
รบไปเจรจาไป
หลังจากที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดใจถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีไปเมื่อกลางสัปดาห์ก่อน พล.อ.ชวลิต และคนใกล้ชิดได้นั่งจิบกาแฟบน "เซฟเฮ้าส์" คอนโดหรูแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยประเด็นหลักที่นำมาสนทนากันนั้น
ถึงแม้ พล.อ.ชวลิต จะไม่ค่อยได้ออกความเห็นอะไรนัก แต่เนื้อหาคำพูดคำจาในวงสนทนานั้น เสียดแทงใจยิ่ง
“ต้องเข้าพรรคประชาธิปัตย์ใช่มั้ย ถึงจะเป็นคนรักชาติ” นี่คือประโยคหนึ่งในวงสนทนา
นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์กันว่า “ป๋าเปรม” กล้าซัดหมัดตรงใส่ “บิ๊กจิ๋ว” ครั้งนี้เนื่องจากเกรงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะชนะเลือกตั้ง แล้วอะไรต่อมิอะไรที่กำลังเดินหน้า จะสะดุดหยุดกึก จนถึงขั้นกลับไปหาจุดเริ่มที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการ
ขณะเดียวกันก็รู้ดีว่า “บิ๊กจิ๋ว” ไม่กล้าตอบโต้ เพราะกลัวว่าจะมีภาพเป็นคนเนรคุณต่อ “ป๋าเปรม” ออกไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องงามเลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากสังคมทั่วไปเข้าใจว่า “บิ๊กจิ๋ว” เจริญเติบโตทางราชการ และทางการเมือง เพราะได้รับการสนับสนุนจาก “ป๋าเปรม”
พอมีเสียงหนึ่งพูดถึงเรื่องบุญเรื่องคุณ อีกเสียงก็สวนกลับด้วยความแรงไม่แพ้กัน
“ป๋าจำได้ไหมที่มี ส.ส. 13 คน ถอนชื่อจากการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจป๋า และหนึ่งในนั้น คือ นายชัย ชิดชอบ”
ตามด้วยอีกเสียงเสริมว่า...“ถ้าไม่มีบิ๊กจิ๋ว ป๋าก็ถูกแล่เนื้อกลางสภาไปแล้ว”
และจากนั้น เรื่องราวแต่หนหลังครั้งป๋าเรืองอำนาจ ไม่ต้องเลือกตั้งก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็พรั่งพรูออกจากปากชนิดที่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของใคร
...“ป๋ายังจำได้ไหม ถ้าไม่ได้บิ๊กจิ๋ว จะเกิดอะไรขึ้นในห้องนอนป๋า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์เมษาฮาวาย ช่วงที่ พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร กำลังแรงในช่วงนั้น”
...“ป๋าจำได้ไหม ถ้าไม่ได้บิ๊กจิ๋วไปคุยกับ พล.ต.มนูญกฤต (รูปขจร) ป๋าก็ออกจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่ได้ เข้าวังไม่ได้ ไปโคราชไม่ได้ เข้าเฝ้าฯ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นป๋าอยู่ได้เพราะบิ๊กจิ๋ว ไม่ใช่บิ๊กจิ๋วอยู่ได้เพราะป๋า..."
บทสรุปของคนแวดล้อม พล.อ.ชวลิต ถึงเรื่องราวหนหลังในค่ำวันนั้น ออกมาเช่นนั้น
แต่การพูดจาในทำนอง "ลำเลิกบุญคุณ" ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเป้าหมายที่ พล.อ.ชวลิต ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าพรรคเพื่อไทย
"ป๋าไม่โกรธผมนะ" นั่นคือ ถ้อยแถลงที่ พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ฉบับวันที่ 19 ตุลาคม เพื่อสื่อไปยังประมุขบ้านสี่เสาฯ ซึ่งเนื้อหาตรงกับแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในยามนี้
มุ่งเดินเกมประนีประนอม ให้ พล.อ.ชวลิต สมัครเข้าพรรคเพื่อไทย โดยมีเหตุผล คือ “บิ๊กจิ๋ว” เป็นคนที่ “ป๋า” รักและเคยสนับสนุนอุ้มชูมาก่อน
พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมั่นใจว่า “บิ๊กจิ๋ว” จะสามารถประสานพูดคุยกับ “ป๋า” ได้
แต่ถ้า “บิ๊กจิ๋ว” ไม่สามารถพูดคุยกับ “ป๋าเปรม” ได้ เกมประนีประนอม อาจจะพลิกผัน หันไปเล่นเกมแรง
มีแนวโน้มว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเดินเกมด้วยการเลือกคนที่พร้อมจะต่อกรกับ “ป๋า” ทุกกระบวนท่ามาแทนที่ "จิ๋วหวานเจี๊ยบ"
ว่ากันว่า ในใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอนนี้มีอยู่อีก 1 คน คือ ”พล.ต.มนูญกฤต” ซึ่งกล้าที่จะต่อกรกับ “ป๋า” หากถูกปิดช่องทางการพูดคุย
เหตุการณ์ในอดีต คือ กรณี "กบฏเมษาฮาวาย" และ "กบฏ 9 กันยา" เป็นข้อพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า “มะโหนก” นั้นไม่กลัว “ป๋า”
ทว่า นั่นก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
เพราะอย่างน้อยๆ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ความรุนแรงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของอดีตนายกฯ ผู้นี้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม นี่คือหมากเกมใหม่ที่คนจร พยายามวางหมากเพื่ออยู่เหนือการต่อรอง
รบไป เจรจาไป ไม่ให้เจรจาก็ตั้งท่าจะหักกันด้วยกำลัง !



