ข่าว

เตือนภัยฝรั่งแสบมอมยายกเค้าเกลี้ยงบ้าน

เตือนภัยฝรั่งแสบมอมยายกเค้าเกลี้ยงบ้าน

20 ต.ค. 2552

วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในโลกไซเบอร์ได้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบไปเสียแล้ว ล่าสุดสาวสองแควถูกเพื่อนชาวต่างชาติ ที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตมอมยาขนทรัพย์สินเกลี้ยงบ้าน

 "คม ชัด ลึก" ได้พูดคุยกับ "พรรณปพร คำเกิด" พนักงานสินเชื่อบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง วัย 28 ปี เหยื่อมอมยา ที่จะมาบอกเล่าวิธีการของมิจฉาชีพรายนี้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนสติหญิงสาวหลายคนที่ไว้ใจคนง่าย เธอเริ่มต้นเล่าว่า รู้จักกับผู้ชายต่างชาติคนนี้หลายเดือนแล้ว จากเว็บไซต์ www.dateinasia.com โดยสนทนากันในลักษณะแบบไม่ใช่ในทำนองชู้สาว เขาบอกกับเธอว่าบริษัทส่งมาทำงานที่เมืองไทย เป็นบริษัทขายเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ จากนั้นก็พูดคุยทางอินเทอร์เน็ตและมือถือเรื่อยมา

 ก่อนเกิดเหตุพรรณปพรบอกกับชายผู้นี้ว่า เธอทำงานอยู่ที่ จ.อุทัยธานี สุดสัปดาห์นี้จะกลับบ้านที่พิษณุโลก เขาขอตามมาเที่ยวด้วย ตัวเธอไม่ได้คิดอะไรมาก อยากจะมาก็มา เลยแนะนำให้ขึ้นรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาลงที่อุทัยธานี จากนั้นก็ขับรถไปรับขับกลับมาบ้าน ตลอด 160 กิโลเมตรจากอุทัยธานีถึงพิษณุโลก เธอเห็นเขาคุยโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา จับใจความได้แค่ว่ากำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ต้องการใช้เงินราว 7 หมื่นบาท พอพูดจบก็หันมาถามทีเล่นทีจริงว่ามีเงินให้ยืมไหม เย็นวันศุกร์จะคืนให้

 "ฉันคิดว่าการแต่งตัวก็ดูดี แต่เจอครั้งแรกก็ทำตัวแย่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ก่อนถึงบ้านก็พาไปกินข้าวที่ห้างโลตัส พอถึงบ้านก็แนะนำให้รู้จักแม่ บอกว่าเพื่อนมาเยี่ยม ไม่ได้มีเรื่องชู้สาว แล้วก็หันไปถามเขาว่าพักที่ไหน โรงแรมหรือที่บ้าน เขาก็บอกว่าขอพักที่บ้านดีกว่า ดูแล้วรู้สึกปลอดภัย ประกอบกับเห็นว่าที่บ้านมีห้องว่างพอรับแขกก็อนุญาต"

 ประมาณหัวค่ำฝรั่งตาน้ำข้าวเอ่ยถามน้องชายของพรรณปพรว่า ชอบช็อกโกแลตไหม เมื่อได้คำตอบว่าชอบก็ขอยืมรถจักรยานยนต์ของน้องชายออกไปห้างโลตัส ตอนนั้นหญิงสาวยอมรับว่ารู้สึกเอะใจบ้างพอสมควร ไหนจะกลัวรถหาย ไหนจะกลัวความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งขอพักที่บ้านเนื่องจากปลอดภัยกว่า เลยให้ลูกพี่ลูกน้องขี่รถตามไปดู ก็พบว่าเข้าไปในห้างจริง หายไปราวชั่วโมงเศษจึงกลับมาพร้อมกับโดนัท ไก่เคเอฟซี และน้ำส้มกล่อง จากนั้นก็ชักชวนแม่ น้องชาย และเธอ กินโดนัท

 หญิงสาวเริ่มแปลกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนต่างชาติเจ้ากี้เจ้าการแยกโดนัทชั้นนี้ให้แม่ ชิ้นนั้นให้น้องชาย และอีกชิ้นของเธอ ส่วนของเขาเองก็มีต่างหาก โดยสามชิ้นแรกมีรอยผ่าครึ่งแล้วทุกชิ้น ยกเว้นของเขา พอน้องชายกินไปได้สักพักก็ออกอาการเดินเซไปเซมา ส่วนแม่บอกว่าง่วงนอนและขอตัวไปอาบน้ำ ชายต่างชาติก็ขอตัวไปอาบน้ำเช่นกัน หลังจากนั้นจู่ๆ เธอก็หลับไปไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีชายต่างชาติตัวแสบก็ไม่อยู่แล้ว รวมทั้งรถเก๋ง โน้ตบุ๊ก มือถือ สร้อยคอ แหวนเพชร และเครื่องเพชร หายไปหมด เลยโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 หลังเกิดเหตุกับครอบครัว พรรณปพรเริ่มตรวจสอบชื่อจริงของจิ้งจอกสังคมหัวแดง เริ่มจากการพูดคุยครั้งแรกบอกว่าชื่อ แอนดรูว์ อายุ 35 ปี เป็นชาวแคนาดา พ่อแม่เป็นคนดูไบ มีบ้านพักอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 12 กรุงเทพฯ อาศัยอยู่กับเพื่อนผู้ชายอีก 6 คน แต่พอเข้าไปดูในโปรไฟล์ในเอ็มเอสเอ็นและยาฮูกลับใช้ชื่อว่า อาดัม อายุ 32 ปี ซึ่งไม่ตรงกับที่บอกกับเธอ

 "ฉันอยากเตือนเพื่อนๆ ที่ชอบแชทว่า อย่าพาใครเข้าบ้าน อย่าไปอยู่ในที่ลับตาผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่ชอบดูเว็บไซต์หาคู่หรือหาเพื่อนชาย บอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องโกหกเสียเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้แม่ก็ยังไม่หายจากอาการสะลึมสะลือ และบ่นเสียดายเครื่องเพชรที่สะสมมาตั้งนาน" พรรณปพร กล่าวเตือน

 ด้าน พ.ต.ต.เอกชัย พรหมทอง พงส.(สบ 2) สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าคนร้ายมีชื่อนามสกุลอะไร สัญชาติไหน อยู่ระหว่างประสานให้ผู้เสียหายนำรูปถ่ายในคอมพิวเตอร์มาประกอบสำนวนการสอบสวน นอกจากนี้ยังต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อนว่า ผู้เสียหายทั้งหมดถูกวางยาประเภทไหน เบื้องต้นรถเก๋งนิสสัน เซฟิโร่ ของผู้เสียหาย ติดตามพบแล้ว โดยคนร้ายขับจากบ้านผู้เสียหายใน จ.พิษณุโลก ไปจอดทิ้งไว้ที่ท่ารถตู้ใน จ.อุทัยธานี ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เกี่ยวกับพฤติการณ์ของคนร้ายรายนี้