
"มกอช."เตรียมยกร่างมาตรฐานฟาร์มสาหร่ายทะเล
"มกอช."สอบช่องจีน-ญี่ปุ่นฮิตเปิบสาหร่ายไทย เร่งยกร่างมาตรฐานฟาร์มสาหร่ายทะเลรองรับตลาดส่งออก ประมาณปีละ 20-200 ตันมูลค่า 10 ล้านบาท
10 กรกฏาคม 2561 "มกอช."เตรียมยกร่าง“มาตรฐานฟาร์มสาหร่ายทะเล”ดันเป็นสินค้าเศรษฐกิจสำคัญวางเป้าส่งออกจีน ญี่ปุ่น เยอรมัน ฮ่องกง ล่าสุดส่งออกประมาณปีละ 20-200 ตันมูลค่า 10 ล้านบาท
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันสาหร่ายทะเลมีแนวโน้มได้รับความนิยมในการบริโภคสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เนื่องจากให้พลังงานต่ําและอุดมไปด้วยธาตุอาหารสําคัญต่าง ๆ ที่จําเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุต่าง ๆ มีใยอาหารสูง ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด
ในขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสาหร่ายทะเลได้หลายชนิด เช่น สาหร่ายผมนาง สาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายเม็ดพริก มีปริมาณการส่งออกสาหร่ายทะเลประมาณปีละ 20-200 ตัน โดยน้ำหนักแห้งคิดเป็นมูลค่า 4-10 ล้านบาทเศษ สาหร่ายทะเลแห้งส่วนใหญ่ที่ส่งออก คือ สาหร่ายผมนาง (Gracilaria spp.)ซึ่งจะนําไปแปรรูป (สกัด) เป็นวุ้นและส่งกลับมาจําหน่ายในประเทศไทย ประมาณปีละ 200-300 ตัน คิดเป็นมูลค่า50-100 ล้านบาท
สาหร่ายทะเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังได้จากการเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติซึ่งปัจจุบันมีจำนวนและปริมาณลดลงมากการเพาะเลี้ยงโดยทำเป็นระบบฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายทะเล จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการวางแผนขยายการเพาะเลี้ยงโดยทําเป็นระบบฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายทะเล
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎระเบียบ ข้อบังคับหรือการควบคุมกระบวนการผลิตสาหร่ายทะเลเพื่อให้ได้สาหร่ายทะเลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัญหาด้านคุณภาพที่สามารถเกิดกับสาหร่ายทะเลได้แก่ คุณภาพและความสะอาดที่ไม่สม่ำเสมอ ปริมาณโลหะหนักและวิธีการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพเพื่อคงคุณภาพสาหร่ายให้นานขึ้น
จากปัญหาและแนวโน้มความต้องการของตลาดดังกล่าว มกอช. ได้ร่วมกับกรมประมง เตรียมจัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงที่ดีสำหรับฟาร์มสาหร่ายทะเล พร้อมแนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานฯ เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสาหร่าย สามารถนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร และให้เกษตรกรผลิตสาหร่ายทะเลที่มีคุณภาพเป็นไปตามความต้องการของตลาดและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
รวมทั้ง ได้เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต นักวิชาการ และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกฝ่าย เพื่อหารือในเรื่องของ ขอบข่าย คำนิยาม และข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย 1.การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2.สถานที่ตั้งฟาร์ม 3.การจัดการทั่วไป
4.ปัจจัยการผลิต 5.สุขอนามัยภายในฟาร์ม 6.การเก็บเกี่ยวรวบรวม และการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวก่อนจำหน่าย 7.ความรับผิดชอบต่อสังคม 8.ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 9.การบันทึกข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการปรับปรุงร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงที่ดีสำหรับฟาร์มสาหร่ายทะเล และแนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานฯ ให้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ
อยู่ในแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร พิจารณาความเห็นชอบและประกาศเป็นมาตรฐานของประเทศต่อไป อีกทั้งให้เกษตรกร ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสนับสนุนการนํามาตรฐานไปประยุกต์ใช้และยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรในอนาคต



