
"ดีเอสไอ" แจงยิบคดีฟอกเงินปล่อยกู้กฤษดามหานคร
โฆษกดีเอสไอแจงยิบคดีฟอกเงินปล่อยกู้กฤษดามหานคร ยกความเห็นอัยการสูงสุด แจ้งไม่มีอำนาจสอบทุจริต "ชัยณรงค์-อุตตม" ร่วมปล่อยกู้
10 ก.ค.61-โฆษกดีเอสไอแจงยิบคดีฟอกเงินปล่อยกู้กฤษดามหานคร ยกความเห็นอัยการสูงสุด แจ้งไม่มีอำนาจสอบทุจริต "ชัยณรงค์-อุตตม" ร่วมปล่อยกู้ ส่งสำนวนไปป.ป.ช. ส่วนคดีฟอกเงินไม่มีมูลความผิด เหตุการอนุมัติเงินกู้เป็นคนละขั้นตอนกับการรับโอน ระบุแจ้งผลสอบให้ทนายอิสระตั้งแต่ปี 59. แต่ยังคงร้องเรียนซ้ำกว่า 10 ครั้ง
ทีมโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงกรณีนายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดามหานคร กับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย อีก 2 คน คือ นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน ในความผิดฐานฟอกเงิน ว่า ดีเอสไอตรวจสอบแล้วพบว่า นายวันชัยได้ยื่นเรื่องมายังดีเอสไอตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2558 และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ รวมทั้งได้หารือไปยังอัยการสูงสุดว่า ดีเอสไอมีอำนาจดำเนินคดีอาญากับกรรมการธนาคารกรุงไทยฯ อีก 2 คน ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีโดย ป.ป.ช. คือ นายชัยณรงค์ และนายอุตตม ได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือตอบข้อหารือ เลขที่ อส.0010.4/6358 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2559 แจ้งว่า ดีเอสไอไม่มีอำนาจดำเนินคดี ส่วนคดีฐานฟอกเงินนั้น บุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องในชั้นการพิจารณาอนุมัติเงิน อันเป็นคนละขั้นตอนกับการโอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดอันจะเป็นความผิด จึงไม่มีการดำเนินคดีฐานฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้มีหนังสือส่งคำกล่าวโทษของนายวันชัย เรื่องนายชัยณรงค์และนายอุตตมไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาแล้ว ส่วนเรื่องของธนาคารกรุงเทพฯ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย ได้ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติในการดำเนินการของธนาคารฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมิได้ดำเนินคดี ซึ่งประเด็นของนายวันชัยทั้งหมด ดีเอสไอได้มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการให้นายวันชัยทราบแล้ว ตามหนังสือ เลขที่ ยธ 0812/1368 ลงวันที่ 21 ต.ค. 2559
สำหรับคำร้องครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.61| ของนายวันชัยระบุว่า จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาใน คดีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้เครือกฤษดามหานคร เพื่อนำไปชำระคืนเจ้าหนี้เดิม คือ ธนาคารกรุงเทพ เป็นการกระทำความผิดและคดีถึงที่สุดแล้ว และได้พิพากษาแล้วว่า การนำเงินกู้ที่ได้ไปใช้ผิดประเภท ในคดีดังกล่าวเป็นคดีมูลฐาน เข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน และไม่มีกฎหมายใดยกเว้นไว้ว่า บุคคลใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงินนั้น หากถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว จะได้รับการยกเว้นโทษในคดีความผิดฐานฟอกเงินด้วย อีกทั้งธนาคารกรุงเทพได้ออกหนังสือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการลดหนี้ และนำเงินไปใช้ผิดประเภท เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินกว่า 3,300 ล้านบาท กระจายไปยังบุคคลต่างๆ มากกว่า 100 ราย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการ ปปง. เลือกดำเนินคดีร้องทุกข์กับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดเพียงบางรายเท่านั้น โดยไม่ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการฟอกเงิน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐาน ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 10 ครั้ง แต่ยังไม่พบว่าดีเอสไอจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตรวจสอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งในประเด็นดังกล่าวอาจทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น



