
ภารกิจกู้ชีวิตวันที่สอง อีก 4 หมูป่าถึงรพ.
ปฏิบัติการช่วยเหลืออีก 9 สมาชิกทีมหมูป่า วันที่สองราบรื่น ช่วยได้อีก 4 คน ส่ง ฮ.ถึงโรงพยาบาล ด้าน 2 สื่อทีวีแถลงขอโทษบินโดรน-ดักฟัง ว.ด้านทอ.ฮึ่มเอาผิด
การปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในการช่วยเหลือผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนสมาชิกทีมหมูป่า รวม 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำเนินผ่านไปแล้ว 16 วัน สามารถนำออกมาได้ 4 คน หลังจากนั้นถูกนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แพทย์ได้นำเข้าห้องกักกันโรคและตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าดูอาการ โดยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ แต่ยังไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยม เมื่อค่ำวันที่ 8 กรกฎาคม ล่าสุด การปฏิบัติภารกิจยังดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 17 จนกระทั่งถึงเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่พาออกมาได้อีก 4 คน รวมทั้งหมด 8 คน
ผบ.ศอร.เผยส่งทีมช่วยหมูป่าลอต 2
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 9 กรกฎาคม นายณรงค์ศักดิ์ โอสภธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ผบ.ศอร.) แถลงความคืบหน้าที่ อบต.โป่งผา ว่า ทุกคนปลอดภัยดีอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายฯ บ่นหิว อยากกินผัดกะเพรา แต่ยังต้องแยกจากญาติเพราะห่วงเรื่องติดเชื้อ กำลังหารือว่าจะให้ญาติเยี่ยมได้ในลักษณะใด เช่น ตู้กระจก
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ในการปฏิบัติการเมื่อวานนี้(8 ก.ค.) เมื่อเสร็จแล้วต้องเตรียมความพร้อมใหม่ นักดำน้ำต้องพัก วางถังออกซิเจนใหม่ และดึงเชือกให้ตึง คาดว่าเป็นเวลา 20.00 น. ถึง 22.00 น. วันนี้ เนื่องจากน้ำอยู่ในสภาพที่ดี อุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม วางท่อพร้อม และเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้ส่งหน่วยเข้าไปแล้ว เป็นชุดเดิมปฏิบัติการตามแผนแล้ว อาจมีเสริมกำลังบ้างเนื่องจากความอ่อนล้า คาดว่าเร็วกว่ากำหนด 4-5 ชม. ยังไม่บอกว่านำออกมากี่คน สภาพทุกอย่างยังดีเหมือนเมื่อวาน ทั้งอากาศ น้ำ และสภาพเด็ก หวังว่าทุกท่านให้กำลังใจทีม หากมีความคืบหน้าจะรายงานอีกครั้ง ขอไม่ตอบว่านำใครออกมาก่อนไม่ว่าจะเป็นคนที่แข็งแรงหรืออ่อนแอที่สุด และในเรื่องจรรยาบรรณทางการแพทย์การเปิดเผยชื่อเด็กที่ออกมาแล้วทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ขอให้เกรงใจครอบครัวของเด็กที่ยังไม่ออกมาด้วย
บินโดรนถือเป็นการแทรกแซง
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ศอร.จับได้ว่ามีการสแกนความถี่คลื่นวิทยุที่ใช้ในการสื่อสาร แล้วนำไปเผยแพร่ในสื่อมวลชน แต่เผยแพร่ไม่จริง ออกข่าวไปว่าเรารับเด็ก 6 คน ทำให้เกิดความสับสน ซึ่งทางตำรวจกำลังติดตามอยู่ ขณะที่การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) พบว่ามีการฝ่าฝืนอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบหาผู้ที่ทำการบินอยู่ ขอประกาศตรงนี้ว่าที่ถ้ำหลวงเป็นจุดปฏิบัติการ การบินโดรนถือเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติงานและการยกตัวของเฮลิคอปเตอร์ ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งได้ประกาศไปสองครั้งแล้ว เราเสียใจที่ขอความร่วมมือน้อย แต่ก็มีสื่ออีกจำนวนมากให้ความร่วมมืออย่างดี
สมาชิกหมูป่าออกพ้นถ้ำอีก 4
