ข่าว

รถไฟร้าวลึกเกินมือโสภณ

รถไฟร้าวลึกเกินมือโสภณ

20 ต.ค. 2552

อุบัติเหตุรถไฟขบวนรถด่วน กันตัง-กรุงเทพฯ ซึ่งวิ่งจาก จ.ตรัง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตกรางบริเวณสถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คน กลายเป็นจุดที่ทำให้ฝีที่บวมเป่งจนกลัดหนองแตกทะลักออกมา

 เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่เขาเต่านั้น ฝ่ายบริหารส่งลงโทษพนักงานขับรถไฟด้วยการให้ออก ขณะที่สหภาพสวนกลับว่า ความผิดน่าจะเป็นเพราะฝ่ายบริหารที่ละเลยการทำหน้าที่พัฒนาระบบอันสลับซับซ้อนของรถไปเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 ข้อโต้แย้งของทั้งสองฝ่าย ดูเหมือนจะมีน้ำหนักมีเหตุผลทั้งคู่ แต่มันไม่สนุกก็เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน ที่ไม่อาจเลือกใช้บริการการคมนาคมในรูปแบบอื่น

 จะว่าไปความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายสหภาพนั้น ร้าวลึกมาตั้งแต่การบริหารพื้นที่ของการรถไฟ ที่มีอยู่มหาศาลทั่วประเทศ

 แต่ที่เป็นเป้าจับตากลับเป็นพื้นที่ตลาดนัดซันเดย์ ที่สวนจตุจักร ทำเลทองที่ฝ่ายสหภาพเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารดูแลผลประโยชน์ที่การรถไฟพึงมีพึงได้ให้มากกว่านี้

 ความขัดแย้งเกือบจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายบริหารตกลงกันว่า จะปรับโครงสร้างการรถไฟเสียใหม่ เริ่มจากการบริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ที่ฝ่ายบริหารและรัฐบาลมุ่งที่จะให้เอกชนเข้ามาบริหารการเดินรถ

 ในขณะที่โครงสร้างของการรถไฟนั้นก็เตรียมปรับให้มีบริษัทลูกออกมา มีบริษัทดูแลการเดินรถ บริษัทบริหารสินทรัพย์ของการรถไฟ

 ตรงนี้ฝ่ายสหภาพค้านชนิดหลังชนฝา

 เพราะมั่นใจว่า นี่คือแนวทางที่จะนำไปสู่การแปรรูป

 การเปิดทางให้เอกชนมาสัมปทานก็คือการนับหนึ่ง เมื่อแอร์พอร์ตลิงก์เปิดใช้อีกเส้นทางก็คงไม่แคล้วที่จะเปิดให้เอกชนอีก

 ที่สำคัญพนักงานของการรถไฟก็มีศักยภาพพอที่จะขับเคลื่อนรถไฟ หรือจัดการการเดินรถไฟให้แก่แอร์พอร์ตลิงก์

 นี่ยังไม่นับการไม่สามารถซื้อใจพนักงาน นับจากการเลื่อนตำแหน่งให้พวกพ้อง ขาดแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ละเมิดข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับสหภาพแรงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ

 โดยเฉพาะการทอดทิ้งไม่ดูแลทุกข์สุขของพนักงานในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ขวัญและกำลังใจของพนักงานถดถอยลง นี่คือเหตุผลที่สหภาพหาดใหญ่กระโจนเข้ามาเป็นหัวหอกเคลื่อนไหวไล่ผู้ว่าการรถไฟ

 ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามโยงใยไปว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีการเมืองใหม่ที่มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับการรถไฟ ผ่านทาง สมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำสำคัญของกลุ่มพันธมิตร ที่ไม่กินเส้นกับ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ต้นสังกัดการรถไฟ แต่ก็เป็นคำถามว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำสหภาพชนกับฝ่ายบริหารหรือไม่

 ที่ว่าการเคลื่อนไหวจะสร้างพลังและเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการเมืองนั้น ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เทียบกันไม่ได้กับการเคลื่อนไหวการเมืองภายในของการรถไฟที่หนักแน่นมากกว่า

 เพราะเส้นทางสายใต้ที่หยุดไปนั้น ไม่ได้ส่งผลดีต่อคะแนนเสียงของกลุ่มพันธมิตรหรือพรรคการเมืองใหม่แน่ๆ เพราะนี่มันเป็นการเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นข้อต่อรอง

 แต่ถามว่าปัญหานี้จะจบลงอย่างไร สิ้นสุดลงที่ไหน ในเมื่อมันเรื้อรังมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ถูกฝ่ายสหภาพจัดวางให้เป็นฝ่ายเดียวกับฝ่ายบริหารการรถไฟ

 ความเดือดร้อนของชาวบ้านเพิ่มขึ้นและความเสียหายของการรถไฟเพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาที่ปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข และทำท่าว่าจะแก้ไม่ได้ เมื่อเจ้าภาพในการจัดการปัญหายังคงเป็นเพียง รมว.คมนาคม

 ไม่มีเวลาให้คิดให้ใช้มารยาทมากนัก เมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของชาวบ้านที่นับวันจะรุนแรง ไม่มีทางเลือกสำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องยื่นมือเข้าไปจัดการปัญหา

 ในวันนี้ระดับความเชื่อถือสำหรับสหภาพการรถไฟมันวิ่งเลย โสภณ ซารัมย์ ไปแล้ว


ใครเป็นใครใน สร.รฟท.

 สร.รฟท.ปพ.(สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถ สาขาปากน้ำโพ) เป็น 1 ใน 9 สาขา ของ สร.รฟท.

 ภาคเหนือ นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ ลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี (แก่งคอย) สระบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี

 ภาคใต้ ชุมพร ทุ่งสง หาดใหญ่

 ที่ สร.รฟท.ปพ. มีนายสุพัฒน์ ทบอุต เป็นประธาน นายศักดา ชาติ เป็นเลขาฯ มีสมาชิกกว่า 400 คน ปฏิบัติหน้าที่ใน 34 สถานี แบ่งสายการทำงานออกเป็น สายช่างกล เดินรถ โยธา สื่อสาร ซ่อม-สร้างสะพาน แต่ละสาขาจะมีการเชื่อมโยงกับสหภาพส่วนกลาง

สุพิชฌาย์ รัตนะ / ชาติชาย เกียรติพิริยะ