ข่าว

กมธ.วุฒิฯแฉ3ขบวนการปล่อยข่าวอัปมงคล

กมธ.วุฒิฯแฉ3ขบวนการปล่อยข่าวอัปมงคล

20 ต.ค. 2552

กมธ.วุฒิฯแฉ 3ขบวนการเครือข่ายอดีตผู้นำ-แก๊งพรรคร่วม-คนตุลา ปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้น ชื่อย่อ“ยย.-วช.”ยังอยู่ในไทย เรียก“สุเทพ-ตลาดหุ้น” แจงข้อมูลวอนชาวบ้านฟังแถลงการณ์สำนักพระราชวังอย่าเดียว อย่าหลงข่าวลือ

(20ต.ค.) กมธ.วิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา นำโดยนายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการกมธ. แถลงข่าว ว่า จากการหารือของคณะกรรมิการร่วม 2 ชั่วโมง มีการขยายผลต่อไปว่าชื่อย่อของบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้คือ ชื่อ“ยย. และวช.”โดยทั้ง 2 คน เป็นนักลงทุนในในตลาดหลักทรัพย์ที่คนในตลาดหลักทรัพย์รู้จักดี สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาการปั่นหุ้นตามปกติ แต่เป็นปัญหาความมั่นคงของชาติทั้งเศรษฐกิจและการเมือง และเห็นว่าต้องพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน โดยในการประชุมครั้งหน้าจะเชิญ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และผู้ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงนายสุนันท์ ศรีจันทรา สื่อมวลชนอาวุโสที่เชี่ยวชาญในเรื่องหุ้นมาให้ข้อมูล

 นายคำนูณ กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้นของกมธ.พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมี 3 ขบวนการร่วมกัน คือ 1. เครือข่ายเครือญาติของอดีตผู้นำประเทศ 2. เครือข่ายเครือญาติของนักการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล ที่เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ และ 3. เครือข่ายกลุ่มเดือนตุลาฯสายบ่อนทำลายสถาบันซึ่งมีตัวการสำคัญบางคนร่วมอยู่ใน 2 ขบวนการแรก ซึ่ง “ยย และวช.”ล้วนเกี่ยวพันกับ 3 ขบวนการนี้ และขณะนี้ทั้งคู้ยังอยู่ในเมืองไทย  โดยขบวนการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์คือ บ่อนทำลายสถาบันและหาทุนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในช่วงปลายปี

 นอกจากนี้กรรมาธิการพบว่ามีขบวนการปล่อยข่าวตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค. โดยมีการปล่อยข่าวในเวปไซต์ต่างๆอาทิ เสรีชน ประชาไท และไทยอีนิวส์ และขบวนการนี้ยังได้ฟอร์เวิดเมลล์ข้อความต่างๆ ไปยังกลุ่มบุคคลทั้งในเชียงใหม่และกรุงเทพ กมธ.ตั้งข้อสังเกตว่า ขบวนการดังกล่าวอาจต้องการให้ เกิดเรื่องนี้ขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. โดยโยงไปให้คิดในเชิงสัญลักษณ์พ้องกับเหตุการณ์ 14 ตุลาฯในอดีต ซึ่งส่งผลเสียหายต่อประเทศไทย โดยผ่านเครือข่ายนักเล่นหุ้น เชื่อมต่อไปยังสำนักข่าวต่างประเทศจึงได้กำหนดดีเดย์ในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเชื่อว่าหากมีการสืบสวนตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างจริงจัง รัฐบาลจะหาผู้เกี่ยวข้องในขบวนการได้

 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กมธ. อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ  กล่าวว่า การสืบสวนหาผู้กระทำผิดหากพิจารณาจากข้อมูลตามที่ปรากฏทำได้ไม่ยาก แต่รัฐบาลต้องลงมาบูรณาการจัดการปัญหาด้วยตนเอง สำหรับกรรมาธิการมุ่งหวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก เพราะการนำสถาบันมาเป็นเครื่องหาประโยชน์ทางการเงินและการเมือง ไม่สมควรอย่างยิ่ง หากปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปเชื่อว่า อีก 4-5 เดือนก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก
          
  ด้านม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนเฝ้าติดตามพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง เพราะถือว่าถูกต้องแม่นยำที่สุด ไม่ควรคิดเกินเลยกว่านั้น และไม่ควรเชื่อข่าวลือ