เวลา 17.38 น. เฮลิคอปเตอร์ตำรวจได้นำสมาชิกทีมหมูป่าคนที่ 5 ออกจากโรงพยาบาลสนามที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มาถึงฝูงบิน 416 สนามบินเก่า อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนจะนำขึ้นรถพยาบาลไปส่งยังโรงพยาบาลเชียงรายฯ
ต่อมาเวลา 18.20 น. สมาชิกทีมหมูป่า คนที่ 6 ก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายฯ เช่นเดียวกัน หลังผ่านไป 10 นาที นำสมาชิกทีมหมูป่า คนที่ 7 ออกมา จนกระทั่งเวลา 18.59 น.นำสมาชิกทีมหมูป่า คนที่ 8 ก็ถูกนำออกมาจากถ้ำหลวง โดยทั้งหมดถูกนำไปที่เต็นท์แพทย์สนาม ก่อนที่จะถูกนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายฯ ต่อไป
สำหรับสมาชิกหมูป่าได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน และนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายฯ รวมทั้งหมด 8 คน หลังจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.เจ้าหน้าที่นำออกมาก่อน 4 คน ยังเหลืออีก 5 คน ที่ยังอยู่ภายในถ้ำหลวง รอการช่วยเหลือต่อไป
ขอความร่วมมือสื่อเคารพกติกา
พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ขอบคุณที่ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือย้ายพื้นที่มาอยู่ อบต.โป่งผา ทำให้ทำงานสะดวกขึ้น ผลสัมฤทธิ์ทำให้ระยะเวลาปฏิบัติงานสั้นลง แม้สื่อมวลชนจะได้ภาพไม่สะดวกด้วยประการใดๆ เป็นเรื่องจำเป็น การใช้โดรนกฎกติกาพูดกันชัดเจนว่าจะต้องทำอะไรอย่างไร โดรนที่ได้มามีวัตถุประสงค์อะไร ทั้งหมดแทบไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจเลย ผู้ว่าฯ กล่าวว่า ห้ามไลฟ์สดควบคู่กับปฏิบัติจริง ทำให้เกิดมุมสูงขึ้น แม้จะบินได้ไม่เกิน 90 เมตร แต่บางจุดอยู่บนแนวเส้นทางการบินของสนามบินจันกะผัก ขอให้พิจารณา แม้จะไม่ได้ทำการบิน แต่เฮลิคอปเตอร์เตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง
“ไม่ใช่อ้างว่าได้รับอนุญาตตั้งแต่วันแรกแล้ว ต้องพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มี ฮ. ขึ้น แต่ก็เตรียมพร้อมขึ้นบินอยู่ตลอด เรื่องสำคัญคือการจูนความถี่ที่ใช้เทคนิคพิเศษ กำลังตรวจสอบอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องไม่น่าให้อภัยหากมีอะไรสงสัยให้สอบถามก่อน หากผิดกฎหมายชัดเจนต้องดำเนินการ ผมและทีมปฏิบัติการทำเพื่อชีวิตเด็ก ไม่ได้ห้ามถ่าย แต่อยากให้ภาพและข่าวเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องแข่งว่าใครจะเร็วที่สุด และขอบคุณเรื่องการอำนวยความสะดวกในการจราจร” พล.ต.ต.ชูรัตน์กล่าว
ยังเร่งค้นหาโพรงถ้ำต่อ
นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จนถึงวันนี้ ผู้ว่าฯ บอกว่าไม่ให้หยุดปฏิบัติการ รองแม่ทัพฯ ก็กล่าวว่ายังทำต่อ จึงดำเนินการสำรวจด้านบนอยู่ เรื่องน้ำยังทำกั้นไว้ในที่ต่างๆ สามารถรองรับน้ำตรงนั้นได้ ส่วนเรื่องโพรงถ้ำยังดำเนินการต่อ มีจุดที่น่าสงสัยบางจุด แต่ปีนลงไปในโพรงก็ยังตันอยู่ คงทำไปเรื่อยจนกว่าภารกิจจะสิ้นสุด การปฏิบัติงานในการหาทางน้ำ การหารูโพรง ก็ยังพบรูอยู่ ก็มีการปิดกั้น ซึ่งเป็นรูเล็กๆ น้อยๆ ส่วนอื่นๆ ยังคงปกติ
ด้านนายกอบชัย บุญอรณพ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า แม้จะมีฝนมาบ้างแต่การระบายน้ำยังคงดำเนินการต่อไปด้วยความเรียบร้อย ยังสนับสนุนการค้นหาได้ตามปกติ สามารถช่วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติการค้นหายังสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีระบบไฟสำรอง ระบบสำรองที่จะสามารถเสริมการทำงานที่ขัดข้องได้ตลอดเวลา
บินโดรนต้องปฏิบัติตามระเบียบ
