ศึกหาแชมป์ศิลปะการป้องกันตัว ซึ่งประกอบไปด้วย มวยสากล, มาร์เชียล อาร์ต และ มวยไทย ฯลฯ รายการ "วัน : คิงดอม ออฟ ฮีโร่ส์" จัดขึ้นในประเทศไทย นับเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยปีนี้มีความพิเศษมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เมื่อ “วัน แชมเปี้ยนชิพ” จับมือกับ "นครหลวง โปรโมชั่น" ค่ายมวยชื่อดังของเมืองไทย จัดให้ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกในรายการนี้ด้วย
บอสใหญ่แห่ง “วัน แชมเปี้ยนชิพ” เปิดเผยว่า ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่มีโอกาสได้นำศิลปะการป้องกันตัว, มวยไทย แชมป์โลก กลับมาจัดขึ้นในประเทศไทย ต้องขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้รายการนี้เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากรายการกีฬาอื่นๆบนโลกก็คือต้องการสร้างนักกีฬาฝีมือดีของเราให้เป็นแรงบันดาลใจ, ความฝัน, ความหวัง และเป็นต้นแบบที่ดีของทุกคน สำหรับเดือนตุลาคมนี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาครั้งใหญ่ที่จะรวมเอากีฬาอย่าง มวยสากล, มาร์เชียล อาร์ต และ มวยไทย มาอยู่ในรายการเดียวกันภายใต้บรรยากาศความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมแห่งเอเชีย และมันจะเกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ซึ่งผมกล้าพูดได้เต็มปากว่านี่คือรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่วงการมวยในประเทศไทยเคยมีมา
“ส่วนตัวผมฝึกชกมวยมานานกว่า 30 ปี ขึ้นชกจริงแล้วกว่า 20 ครั้ง ฉะนั้น กีฬามวยคือหนึ่งเดียวในใจผม ผมมีความสุขมากที่จะได้ทำให้แฟนมวยกว่า 136ประเทศทั่วโลกได้ชมความสุดยอดของมวยไทย บนแผนดินไทย จากผู้จัดที่เป็นคนไทย”
เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์แห่งค่ายนครหลวงโปรโมชั่นและผู้จัดการของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กล่าวต่อว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ยืนอยู่ข้างๆเหล่านักสู้ระดับโลกจากแขนงต่างๆ ก่อนหน้านี้ผมมีความฝันว่าอยากจะเห็นแชมป์โลกคนไทย ฝันว่าอยากจะให้แชมป์โลกคนไทย ได้ชกป้องกันแชมป์บนแผ่นดินไทย ที่เป็นเวทีระดับโลก อยากจะเห็นคนไทยตะโกนเชียร์นักมวยคนไทยเหมือนที่เคยได้ยินได้เห็นในเวทีต่างประเทศ ต้องขอบคุณ เวที วัน แชมเปี้ยนชิพ ที่ทำให้ความฝันเหล่านี้เป็นจริง ทำให้ “แหลม” ศรีสะเกษ” ได้ป้องกันแชมป์บนเวทีระดับโลก ในประเทศไทย ได้ต่อยต่อหน้าแฟนมวยชาวไทย มันมีความหมายกับผมและเป็นความท้าทายครั้งใหม่ เชื่อว่าหลังจากวันที่ 6 ต.ค.นี้ วงการมวยไทยจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
“การชกป้องกันแชมป์ของเจ้าแหลมครั้งนี้ไม่ใช้ไฟต์บังคับ แต่การเลือกคู่ชกต้องได้รับการรับรองจาก WBC ดังนั้นมีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้งละติน และเอเชีย ขึ้นอยู่ว่าใครจะกล้ามาชกกับแหลม และทีมงานเองยังมีเวลาในการคัดเลือก เพื่อให้ได้คู่ชกที่ดี และเหมาะสมที่สุด ซึ่งเรายังมีเวลาในการเลือก เร็วๆนี้จะได้ทราบกันอย่างแน่นอน”