
ปล่อยกู้ดอกเบี้ย0.5% ต่อเดือน ออมสินให้รายละไม่เกิน 2 แสนล้างหนี้นอกระบบ
ออมสินปล่อยกู้หนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 2 แสนบาท คิดดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน ชำระคืนภายใน 5 ปี รับลงทะเบียนกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดยอดลูกหนี้จริงพุ่งถึง 1.2 ล้านคน เล็งผ่อนปรนเกณฑ์ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรกู้ได้ หากไม่มีเจตนาหนีหนี้
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมความพร้อมในโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเบื้องต้นจะยึดหลักเกณฑ์เดียวกับธนาคารประชาชนให้สามารถขอกู้เพื่อคืนหนี้ (รีไฟแนนซ์) หนี้นอกระบบได้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี ขึ้นอยู่กับวงเงินกู้และรายได้ของผู้กู้ ซึ่งหากเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่ขั้นต่ำ 10% ต่อเดือน ถือว่าลดภาระไปถึง 20 เท่า
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยการเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้นั้น กระทรวงการคลังต้องทำหน้าที่พิจารณาจัดแยกหนี้และแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจนและเห็นว่าหนี้ที่ควรเข้าไปช่วยเหลือ ควรจะเป็นหนี้ที่เกิดจากการทำมาหากิน ไม่ใช่หนี้จากการพนันหรืออบายมุข
นอกจากนี้ ธนาคารจะเสนอขอกระทรวงการคลังจัดแยกการให้กู้เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นบัญชีตามนโยบายของรัฐ (พีเอสเอ) เนื่องจากการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบครั้งนี้ ถือว่าเป็นหนี้ที่มีความเสี่ยงมากกว่าโครงการธนาคารประชาชน ซึ่งธนาคารจะใกล้ชิดลูกค้ามากกว่า อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาธนาคารก็ไม่เคยขอกระทรวงการคลังในการเพิ่มทุนให้เหมือนสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งอื่นๆ
"โครงการนี้จะต่อยอดจากการแก้หนี้นอกระบบช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยสามารถนำแบบฟอร์มเดิมมาใช้ลงทะเบียนได้ทันทีที่เริ่มโครงการ ซึ่งอย่างเร็วคงเป็นกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ และรับลงทะเบียนถึงปลายปี แต่อาจจะขยายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกหนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งตัวเลข 8 แสนราย อาจจะเป็นข้อมูลเดิม หากรวมกับลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจน่าจะมีประมาณ 1.1-1.2 ล้านคน และออมสินคงช่วยได้แค่บางส่วนเท่านั้น โดยมองว่าครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นหนี้จากการทำอาชีพเกษตร ซึ่ง ธ.ก.ส. จะเข้ามารับไปดูแล รวมทั้งมองว่าต้องมีคนกลางมาช่วยเจรจาประนอมหนี้จึงจะเกิดประสิทธิภาพในการทำงาน” นายเลอศักดิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การช่วยรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบนั้น แม้จะมีเงื่อนไขผ่อนปรนมากขึ้น เช่น การตรวจสอบสถานะในเครดิตบูโร หากพบว่าลูกหนี้มีความพยายามปรับโครงสร้างหนี้แล้วก็อาจผ่อนปรนให้กู้ แต่หากรายใดเจตนาไม่ชำระหนี้ก็อาจจะไม่พิจารณาให้ เพราะถือเป็นสินเชื่อของแบงก์ไม่ใช่เงินให้เปล่า และผู้กู้ต้องมีรายได้หรือมีการประกอบอาชีพที่ตรวจสอบได้ ซึ่งยอมรับว่าในทางปฏิบัติอาจจะทำได้ยาก



