
สมคิดกล่อมเอกชน หนุนศก.หมุนเวียน
สมคิดกล่อมเอกชน หนุนศก.หมุนเวียน
“สมคิด” หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างการเติบโตยั่งยืน กล่อมเอกชนเป็นผู้นำขับเคลื่อน ดึงองค์กรใหญ่-ตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้นำ เตรียมคลอดมาตรการภาษีหนุนให้เกิดขึ้นจริง บริษัทชั้นนำโลกแลกเปลี่ยนประสบการณ์
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “SD Symposium 2018” จัดโดยบริษัท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ “Circular Economy” ถือเป็นประเด็นสำคัญต่อแนวทางการพัฒนาของโลกในปัจจุบัน โดยแนวคิดเรื่องนี้ยังไม่แพร่หลายมากนักในไทย แต่ปัจจุบันเมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้นมาได้ในระดับที่เอื้อให้มีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจรัฐบาลได้หารือจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยการประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ล่าสุดได้พูดถึงแนวทางการให้การสนับสนุนโดยถือเป็นวาระที่บีโอไอและรัฐบาลจะให้การสนับสนุน ซึ่งต่างจากอดีตที่พิจารณาเป็นรายโครงการ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนทั้งในรูปแบบมาตรการภาษี มาตรการจูงใจอื่น
ส่วนภาคเอกชนมีเอสซีจีที่เป็นผู้นำ โดยในอนาคตหากสร้างแนวร่วมดึงเอาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย เข้ามาเป็นแนวร่วมและขยายแนวความคิดนี้
ด้านนายปีเตอร์ เบกเกอร์ ประธานและผู้อำนวยการ World Business Council For Sustainable Development (WBCSD) กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Circular Mindset” ว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวคิดที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจในอนาคต แม้จะมีคำถามว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ แต่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติซึ่งมีเป้าหมายจะสร้างโลกที่ดีขึ้นภายในปี 2030 ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ และเพิ่มการจ้างงานได้กว่า 380 ล้านตำแหน่งทั่วโลก
สำหรับการอภิปรายในหัวข้อ “The Success cases of circular economy” นาย Antoine Sautenet ที่ปรึกษาด้านฝ่ายสื่อสารองค์กรเอเชียและการเข้าถึงตลาด บริษัท มิชลิน กล่าวว่า มิชลินให้ความสำคัญกับสังคมไทยด้านการพัฒนาและดูแลสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2050 มิชลินมีเป้าหมายว่าจะมีปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านคันทั่วโลก นับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับผู้ผลิตอย่างมิชลิน โดยต้องนำกลยุทธ์ 4Rs : Reduce Reuse Renewable Recycle มาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถยืดอายุการใช้งาน
นาย Surendra Bade ตัวแทนจากบริษัทดูปองต์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของดูปองต์ไปสู่การทำงานในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น เริ่มต้นจากการใช้วัสดุที่มาจากชีวภาพโดยใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเพื่อให้สามารถตอบโจทย์นี้ได้ ล่าสุดดูปองต์ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตไบโอพลาสติก ทำให้สามารถผลิตพลาสติกแบบใหม่ที่ย่อยสลายได้
ขณะที่นาย Jeff Wooster ผู้อำนวยการ Global Sustainability บริษัท ดาวเคมิคอล กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดเป้าหมายความยั่งยืน 2025 และทิศทางการดำเนินการ การออกแบบกระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ด้านนายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี กล่าวว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนของธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการจะใช้กระดาษรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตอยู่แล้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการลดการใช้วัตถุดิบเอสซีจีได้เสริมเรื่องการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการลดความหนาของกระดาษลง 20-25%
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ



