
ปฏิบัติการระทึก พา 4 หมูป่าพ้นถ้ำ
ทั่่วโลกเฮ ทีมกู้ภัยซีล-ต่างชาติ 90 คน พาเด็กทีมหมูป่าชุดแรก 4 คน ดำน้ำออกจากถ้ำหลวงสำเร็จ ขึ้น ฮ.พาส่งโรงพยาบาลทันที ผู้ว่าฯ แจงที่เหลือรอก่อน ต้องเติมออกซิเจน
ภารกิจพา 13 ชีวิตผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อแม่สาย จ.เชียงราย หลังจากดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาครึ่งเดือน ล่าสุด ก็สามารถนำออกมาจากถ้ำได้แล้ว 4 คน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) พร้อมด้วย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคํา รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงข่าวความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 16 ของภารกิจ คิดว่าทุกคนอยากมีข่าวดี ยิ่งนานวันคนยิ่งเยอะขึ้น สภาพแวดล้อมยิ่งแอดอัด จึงต้องขออภัยที่ต้องให้ย้ายมาตรงนี้ ยืนยันว่าทุกภารกิจเดิมที่เคยทำก็ยังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งการค้นหานั้นผ่านไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงการกู้ชีพ กู้ภัย อุปสรรคที่สู้กันตั้งแต่วันแรกคือน้ำและเวลา ซึ่งคงไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ เรายืนยันจนพร้อมที่ 100% ถึงจะปฏิบัติการในการเจาะโพรงต่างๆ ก็ปฏิบัติกันมาโดยตลอด ซึ่งเจาะกันมาเป็นร้อยโพรงแต่โพรงที่มีศักยภาพที่จะเชื่อมกับถ้ำหลวงนั้นยังไม่มี ขอบคุณในทุกความช่วยเหลือทั้งในไทยและต่างประเทศที่ร่วมส่งเครื่องมือ ส่งคนมาช่วย อะไรที่ใช้ได้ก็ใช้หมด
ดีเดย์ 10.00 น.พาน้องออกจากถ้ำ
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า คำถามที่ถามมาว่าความพร้อมคืออะไร มันคือความพร้อมของระดับน้ำ ร่างกายน้องๆ ทีมงาน การทำงานต่างๆ ซึ่ง 2-3 วัน ที่ผ่านมาเราปรับตัวมาเรื่อยๆ มีการจัดการ ปรับพื้นที่กันตลอด วันนี้วันดีเดย์ เมื่อเวลา 10.00 น. ทีมผู้เชี่ยวชาญดำน้ำจากต่างประเทศ 13 คนและหน่วยซีลได้เข้าไปปฏิบัติการลำเลียง โดยพยายามเคลียร์พื้นที่ให้มากที่สุด ดังนั้นในหน้างานจึงขอให้มีแต่ผู้ที่จำเป็นเป็นหลัก
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ระดับน้ำลดลงถือว่าดี โถง 1, 2, 3 ลดจนเดินได้ เมื่อวานบางจุดลดได้ 30 กว่าเซนติเมตร ซึ่งเรารอต่อไปคงจะเสี่ยงแล้ว เพราะพายุกำลังจะมา ความพร้อมที่เกิดขึ้นจะหายไป
“ถึงเวลาที่พร้อมที่สุดแล้วในขณะนี้ และหากล่าช้าในอีกไม่กี่วันจะเกิดพายุใหญ่อาจจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่ด้านใน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
13 ชีวิตหมูป่าร่างกายแข็งแรง
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ด้านความพร้อมทางด้านร่างกายของน้องๆ มีความพร้อมมาก มีความเด็ดเดี่ยว ทั้งหมดรับทราบภารกิจทั้งหมด และพร้อมที่จะออกมาพบพวกเราทั้งหมด ครอบครัวทราบหมดแล้วถึงภารกิจ และเห็นด้วยกับการดำเนินการลำเลียงน้องๆ ออกมา ในส่วนความพร้อมที่ 3 คือ ทีมปฏิบัติการมีความพร้อมมาก มีการทดสอบ ทดลอง มีการซ้อมวางถังออกซิเจนเพื่อป้องกันความสับสนซึ่งซ้อมตั้งแต่เช้ายันมืด
ดังนั้นจึงต้องนำสแลนมาปิด เพื่อการซ้อมให้ถูกต้องมากที่สุด ขอให้พวกเราทุกคนรอฟังข่าวและส่งกำลังใจช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วง 100% การเข้าไปและออกมาน่าจะเป็นช่วงเย็นๆ ถึงค่ำ จึงจะมีความคืบหน้า ซึ่งจะทยอยกันออกมาเรื่อยๆ โดยจะนำออกมาทีละ 1 คน โดยจะมีทีมดูแล 2 ต่อ 1 คาดว่าคนแรกจะออกมาเร็วที่สุดประมาณ 21.00 น.คืนนี้ (8 ก.ค.) ทั้งนี้ภารกิจจะดำเนินการต่อเนื่องจนกระทั่งคนสุดท้ายออกมา มีการซักซ้อมรับทั้งทางบก ทางอากาศ จัดเฮลิคอปเตอร์ไว้ 6 ลำ รถพยาบาล 13 คัน
แผนเคลื่อนย้ายหลังออกจากถ้ำ
