ข่าว

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

15 ก.ค. 2561

เปิด"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"ขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเพื่อความสุขที่ยั่งยืน อุดหนุนหลากหลายโครงการในท้องถิ่นทำชาวบ้านรายได้เพิ่ม  

 

15 กรกฏาคม 2561 เปิด"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"ขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเพื่อความสุขที่ยั่งยืน อุดหนุนหลากหลายโครงการในท้องถิ่นทำชาวบ้านรายได้เพิ่ม

นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน  (กกพ) กล่าวว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือ กกพ. เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ท้องถิ่นอยู่ด้วยกันได้ และเป็นกองทุนขนาดใหญ่ โดยโรงไฟฟ้าส่งเงินเข้ากองทุน 1 สตางค์ต่อหน่วยเงินกองทุนโดยเงินเข้ากองทุนในปี 2555 จำนวน 55ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 63 ล้านบาท ปี 2557 จำนวน 68 ล้านบาทปี 2558 จำนวน 111 ล้านบาท ปี 2559จำนวน 188  ล้านบาทมีเงินทั้งหมดในกองทุน 2,600 ล้านบาท

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

 

ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่ที่จะร่วมบริหารจัดการเงินกองทุนครอบคลุมตำบลโดยรอบโรงไฟฟ้าที่อยู่ในรัศมีจากศูนย์กลางโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งเป็นระยะทางตั้งแต่ 1 กิโลเมตร 3 กิโลเมตร หรือ 5 กิโลเมตร ที่ผ่านมากกพ. ได้อนุมัติแผนงานประจำปีให้แก่กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อดำเนินโครงการชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 – 2561 รวมทั้งสิ้น 40,822 โครงการ มูลค่ารวม 15,303.35 ล้านบาท แยกเป็นงบบริหารจัดการ 1,521.45 ล้านบาท และงบโครงการชุมชน 13,781.90 ล้านบาท

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

 

ภายใต้การดำเนินงานโครงการชุมชน ประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพ และสุขภาวะ การพัฒนาอาชีพ และเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าที่นำเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนที่เห็นได้เด่นชัดคือกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าขนอม และชุมชนรอบโรงไฟฟ้าขนอม

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน   

 

สำหรับชุมชนรอบโรงไฟฟ้าขนอมมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าขนอมได้แก่ปรับปรุงท่าเทียบเรือบ้านแหลมประทับ ที่ชำรุด เสียหาย เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ ประกอบกับท่าเรือนี้เป็นท่าเรือที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ในการชมธรรมชาติทางทะเล เช่น ปลาโลมาสีชมพู  โครงการจัดสร้างอุปกรณ์หนังตะลุงเยาวชน  มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ให้คงอยู่ และสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง 

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

 

โครงการสร้างศาลหลักเมืองขนอม เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงบรรพบุรุษผู้สร้างเมืองขนอม อันเป็นเอกลักษณ์ทางด้านอารยธรรมของเมืองโบราณ, เป็นสถานที่ให้ประชาชนได้สักการะบูชา และเทิดทูนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โครงการสนับสนุนเทศกาลตกปลาทรายซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีของหมู่บ้านในเพลาที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งอดีต ซึ่งในการจัดเทศกาลตกปลาทรายปีนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 14  ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมคือ จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน


นายมีศักดิ์ เดชรัตนวิไชย ผอ.สำนักงานคณะกก.กำกับกิจการพลังงานประจำเขต11สุราษฏร์านีดูแลพพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่สุราษฏร์ นครศรีธรรมราช  พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ตกล่าวว่า การบริหารจัดการกองทุนกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เป็นการทำงานสองส่วนชาวบ้านมีส่วนร่วมในกองทุนมีประชาชนและรัฐบาลถือเป็นการสื่อสารสอง โดยโครงการหรืองบประมาณที่มีการนำเสนอเข้ามาบางโครงการอาจไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ  ทั้งนี้การบริหารจัดการเงินกองทุนจะถูกตรวจสอบเช่นเดียวกับงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐและราชการ  

 

"โครงการที่ขอมาจำนวนมากคือเกี่ยวกับสุขภาพ การศึกษา เขาจะขอตามความต้องการของประชาชนโครงการที่เคยอนุมัติมากสุดคือ 8 ถึง 9 ล้านบาทในโครงการปรับปรุงน้ำตกหินลาด อ.ขนอม"

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

 

"ณรงค์ คล้ายกลิ่ง" เลขากลุ่มท่องเที่ยวบ้านแหลมประทับ ม. 5 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ชาวบ้านมีอาชีพส่วนใหญ่คือทำประมงมีเพียงส่วนน้อยที่ทำไร่แต่หลังจากเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ทางชุมชนได้ของบจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ปรับปรุงท่าเทียบเรือแหลมประทับทำให้คนในชุมชนมีกิจกรรม มีรายได้มากถึง 7,000 ถึง 8,000 บาทต่อวัน ทั้งจากการค้าขาย และการนำเรือพานักท่องเที่ยวชมธรรมชาติโดยรอบและได้เห็นวิถีชีวิตชุมชน

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน

 

โดยให้บริการเหมาลำเรือโดยสารลำละ  7 คนและเป็นการทำประมงเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเนื่องจากมรสุมไม่มากนัก ส่วนจุดเด่นของที่นี่คือการดูปลาโลมาสีชมพู แต่ในระยะหลัง  ๆโลมาสีชมพูตายมากขึ้นเนื่องจากท้องถิ่นจากการกินขยะเช่นถุงพาสติก 

 

"กองทุนพัฒนาไฟฟ้า"เสริมแกร่งชุมชน