
"ฝรั่งเศส"เต็มสูบฟัด"เบลเยียม"บอลโลกรอบตัดเชือก
"ตราไก่" ฝรั่งเศส วาง อองตวน กรีซมันน์ เป็นตัวความหวังในเกมรุกในการพบกับ เบลเยียม ทีมม้ามืดที่มี เอแด็น อาซาร์ นำทัพเพื่อตัดสินทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซีย ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ คู่แรก ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม ที่สนาม เครสตอฟสกี สเตเดียม เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศบราซิล เวลา 01.00 น.
“ตราไก่”คืนทัพใหญ่
ฝรั่งเศส แชมป์โลก 1 สมัย ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยการเอาชนะ อุรุกวัย ได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 โดยก่อนหน้านี้พวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มซี ด้วยการมี 7 แต้มจาก 3 นัด จากนั้นก็เฉือนชนะ อาร์เจนตินา ได้แบบหวุดหวิด 4-3 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ส่วนความพร้อมเกมนี้ ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ เฮดโค้ชสมองเพชรต้องเช็คความฟิตของ ฌิบริล ซิดิเบ ฟูลแบ็กที่เจ็บข้อเท้า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เนื่องจากเจ้าตัวเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว แต่ข่าวดีคือจะได้ แบลส มาตุยดี กองกลางตัวเก่งที่จะกลับมาลงสนามในเกมนี้ได้ หลังพ้นโทษแบนเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และพร้อมจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดในระบบ 4-2-3-1 โดย อูโก ยอริส ลงเฝ้าเสา แนวรับใช้ ราฟาเอล วาราน ที่ทำ 1 ประตูในเกมที่แล้ว คู่กับ ซามูเอล อุมติตี แบ็กขวา-ซ้ายใช้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ และลูกัส แอร์น็องเดซ ส่วนกองกลางตัวรับ 2 คนเป็น ปอล ป็อกบา ประสานงานกับ เอ็นโกโล กองเต ด้านสามแนวรุก คีลิยัน เอ็มบัปเป จะประสานงานกับ อองตวน กรีซมันน์ และแบลส มาตุยดี ที่จะได้คืนตัวจริงแทน โกร็องแต็ง โตลิสโซ สนับสนุน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า
“เบลเยียม”ปรับทีมขอเข้าชิง
ด้าน เบลเยียม ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยการล้ม บราซิล เต็งหนึ่งของรายการได้แบบสมศักดิ์ศรี 2-1 พร้อมขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ของรายการอย่างเต็มตัว ขณะที่ในรอบก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” สามารถเก็บ 9 แต้มแต็มจาก 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม พลิกกลับมาแซงเอาชนะ ญี่ปุ่น ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เกมนี้ โร์แบร์โต มาร์ติเนซ เทรนเนอร์คนดัง ที่ยังไม่เคยพาทีมแพ้ในเกมอย่างเป็นทางการเลยมีปัญหาในการจัดทีม เหตุ โธมัส มูนิเยร์ วิงแบ็กขวาตัวเก่งติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควตา ทำให้ต้องใช้ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นมาเล่นในตำแหน่งดังกล่าวแทน
การจัดทีมมาในระบบ 3-4-3 ผู้รักษาประตูใช้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ แผงหลังมี เดเดอริค โบยาตา ที่จะลงมายืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ แว็งซองต์ กอมปานี และแยน แฟร์ทองเกน กองกลาง 4 คนใช้ มารูยาน เฟลไลนี กับ อักเซล วิตเซล ขนาบข้างด้วย โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ และ นาเซอร์ ชาดลี ในตำแหน่งปีกขวา และซ้าย ส่วนกองหน้า 3 คนมี เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู และเอแด็น อาซาร์ เป็นตัวความหวังในเกมรุก



