
"กฤษฏา"จี้กยท.ยกระดับราคายางไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกก.
"กฤษฏา"จี้กยท.ยกระดับราคายางไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกก. ด้านผู้ว่าฯกยท. เดินหน้าสร้างเสถียรภาพราคายางผ่านกลไกตลาดกลาง6แห่ง"
13 กรกฏาคม 2561 “กฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์"จี้กยท.ยกระดับราคายางไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกก.ด้านผู้ว่าฯกยท.เดินหน้าสร้างเสถียรภาพราคายางผ่านกลไกตลาดกลาง 6 แห่ง”
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าขณะนี้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้ของผู้ประกอบการภายในประเทศ ประกอบกับมีฝนตกชุกในพื้นที่ปลูกยางทำให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดน้อยลง ราคายางแผ่นรมควันอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 45 บาท แต่ราคาที่เหมาะสมควรไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท โดยให้การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)ให้ความสำคัญในการยกระดับราคายางพารา
ขณะที่นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่าได้จัดทำแนวทางยกระดับราคายางและสร้างเสถียรภาพราคายาง โดยให้กองจัดการโรงงาน 2 กยท. เขตภาคใต้ตอนกลางที่ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชเพิ่มกำลังการผลิตน้ำยางข้น จากเดิม 1,500 ตัน เป็น 2,500 ตันต่อเดือน ซึ่งจะสามารถรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรได้มากขึ้น ช่วยให้ขายน้ำยางสดได้ในราคาที่สูงขึ้นด้วย จากนั้นกยท.จะขายให้กับผู้ประกอบการที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบ
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้กยท.ทุกจังหวัดสำรวจปริมาณยางแห้งทั้งแผ่นรมควัน ยางแท่ง หรือยางประเภทอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนซื้อยางดิบจากเกษตรกรมาแปรรูปเพื่อรอการจำหน่าย โดยจะนำข้อมูลมาใช้บริหารจัดการเพื่อให้ราคายางภายในประเทศมีเสถียรภาพ การดำเนินการทั้ง 2 แนวทางนี้ จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยาง โดยจะสามารถขายยางผ่านตลาดกลาง ทั้ง 6 แห่ง และตลาดเครือข่ายของกยท.ทั่วประเทศทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งกยท.มั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์ต่อชาวสวนยาง
โดยผู้ประกอบการที่มารับซื้อยางพาราสามารถเสนอราคารับซื้อยางผ่านตลาดกลาง ทั้ง 6 แห่งคือที่จ.ยะลา สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎ์ธานี บุรีรัมย์ และหนองคาย รวมถึงตลาดเครือข่ายของ กยท. ทั่วประเทศ การแข่งขันการด้านราคารับซื้อนี้จะส่งผลให้เกิดการผลักดันราคายางในตลาดให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วย



