ข่าว

พขร.รถไฟลาหยุดอีก10รวมแล้ว30คน

พขร.รถไฟลาหยุดอีก10รวมแล้ว30คน

20 ต.ค. 2552

พขร-ช่างเครื่องรถไฟโคราช ยื่นลาหยุดเพิ่มอีก 10 ราย รวม 30 คน อ้างเหตุเครียดไม่มีกำลังใจทำงาน ปธ.สหภาพฯ ระบุ อาจจะมีการลาหยุดเพิ่มขึ้นอีก และจะทำให้กระทบต่อการเดินรถไฟสายอีสาน จี้รัฐบาล บอร์ดบริหารการรถไฟ เร่งเจรจากับสหภาพโดยด่วน

(20ต.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานบรรยากาศที่สถานีรถไฟนครราชสีมา ตลอดช่วงเช้ายังมีประชาชนเดินทางมาใช้บริการดังเช่นทุกวันและปรากฏว่ารถไฟทุกขบวนยังออกเดินรถตามปกติ โดยไม่มีการหยุดหรือนำหัวรถจักรเข้าซ่อมบำรุงแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกันนายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา ได้ออกมาระบุว่าในวันนี้มีพนักงานในส่วนของ พนักงานขับรถ และช่างซ่อม ยื่นความจำนงขอลาหยุดเพิ่มอีก 10 ราย จากเมื่อวานนี้ที่ลาหยุดไปแล้ว ประมาณ 20 ราย ส่งผลให้พนักงานขับรถและช่างซ่อมในส่วนของจังหวัดนครราชสีมาต้องทำงานเพิ่มขึ้นและไม่มีวันหยุด เนื่องจากพนักงานไม่เพียงพอ

 นายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 20 ต.ค.52 ) มีพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ยื่นความจำนงค์ขอลาป่วยเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้อีกประมาณ 10 ราย ทำให้ในขณะนี้มีพนักงานของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา ทั้งพนักงานขับรถและช่างเครื่องที่มีอยู่ประมาณ 210 คนลาหยุดแล้วกว่า 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานขับรถไฟ โดยให้เหตุผลว่าเครียดไม่มีสมาธิและกำลังใจในการทำงาน หลังจากที่ต้องถูกกดดันจากทางบอร์ดบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้บังคับบัญชาอย่างหนัก รวมถึงอาจจะต้องรับผิดชอบเพียงลำพังหากเกิดเหตุการณ์เหมือนเช่นที่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

 ซึ่งผลจากการลาป่วยของพนักงานในครั้งนี้ จะส่งผลให้พนักงานที่เหลืออยู่ก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น และไม่สามารถที่จะหยุดงานได้ เนื่องจากพนักงานไม่เพียงพอ ซึ่งอาจจะมีผลให้ต่อจากนี้ไปพนักงานที่ต้องทำงานหนักในตอนนี้จะเหนื่อยล้าและมีอาการป่วยเนื่องจากทำงานหนัก และอาจจะมีการยื่นขอลาป่วยเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ หากสถานการณ์ระหว่างบอร์ดบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟยังไม่สามารถการพูดคุยตกลงกันได้ ก็จะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก และคาดว่าจะมีพนักงานขอลาป่วยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลต่อการเดินรถไฟอย่างแน่นอน

 อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพแรงงานรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา ได้พยายามที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้รถไฟสายอีสานหยุดวิ่ง โดยการหมุนเวียนพนักงานที่มีอยู่อย่างจำกัดมาปฏิบัติงานแทนผู้ที่ลาหยุดไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องถามความสมัครใจของพนักงานก่อนว่ามีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานหรือไม่ และพร้อมที่จะแบกรับกับเหตุการณ์อุบัติที่อาจจะเกิดขึ้นหากสภาพร่างกายของพนักงานเองไม่พร้อมหรือไม่ เพราะหากพนักงานขับรถนำรถไฟออกวิ่งทั้งๆที่สภาพร่างกายหรือสภาพรถไม่พร้อมแล้ว พนักงานผู้นั้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งคาดว่าตรงจุดนี้คงไม่มีใครกล้าเสี่ยง และอาจจะมีพนักงานขอลาหยุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

 ส่วนมาตรการการนำคนนอกซึ่งเป็นอดีตพนักงานขับรถที่เกษียณอายุราชการไปแล้วมาปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ที่ขอลาหยุดไป นั้นก็คงเป็นไปได้ยากและไม่แน่ใจว่าพี่น้องประชาชนจะไว้ใจพนักงานที่สูงอายุเหล่านี้หรือไม่ รวมถึงตัวอดีตพนักงานเองจะกล้ามารับหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือทางรัฐบาลแลชะบอร์ดผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยควรที่จะเจรจากับทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างเร่งด่วน ในข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ทางรัฐบาลและบอร์ดบริหารให้หลักประกันด้านการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างครบถ้วนและครอบคลุม ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ รถจักร รถพ่วง รถโดยสาร ที่ปัจจุบันมีอยู่ไม่เพียงพอ และต้องใช้งานอย่างหนัก ส่งผลให้สภาพรถไม่สมบูรณ์และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

  รวมถึงระบบรางที่ในหลายพื้นที่ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือจำเป็นต้องซ่อมก็ต้องอนุมัติให้มีการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเพิ่มพนักงานทั้งในส่วนของพนักงานขับรถ และช่างเครื่อง ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยการยกเลิก มติ ครม. เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2541 กรณีที่หากมีพนักงานเกษียณจำนวน 100 คน ให้รับสมัครพนักงานใหม่ได้เพียง 5 % มาเป็นให้รับสมัครตามความต้องการที่แท้จริง เพราะมติครม.นี้ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนพนักงานที่ขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ นายสาธรฯกล่าว