จากกรณีที่ปรากฎว่า มีการนำโดรนขึ้นบินคู่กับเฮลิคอปเตอร์ ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน น.อ.สัมฤทธิ์ คูณสันเที๊ยะ หัวหน้าชุดควบคุมห้วงอากาศ ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย แจ้งว่า สื่อใดที่จะนำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบิน พื้นที่ถ้ำหลวง จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด คือต้องลงทะเบียนอุปกรณ์กับชุดควบคุมห้วงอากาศ ที่ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) ก่อนการขึ้นบินจะต้องแจ้งทุกครั้ง เพราะมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้น-ลง สำหรับระยะควบคุมการบินรัศมีโดยรอบถ้ำหลวง 15 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 27 กิโลเมตร ความสูง 2,500 ฟุต หรือประมาณ 750 เมตร จุดห้ามบินคือ กองอำนวยการ ศอร. และปากถ้ำ
ส่วนกรณีที่มีภาพถ่ายโดรนบินคู่เฮลิคอปเตอร์ ขณะนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ทำการสอบสวนแล้ว อยู่ระหว่างการส่งเรื่องไปตามลำดับขั้น
น.อ.สัมฤทธิ์ ระบุว่า หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามที่ถ้ำหลวง อันดับแรกนอกจากการถูกสอบสวนแล้ว จะถูกยึดใบอนุญาต
ทอ.ยันไม่ได้ประสานขอขึ้นบินโดรน
พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะ โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏภาพมีโดรนขึ้นบินถ่ายภาพ ขณะเฮลิคอปเตอร์แบบ MI-17 ของกองทัพบกกำลังทำการบินลำเลียงทีมหมูป่าชุดแรกออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไปยังโรงพยาบาลเชียงรายฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งผู้ทำการบินอ้างว่าได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศเรียบร้อยแล้วนั้น ทางกองทัพอากาศขอเรียนชี้แจงว่า กองทัพอากาศ โดยศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3 (ศสอต.3) ที่รับผิดชอบควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือเขานางนอน และฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย ไม่ได้รับการประสานขออนุญาตนำโดรนขึ้นบินในห้วงเวลาดังกล่าวจากบุคคลที่กล่าวอ้าง
“กองทัพอากาศได้ประสานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการใช้โดรนของพลเรือน ดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป” พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์กล่าว
‘พีพีทีวี’ ขออภัยใช้โดรนบิน
เพจเฟซบุ๊กของพีพีทีวีได้ออกมาขออภัยต่อการใช้โดรนบินเพื่อถ่ายภาพขณะที่มีการลำเลียงผู้ป่วยจากถ้ำหลวง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม โดยมีข้อความระบุว่า
“พีพีทีวีขออภัยกรณีโดรนบินระหว่างลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศยาน กองบรรณาธิการข่าวพีพีทีวีขออภัยอย่างสูงต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป กรณีที่มีภาพอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินในช่วงเวลาเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในภารกิจลำเลียงผู้ประสบภัยถ้ำหลวงไปยังโรงพยาบาล ทั้งนี้ ทางกองบรรณาธิการฯ มิได้มีเจตนาฝ่าฝืนข้อพึงปฏิบัติในฐานะสื่อมวลชนที่ประจำการอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางกองบรรณาธิการฯ ขอน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยอย่างสูงหากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำให้เกิดผลกระทบใดๆ และยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก กองบรรณาธิการข่าวพีพีทีวี”
‘เวิร์คพอยท์’ ขออภัย
