ข่าว

มือมืดแขวนระเบิดขู่บึ้มบ.รับทำบัญชี

มือมืดแขวนระเบิดขู่บึ้มบ.รับทำบัญชี

20 ต.ค. 2552

มือดีแอบเอาระเบิดใส่ถุงแขวนหน้าบริษัทย่านพลับพลาไชย รปภ.ไปเจอถึงผงะ แจ้งตำรวจมาตรวจสอบพบเป็นระเบิดน้อยหน่ายังไม่ถอดสลัก คาดแค่ข่มขู่ ส่วนปมมาจากความขัดแย้งเรื่องรุกล้ำสถานที่

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม พ.ต.ต.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.พลับ พลาไชย 1 รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิดหน้าบริษัท ส.บริการบัญชีธุรกิจ จำกัด เลขที่ 54-56 0ถนนเฉลิมเขต 3 แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.)

              ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 6 คูหา สูง 4 ชั้น บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าบริษัทเอส ซี แอล มอเตอร์ พาร์ท จำกัด พบถุงพลาสติกหูหิ้วสีขาว 1 ใบ วางอยู่ที่พื้น ภายในบรรจุวัตถุระเบิดน้อยหน่าชนิดเอ็มเค 2  จำนวน 1 ลูก ซึ่งระเบิดดังกล่าวถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์  เจ้าหน้าที่จึงกันประชาชนในละแวกใกล้เคียงออกจากบริเวณดังกล่าว พร้อมกั้นเชือกไว้เป็นพื้นที่หวงห้าม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และสะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ารตรวจสอบพบว่าวัตถุระเบิดดังกล่าวยังไม่มีการถอดสลัก ไม่สามารถที่จะทำงานได้ จึงใช้สกอตเทปกาวพันรอบวัตถุระเบิดอย่างแน่นหนา ก่อนจะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

             สอบถามนายนภาดล นฤมิตร อายุ 55 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า ตนเป็น รปภ.ดูแลความปลอดภัยและยังดูแลเรื่องความสะอาดของอาคารที่เกิดเหตุ จำนวน 6 คูหา ก่อนเกิดเหตุตนอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ขณะที่เดินตรวจตราถึงหน้าบริษัท ส.บริการบัญชีธุรกิจ จำกัด ก็พบถุงพลาสติกแขวนอยู่ที่ประตู คิดว่าเป็นถุงขยะจึงหยิบออกจากประตูเพื่อที่จะนำไปทิ้ง ขณะที่เดินไปถึงหน้าบริษัท เอส ซี แอล มอเตอร์ พาร์ท จำกัด ก็รู้สึกว่าถุงดังกล่าวหนักพอสมควร จึงหยิบออกมาดู เมื่อพบว่าเป็นวัตถุระเบิดตนรู้สึกตกใจมากจึงรีบวางเอาไว้ที่พื้นทันทีก่อนจะรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
  
           "พอผมเปิดดูของในถุงที่หยิบมารู้ว่าเป็นระเบิดผมตกใจมากทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือปลอม จะโยนทิ้งทันทีก็ไม่กล้าเพราะกลัวมันระเบิดขึ้นมา แต่เพื่อความปลอดภัยผมก็ค่อยๆ วางลงแล้วออกห่างทันทีก่อนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ตลอดเวลาที่ทำงานเป็น รปภ.มา 3 ปีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้" นายนภาดลกล่าว

              ด้าน พล.ต.ต.วิทยากล่าวว่า สำหรับวัตถุระเบิดที่พบเป็นระเบิดน้อยหน่าชนิดเอ็มเค 2 ยังไม่มีการถอดสลัก แต่หากระเบิดทำงานจะมีรัศมีทำลายล้างสูงถึง 10 เมตร จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าบริษัท ส.บริการบัญชีธุรกิจ จำกัด มีนายดำเกิง โอภาเฉลิมพันธ์ เป็นเจ้าของ ซึ่งการลอบวางระเบิดครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการข่มขู่ เนื่องจากระเบิดยังไม่มีการถอดสลัก โดยชนวนเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากความขัดแย้งเรื่องการลุกล้ำสถานที่ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นความขัดแย้งกับกลุ่มใด

              พล.ต.ต.วิทยากล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบบริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำไปตรวจสอบแล้ว ส่วนป้ายข้อความที่พบในที่เกิดเหตุได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บไปตรวจสอบเพื่อหาลายนิ้วมือแฝง  เบื้องต้นจะต้องทำการสอบปากคำนายดำเกิง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งหากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านข้างอาคารที่เกิดเหตุมีป้ายของเจ้าหน้าพนักงานท้องถิ่น กรุงเทพฯ ติดตั้งอยู่โดยข้อความระบุเรื่องการรื้อถอนบ้านเลขที่ 32-34-36 ซึ่งเป็นบ้านของนายสมชาย อุตมะวณิชย์  นอกจากนี้ยังมีแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีขาว ความสูงประมาณ 1 เมตร ติดทับป้าย โดยระบุข้อความถึงสาเหตุปัญหาความขัดแย้งเรื่องการรุกล้ำสถานที่และการฟ้องร้องระหว่างนายดำเกิง กับนายสมชาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดดังกล่าวมาติด