ข่าว

13 หมูป่าอาการดีขึ้นห่วงรับมือสื่อ-สังคม

13 หมูป่าอาการดีขึ้นห่วงรับมือสื่อ-สังคม

13 ก.ค. 2561

ปลัดสธ. เผย 13 หมูป่า อาการดีขึ้น ห่วงการรับมือสื่อ-สังคม หลังออกจาก รพ.

 

13 กรกฏาคม 2561ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการรักษาตัวของเยาวชน และโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี่ ทั้ง 13 คน 

 

โดยบอกว่า จะลงพื้นที่ไปติดตามงานในวันพรุ่งนี้(14 ก.ค.) ซึ่งล่าสุดทุกคนสุขภาพดี แต่มี 3 รายที่มีอาการหูอักเสบ และปอดอักเสบ 3 ราย โดยอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็มีบางคนที่มีไข้ต่ำๆ ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือ อยากให้จิตแพทย์เข้าไปดูแลเรื่องสภาพจิตใจเมื่อออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว เป็นที่รู้กันว่า สังคมและสื่อจะให้ความสนใจเยอะ และจะมีการถามคำถามซ้ำๆ จึงอยากให้จิตแพทย์ช่วยวางแผนร่วมกับครอบครัว ในการรับมือสื่อ และสังคมต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เยาวชนทั้ง 13 คนจะออกจากโรงพยาบาลได้เร็วสุดเมื่อใด นพ.เจษฏา กล่าวว่า อย่างน้อยต้องดูให้ครบ 7 วันก่อน ซึ่งขณะนั้นผลเลือดที่ส่งไปตรวจตามที่ต่าง ๆ คงได้มาหมดแล้ว จากนั้นเราจะมาประเมินอีกที ว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน ขณะนี้ได้ผลเลือดเกือบครบทุกคนแล้ว แต่มีบางตัวอย่างต้องตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบว่ามีใครที่จะมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ 

 

13 หมูป่าอาการดีขึ้นห่วงรับมือสื่อ-สังคม

    

ต่อข้อคำถามที่ว่า ภายหลังที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว จะมีการติดตามเรื่องของสุขภาพจิต ทั้ง 13 คน หรือไม่ ปลัดสธ. กล่าวว่า ต้องมี แต่อยู่ที่ระยะเวลาว่าเราจะติดตามอย่างต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งใกล้ๆบ้านของทุกคน ก็มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) รวมถึงมีอาสาสมัครสาธารณสุจขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะช่วยดูแลในเบื้องต้น ส่วนจะส่งแพทย์ หรือจิตแพทย์ของเราลงไปดูแลเป็นระยะนั้น ตนกำลังประเมินอยู่ 

    

ส่วนจะนำกรณีคนติดเหมืองที่ประเทศชิลีมาเป็นแนวทางศึกษาได้หรือไม่นั้น นพ.เจษฎา กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า ทั้งสองกรณีนั้นต่างกัน เนื่องจากเยาวชนทีมหมูป่า สุขภาพจิตดี แต่สิ่งที่เป็นห่วง ก็คือการที่เด็กเหล่านี้จะต้องอยู่กับสังคม และสื่อ ขณะที่นายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ แต่หากขออะไรไปรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน 

    

เมื่อถามถึงกรณีสื่อต่างประเทศ รายงานข่าวเรื่องของการใช้ยาสลบในตอนที่พาเด็กออกมาจากถ้ำหลวงนั้น นพ.เจษฎา กล่าวว่า เอาเป็นว่ายาที่ใช้นั้น ต้องการให้เด็กไม่ตื่นตระหนก อยู่ในภาวะที่สงบ ให้เจ้าหน้าที่พาตัวออกมาได้ ซึ่งเราเป็นห่วงว่า ระหว่างออกมาเด็กอาจจะตื่นเต้น ตกใจ แต่รายละเอียดตัวยาต้องถามแพทย์ ยืนยันว่าการช่วยเหลือทุกขั้นตอนอยู่ในมือแพทย์ตลอดเวลา