หลังจากมีรายงานว่ามีสื่อนำเสียงรายงานเหตุการณ์จากสัญญาณวิทยุสื่อสาร กรณีช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ทางเพจ Workpoint News – ข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อการกระทำดังกล่าวแล้ว โดยมีข้อความระบุว่า
“ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ขออภัยกรณีนำเสนอเสียงที่ได้มาจากสัญญาณวิทยุสื่อสาร ในรายการข่าว จากความผิดพลาดของทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ในการนำเสนอเสียงจากสัญญาณวิทยุสื่อสาร ในระหว่างภารกิจช่วยเหลือ 13 นักเตะ เบื้องต้นเราขออธิบายและขออภัย 1.ประเด็นกฎหมาย เราได้สัญญาณจากวิทยุเครือข่ายเครื่องสีแดงของภาคประชาชน (เสียงของอาจารย์พลสิงห์ แสนสุข ประธานศูนย์พญาอินทรี) ถ่ายทอดผ่านแอพพลิเคชั่น Zello ที่ประชาชนเข้าถึงได้ปกติ 2.เราขอโทษที่รีบเผยแพร่เสียงนี้ จนเกิดความไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งในเชิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 13 นักเตะ เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น หลังจากนี้เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดและปฏิบัติภารกิจนำเสนอข่าวและข้อมูลช่วยเหลือน้องๆ นักเตะทีมหมูป่าด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ขออภัยครับ”
หวั่นข่าวรั่วสั่งปิดสื่อสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางผู้บัญชาการ ศอร. มีการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่หน้าถ้ำ พร้อมมีคำสั่งปิดการสื่อสารทางวิทยุสื่อสารที่กองอำนวยการร่วม เพื่อป้องกันข่าวรั่วสร้างความสงสัยให้เจ้าหน้าที่ว่าจะติดต่อสื่อสารกับฝ่ายต่างๆ ในการนำรถพยาบาล เฮลิคอปเตอร์ ฯลฯ สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมหมูป่าที่เหลืออีก 9 คน ได้อย่างไร
ขณะที่ทีมช่วยเหลือประมาณ 10 คน เตรียมพร้อม เฮลิคอปเตอร์ทหารจอดที่สนามโรงเรียนบ้านจ้อง 1 คัน
สำหรับการแถลงข่าวความคืบหน้าการปฏิบัติการของศอร.ที่ปกติจะมีขึ้นช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ก็ไม่มีการแถลงข่าวแต่อย่างใด
ศอร.เข้มภาพช่วยหมูป่าเป็นความลับ
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ขณะช่วยเหลือเด็กทั้ง 4 คน ออกมาจากถ้ำและนำส่งโรงพยาบาล
ล่าสุด ผบ.ศอร.ได้มีคำสั่งห้ามเผยแพร่ภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กในถ้ำหลวงอย่างเด็ดขาด หากหลุดไปจากหน่วยงานไหน หน่วยงานนั้นจะต้องรับผิดชอบ และการปฏิบัติภารกิจนำเด็กที่เหลือออกมาจากถ้ำในวันนี้ ต้องปฏิบัติเป็นความลับที่สุดอีกด้วย
พ่อแม่ดีใจลูกออกมาได้แล้ว
ผู้ปกครองรายหนึ่งของสมาชิกทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง กล่าวว่า ตนเองรวมทั้งผู้ปกครองของเด็กรายอื่น ยังอยู่เฝ้าดูสถานการณ์ที่บริเวณลานหน้าที่ทำการวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในจุดที่เจ้าหน้าที่ได้จัดไว้ ไม่ได้ไปไหน ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอคอยฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่ที่จะมาแจ้งข่าวดีและการอำนวยความสะดวกเคลื่อนย้ายนำบรรดาผู้ปกครองไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ต่อไป ก่อนหน้าเริ่มแผนปฏิบัติการพาเด็กออกมาจากถ้ำ เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ปกครองของทั้ง 13 คน ไปพูดคุย อธิบายถึงแผนการดำเนินงานต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ และเห็นด้วยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่
ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ
