ข่าว

สูบน้ำถ้ำหลวง !!! เสียหาย 5 หมู่บ้าน

สูบน้ำถ้ำหลวง !!! เสียหาย 5 หมู่บ้าน

09 ก.ค. 2561

ระดมสูบน้ำออกวันละ 3-6 หมื่นลบ.ม.ทำบายพาสน้ำ สกัดน้ำไม่เข้าถ้ำวันละ  3.2 หมื่นลบ.ม.พบเสียหายสิ้นเชิง 5 หมู่บ้าน 4 ตำบล 50 ราย 617.25 ไร่ค้างอีก 2 หมู่บ้าน   

9 กรกฏาคม 2561  ระดมสูบน้ำออกวันละ 3-6 หมื่นลบ.ม.ทำบายพาสน้ำ สกัดน้ำไม่เข้าถ้ำวันละ  3.2 หมื่นลบ.ม.พบเสียหายสิ้นเชิง 5 หมู่บ้าน 4 ตำบล 50 ราย 617.25 ไร่ค้างอีก 2 หมู่บ้าน 

 

นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ของกระทรวงเกษตรฯว่า กรมชลประทาน ให้การสนับสนุนเครื่องจักรกล และการผันน้ำ ในจุดเสี่ยงที่จะซึมเข้าถ้าหลวง โดยนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มณฑลทหารบกที่ 37 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) และบริษัทเซฟรอนประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมได้ร่วมกับส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมการเกษตรด้านท้ายที่ได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงฯอย่างเร่งด่วน 


สรุปขั้นตอนช่วยเหลือการระบายน้ำจากหนองน้ำพุ โดยเครื่องสูบน้าของกรมชลประทาน จำนวน 12 เครื่อง  และได้สำรองอีก 8 เครื่อง ได้สูบน้ำปริมาณ  250,000 ลบ.ม. ร้อยละ 80 ความจุ หนองน้ำพุ และการบริหารการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงฯวันที่ 28-30 มิ.ย.เฉลี่ยประมาณ 30,000 ลบ.ม./วัน 1 -3 ก.ค. 68,000 ลบ.ม./วัน วันที่ 4 – 8 ก.ค. 19,000 ลบ.ม./วัน โดยผลการสูบน้ำสามารถลดระดับ(บริเวณโถง 1)ลดลงจากเดิม 60 เซนติเมตร

 

ส่วนการผันน้ำบริเวณด้านเหนือและท้ายถ้ำหลวง จำนวน 2 จุด คือ บริเวณห้วยน้ำดัน (บ้านผาหมี) เริ่มวันที่ 1-2 ก.ค.สร้างฝายชั่วคราว 2 แห่ง พร้อมระบบท่อผันน้ำช่วยลดน้ำซึมเข้าถ้ำได้ 18,000 ลบ.ม.ต่อวัน รวมทั้งบริเวณห้วยปากตีนไฟ (บ้านผาฮี้ ) เริ่มดำเนินการวันที่ 4-5 ก.ค.สร้างฝายชั่วคราว 1 แห่ง พร้อมระบบท่อผันน้ำ ช่วยลดน้ำซึมเข้าถ้ำได้ 14,000 ลบ.ม.ต่อวัน สรุปรวมการผันน้ำทั้ง 2 แห่ง ช่วยลดน้ำซึมเข้าถ้ำ 32,000 ลบ.ม. ต่อวัน 


รมว.เกษตรฯกล่าวว่า ในการสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบรับน้ำจากถ้ำบริเวณบ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย 300 ไร่ บ้านสันปูเลย ต.บ้านด้าย 458 ไร่ มีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 50 ซม. คิดเป็นปริมาณน้ำในพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 600,000 ลบ.ม. การแก้ไขเร่งด่วน เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งการระบายน้ำลงสู่น้ำมะซึ่งเป็นสาขาน้ำรวกและสู่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงแสน ขณะนี้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

 

พร้อมกับแนวทางให้การช่วยเหลือจัดชุดเยี่ยมเยือนเกษตรกรและสำรวจ ความเสียหาย และเห็นชอบในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนจากหน่วยงาน ภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ 1.สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย สนับสนุน เชื้อราไตรโครเดอร์ม่าเพื่อป้องกันก้าจัดศัตรูพืช 2.ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย สนับสนุน เมล็ดพันธุ์ข้าว

3.ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สนับสนุน เมล็ดพันธุ์ผัก 4.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สนับสนุน สินเชื่อฉุกเฉิน เงินกู้ดอกเบียต่ำ ผัดผ่อนหนี้ให้เกษตรกรโดยไม่มีค่าปรับ ชดเชยตามโครงการประกันภัยข้าวนาปี 

 

5.สหกรณ์จังหวัดเชียงราย สนับสนุน - มาตรการสินเชื่อเงินกู้จากสหกรณ์ต้นสังกัด - การผ่อนผันการช้าระหนี้โดยไม่คิดค่าปรับ  6.สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย สนับสนุน - นำ้หมัก 2,000 ลิตร 7. โครงการชลประทานเชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 สนับสนุน - ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากแปลงนาเกษตรกร ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง กำลังการสูบน้ำ 1,080 ลบ.ม./ชั่วโมง 


ได้สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามเกณฑ์ภัยพิบัติโดยผ่านคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายจากภัยพิบัติด้านพืช ระดับหมู่บ้าน ได้ดำเนินการ ตรวจสอบความเสียหายของเกษตรกรที่ทุกราย ทุกแปลง ตั้งแต่วันที่ 5-8 ก.ค.มีพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงทั้งสิ้น  รวม 5 หมู่บ้าน 4 ตำบล 50 ราย พื้นที่617.25 ไร่ เช่น หมู่บ้านศรีป่าสัก ต.ศรีเมืองชุม เกษตรกร  2 ราย 23 ไร่ หนองอ้อ ต.โป่งผา 4 ราย 62.25 ไร่ สันทรายมูล ต.โป่งผา 7 ราย 79 ไร่  ป่าก๋อย ต.บ้านด้าย 23 ราย 242.25 ไร่  บ้านถ้ำ ต.โป่งงาม 14 ราย 210.75 ไร่ และยังค้างอีก 2 หมู่บ้าน ได้แก่บ้านสันทรายน้อย บ้านสันปูเลย ต.บ้านด้าย ได้เร่งตรวจสอบให้เสร็จวันนี้ ซึ่งเกษตรกรได้รับชดเชยกรณีเสียหายสิ้นเชิง รายละไม่เกิน 30 ไร่ อัตราการช่วยเหลือตามระเบียบ คือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่น ๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท