครัวเรือน โดยเบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีโฉนด เพราะเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์และที่ราชพัสดุ พร้อมกันนี้ กทม.จะประชุมร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และราชพัสดุ เพื่อกำหนดแนว และจะได้เตรียมเงินไว้ก้อนหนึ่งเพื่อให้ประชาชนไว้สำหรับการรื้อถอน โดยจะพิจารณาตามลักษณะของที่พักอาศัย และจะพิจารณาให้ในราคาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สำหรับชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ รวมทั้งสิ้น 28 ชุมชน จำนวน 1,353 ครัวเรือน



