
"สมคิด"ยื่นขอความเป็นธรรมหลังถูกหมาย
"สมคิด บุญถนอม"ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกออกหมายเรียกคดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ พร้อมขอเลื่อนนัดเข้าพบดีเอสไอ
(20ต.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รักษาการอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากกรณีพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจ อดีตตำรวจและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รวม 5 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ แต่พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ในฐานะหนึ่งในผู้ที่ถูกออกหมายเรียก ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และตนซึ่งรักษาการอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวใหม่
นายธาริต กล่าวอีกว่า เนื้อหาในหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกเชื่อว่าตัวเองไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากการออกหมายเรียกครั้งนี้ โดยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และว่าพยานหลักฐานใหม่ไม่สำคัญกับรูปคดี รวมถึงไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมยังขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนของดีเอสไอจากวันที่ 22 ต.ค. ออกไปก่อน โดยไม่ได้ระบุถึงกำหนดวันที่จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม การร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวเป็นการกระทำโดยลำพังของพล.ต.ท.สมคิด ส่วนผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 4 คน ยังไม่ได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมหรือขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเหตุผลในการขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหามีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่
อข้อถามถึงกรณีหากศาลแพ่งมีคำสั่งให้นายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ เป็นบุคคลสาบสูญนายธาริต ยอมรับเรื่องดังกล่าวย่อมมีผลต่อการพิจารณาคดี เพราะถือเป็นการแสดงให้เห็นว่านายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ เสียชีวิตแล้วในทางกฎหมาย หรือกลายเป็นผู้สาบสูญซึ่งเป็นมูลเหตุให้น่าเชื่อได้ว่านายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ ถึงแก่ความตายไปแล้ว