“เด็กๆ ออกมาได้แล้ว 4 คน แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง เจ้าหน้าที่ที่หน้าถ้ำยังไม่ได้แจ้งอะไร และไม่ยืนยัน แต่มีการแจ้งว่าให้ออกมาครบทุกคนก่อนจะได้เคลื่อนย้ายผู้ปกครองไปยังโรงพยาบาลและปฏิบัติตามขั้นตอนคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลต่อไป แต่ในเบื้องต้นก็รู้สึกดีมากๆ ที่ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ต่างระดมกำลังคน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยเด็กๆ อย่างเต็มกำลัง โดยส่วนตัวแล้วพอทราบว่าลูกปลอดภัยก็ดีใจมากๆ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังลุ้นลูกของตัวเองจะออกมาจากถ้ำหรือไม่” ผู้ปกครองกล่าว
“บิ๊กตู่” ยันเร่งช่วยสมาชิกหมูป่าให้เร็ว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าที่ยังออกมาไม่หมดว่า ไม่อยากให้สื่อถามว่าจะใช้เวลากี่วันกี่เดือนกี่ปี จึงจะสามารถนำเด็กๆ ออกมาได้ แต่เราจะทำให้เร็วที่สุด โดยปลอดภัย เพราะถ้าถามว่าจะใช้เวลาเท่าใด คงไม่มีใครตอบได้ คือเราจะทำให้เร็วที่สุด ขออย่าถามแบบนี้
“ได้กำชับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด กำชับทุกวัน ทุก 24 ชั่วโมง ให้ดูแลเรื่องนี้ โดยมีทั้งรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว ดูแลทั้งเช้า กลางวัน กลางคืน นอกจากนี้ยังได้ดูแลในเรื่องของการสนับสนุนในส่วนที่ขาดเหลือเพิ่มเติม และให้คำแนะนำ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ร.10 รับสั่งดูแลครอบครัวจ่าแซม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเล ว่า วันนี้ทุกคนทราบดีว่ามีการสูญเสียหลายด้าน ทั้งอดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หน่วยซีลรุ่นที่ 30 ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่มีความพร้อม หรือไม่แข็งแรง แต่ด้วยความรักความผูกพันต่อหน้าที่ ได้เสียสละพลัง ว่ายน้ำดำน้ำวันละ 7 ชั่วโมง ร่างกายอาจจะทนไม่ได้ แต่ไม่รู้ตัว เพราะว่าใจยังไหวอยู่
“ดังนั้นรัฐบาลจะต้องดูแลอย่างเต็มที่ โดยในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือ และรับสั่งให้ตอบแทนครอบครัวของอดีตซีล แม้จะไม่ได้รับราชการแล้ว ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ” นายกฯ กล่าว
มท.1 พอใจการช่วยเหลือ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า พอใจภาพรวม การให้ความช่วยเหลือทีมหมูป่า 4 คนแรกออกจากถ้ำหลวง หลายฝ่ายได้ร่วมมือกัน จนภารกิจประสบความสำเร็จ แต่ยอมรับว่ายังมีข้อผิดพลาดอยู่ และต้องนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นและสมบูรณ์ที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะต้องนำถังอากาศเข้าไปวางตามจุดเส้นทาง ทั้งนี้ ได้กำชับไปว่าก่อนจะปฏิบัติงานจะต้องประเมินศักยภาพของเจ้าหน้าที่ชุดที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งยังคงใช้นักดำน้ำชุดเดิมที่เข้าไปเมื่อวาน เพราะถือว่าได้เห็นสภาพภายในถ้ำ และรู้แนวทางว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร รวมถึงรู้ข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขและจะต้องไม่ผิดพลาดซ้ำ ดังนั้น หากมีการผลัดเปลี่ยนกำลัง ก็อาจทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องและเกิดอุปสรรคขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการช่วยเหลือทั้งหมด
รัฐบาลเล็งทำบุญใหญ่ประเทศ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า การช่วยเหลือยังไม่จบ ในวันแรกที่พาออกมาก็ถือว่าทำภารกิจไปได้แล้ว ต้องรอให้การช่วยเหลือสำเร็จก่อน แต่ไม่ทราบระยะเวลาที่จะช่วยเหลือออกมา เพราะเป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติงาน ตนไม่ได้เป็นผู้ร่วมวางแผนงาน ในส่วนของการให้กำลังใจนั้น ขณะนี้ทุกคนให้กำลังใจเด็ก โค้ช และเจ้าหน้าที่อยู่เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ชื่นชมผลงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การช่วยเหลือยังไม่จบ และหน่วยซีลก็ทำงานได้ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ และทำให้เกิดการสูญเสียหลายเรื่อง คิดว่าควรจะทำบุญใหญ่ประเทศเสียทีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวหยอกว่า “ก็ทำให้หน่อยสิ ไม่เป็นไร ขอให้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน”
แข้งดัง“เมสซี”โพสต์ขอหมูป่าปลอดภัย
ขณะเดียวกัน นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบูเอโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กว่าปลื้มใจที่สุด หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องการไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเมืองโรซาริโอ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเมสซี
วันนี้ผมได้รับคลิปของเมสซีในฐานะเป็นทูตพิเศษของยูนิเซฟพูดให้กำลังใจน้องๆ ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ โดยเมสซีพูดเป็นภาษาสเปนว่า “Juntos Es Possible” หรือในภาษาอังกฤษแปลว่า “Together It’s Possible” เมสซีเฝ้าติดตามข่าวการช่วยเหลือน้องๆ หมูป่าทุกคนมาตลอด และเอาใจช่วยขอให้ทุกคนออกมาได้โดยปลอดภัย
มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ระดมเชฟ
นายสมเจตน์ เขื่อนคำ ประธานชมรมพ่อครัวเชียงราย ในฐานะตัวแทนเชฟ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิคำนึงถึงความยากลำบากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สื่อมวลชนและจิตอาสาที่ระดมกำลังในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง จึงได้เข้ามาร่วมสนับสนุนให้ทุกคนมีกำลังด้วยอาหารที่มีประโยชน์มีคุณค่าตามโภชนาการ และมีรสชาติอร่อยมีมาตรฐานเป็นรางวัลแก่ผู้ที่ทุ่มเทอุทิศตนในงานครั้งนี้ โดยใช้สถานที่ของ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นสถานที่ปรุงอาหาร
มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์นั้น มีสมาชิกอยู่จำนวนมาก จากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในไทย อังกฤษ บรูไน และเดนมาร์ก ซึ่งได้ระดมจิตอาสามาช่วยกันโดยมีเชฟราว 30 คน ร่วมใจกันมาช่วยเหลือ โดยจะเปลี่ยนเวรกันตามความสะดวก เพื่อปรุงอาหารให้ทุกคน โดยใช้เชฟมื้อละ 3-4 คน มีการวางแผนรังสรรค์เมนูอาหาร 5 เมนูต่อ 1 มื้อ ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ มีทั้งไก่ทอด ไก่ซีอิ๊ว หมูทอด ไก่โป๊ะแตก และผัดผัก
จิตอาสาส่งของหวาน-น้ำสมุนไพร
ที่บริเวณแยกสนามบินเก่าใกล้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้มี น.ส.กุลกนก จ้างคำ น.ส.นันทญา บัวบาน และน.ส.กนกภรณ์ เบี้ยจรัส ซึ่งอยู่บริเวณใกล้สนามบินเก่า ได้นำน้ำสมุนไพรและของหวานมาบริการสื่อมวลชนประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในการนำนักเตะทีมหมูป่าจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนมายังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ซึ่งมีทั้งน้ำเก๊กฮวย น้ำดอกอัญชัน น้ำผึ้งมะนาว และ ข้าวเหนียวเปียกลำไยมาคอยให้บริการฟรี
ทั้ง 3 กล่าวว่า การที่นำของหวานและน้ำสมุนไพรมาบริการเพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวที่มาปฏิบัติหน้าที่ ได้คลายเหนื่อย คลายร้อน เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวจะได้มีแรงในการทำหน้าที่