สำหรับแผนการเคลื่อนย้ายทั้ง 13 คนจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไปยังโรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานะเคราะห์นั้น ทางทีมแพทย์มีแผนในการลำเลียง คือ 1.เลียงจากภายในถ้ำมายังโรงพยาบาลสนามเพื่อแยกตามอาการ แบ่งเป็นสีเขียว คือไม่มีอาการเจ็บป่วย หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สีเหลืองเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บปานกลาง และสีแดงเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บรุนแรง โดยมีทีมแพทย์จำนวน 13 ชุด รองรับทั้ง 13 คน
2.หลังจากคัดแยกแล้วจะลำเลียงผู้ป่วยไปยังศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หากไม่เจ็บป่วยมากจะลำเลียงทางรถพยาบาลฉุกเฉินที่เตรียมไว้ 13 คัน แต่หากรายใดมีอาการเจ็บป่วยมากจะประเมินสถานการณ์ลำเลียงโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ไปยังฝูงบิน 416 สนามบินเก่า ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ประมาณ 500 เมตร และ 3.รักษาตามอาการของแต่ละคน โดยแยกแต่ละคนเพื่อให้ทีมแพทย์รักษาภายในห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ที่ศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาลบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยมีทีมแพทย์ 13 ทีม ในการดูแล
พา 4 หมูป่าออกจากถ้ำ
ต่อมาเวลา 20.50 น. นายณรงค์ศักดิ์แถลงข่าวการช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าว่า สำหรับนักดำน้ำที่เข้าปฏิบัติการในครั้งนี้มีทั้งหมด 90 คน โดยเป็นนักดำน้ำชาวไทย 40 คน ซึ่งการปฏิบัติการช่วยเหลือลุล่วงไปด้วยดี ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิดที่ประะเมินไว้ว่าจะนำคนแรกออกมาได้ในเวลา 21.00 น. แต่ปรากฏว่า นำออกมาได้ในเวลา 17.40 น. คนที่ 2 นำออกมาได้เวลา 17.50 น. คนที่ 3 ออกมาได้ในเวลา 19.40 น. คนที่่ 4 ออกมาในเวลา 19.50 น.
ในการพาเด็กๆ ออกมา เจ้าหน้าที่กอดน้องไว้ข้างล่าง โดยใส่หน้ากากที่กันน้ำเข้า มีระบบเซฟตี้ ซึ่งการหายใจก็สามารถหายใจได้แบบปกติ
อย่างไรก็ตามสรุปสมาชิกหมูป่าที่นำออกมาจากถ้ำได้ทั้งหมดในวันนี้รวม 4 คน สำหรับที่เหลืออีก 9 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ หากถามว่า ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ขอตอบว่าประมาณ 10-20 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเติมถังออกซิเจนเพื่อส่งเข้าไปใหม่ แต่ขั้นตอนการช่วยเหลือต้องมีปัจจัยหลักคือ ทุกอย่างต้องพร้อม
ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ทั่วโลกเฮสมาชิกหมูป่าออกจากถ้ำ
สำนักข่าวต่างประเทศทั้งบีบีซี และซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวไปทั่วโลก แจ้งข่าวด่วน ยืนยันเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่อย่างน้อย 2 คน ออกมาจากถ้ำหลวงได้แล้ว หลังจากทีมช่วยเหลือตัดสินใจปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงอันตรายส่งทีมนักดำน้ำต่างชาติ 13 คน และซีลไทย 5 นาย ปฏิบัติภารกิจในการลำเลียงเด็กๆ และโค้ชออกจากถ้ำหลวง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 กรกฎาคม
มั่นใจหลังซ้อมตามแผน
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ปฏิบัติการร่วมใช้แผนที่มีความสมบูรณ์ ง่าย และปฏิบัติได้จริง โดยได้เลือกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด มีการซ้อมแผน เมื่อมั่นใจจึงปฏิบัติ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้กล่าวถึงการจัดระเบียบจราจรและสื่อมวลชน ว่าต้องขอความร่วมมือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเฉพาะสนามเฮลิคอปเตอร์บริเวณศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ขอความร่วมมืออย่าเข้าใกล้ในระยะ 200 เมตร และจุดทางร่วมทางแยกด้วย เพราะรถพยาบาลต้องใช้เวลาสั้นที่สุดในการนำส่งโรงพยาบาล
นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวยืนยันความพร้อมทุกด้านทางการแพทย์ ขณะนี้เตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว
นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า การสนับสนุนไฟฟ้าในถ้ำเพื่อช่วยในการสูบน้ำมีความเสถียรไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ขณะนี้ระดับน้ำในถ้ำลดอย่างต่อเนื่อง
เคลียร์หน้าถ้ำหลวงกระชับพื้นที่
หลังจากปิดกั้นพื้นที่บริเวณหน้าถ้ำหลวงตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ (7 ก.ค.) โดยการนำสแลนมาปิดบริเวณหน้าถ้ำ 2 ชั้น
ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ มีการประกาศว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สาย ดูแล รปภ.จราจร ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการเหตุการณ์ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่จะอนุญาตเฉพาะกลุ่มบุคคล ดังนี้ 1.หัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับอนุญาตจากผบ.เหตุการณ์ และข้าราชการติดตามไม่เกิน 2 ท่าน 2.เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการในการช่วยเหลือนักประดาน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยขนอุปกรณ์ 3.ทีมรถพยาบาลที่จะเข้ามาสแตนด์บายในเต็นท์พยาบาล และรถพยาบาล 13 คัน ส่วนรถกู้ชีพกู้ภัยขอให้ออกนอกพื้นที่ทั้งหมด
เชิญสื่อทุกสำนักพ้นทางลำเลียง
นอกจากนี้ยังประกาศให้สื่อมวลชนเคลื่อนย้ายออกทั้งหมดเช่นกัน รวมถึงรถยนต์ พาหนะทั้งหมด รถโมบายถ่ายทอดสด โอบี ให้เคลื่อนย้ายออกไปให้พ้นจากเส้นทาง จากจุดสกัดถ้ำหลวงถึงแยกขุนน้ำนางนอน หรือแยกกุ้งเต้น เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หากสื่อและผู้เกี่ยวข้องไม่เคลื่อนออกจะมีโทษตามพ.ร.บ.บรรเทาสาธารณภัย 2550
จากนั้นมีการส่งกำลังทหารเข้าถ้ำหลวงและเชิญพ่อแม่ญาติผู้ประสบภัยเข้าไปยังศูนย์อำนวยการร่วมภายในวนอุทยาน
นักบินทบ.-ตร.เตรียมพร้อม
พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผบช.ภ.5 ประกาศห้ามถ่ายภาพไม่เหมาะสมขณะปฏิบัติภารกิจออกไปโดยจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย และสั่งเคลียร์รถบริเวณ 3 แยกทางเข้าถ้ำหลวง
ต่อมาเวลา 08.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเตรียมพร้อมของนักบินเฮลิคอปเตอร์ เป็นของทหาร 2 ลำ ของตำรวจ 2 ลำที่ลานจอดลำเลียงผู้ประสบภัยบริเวณสนามหญ้าหน้าทางเข้าโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 5 ริมถนนพหลโยธิน
รพ.เชียงรายพร้อมรับ 13 ชีวิต
ที่บริเวณโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศกำหนดให้พื้นที่บริเวณอาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน 14 ชั้น ตลอดจน ถึงบริเวณโรงเรียนสันโค้ง สพฐ.เขต 1 เป็นพื้นที่หวงห้ามและเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่ โดยให้สื่อมวลชนสามารถปฏิบัติงานได้ที่โรงเรียนเทศบาล 5 ห่างจากโรงพยาบาลราวไป 1 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่จะตั้งด่านปิดถนนตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลทางทีมแพทย์ พยาบาลเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว
สำหรับเส้นทางการเดินทางจากถ้ำหลวงไปที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เตรียมไว้สองทางคือทางรถ โดยมีรถพยาบาลกว่า 20 คันจอดบริเวณปากถ้ำพร้อมแพทย์พยาบาลทุกคัน ใช้เวลาเดินทางจากถ้ำโดยมีรถตำรวจนำทางประมาณ 45 นาทีและจะมีการปิดเส้นทางสี่แยกไฟแดงต่างๆ ตลอดทางเมื่อเด็กออกมาและเริ่มเดินทาง ส่วนอีกเส้นทางคือทาง ฮ. ใช้เวลาจากถ้ำหลวงมาที่สนาม ฮ. ลำเลียงโดยรถพยาบาลใช้เวลาถึง ฮ. ประมาณ 10 นาที และเมื่อ ฮ. ยกตัวก็ใช้เวลามาถึงสนามบินกว่า 15 นาที และจากสนามบินลำเลียงทางรถต่อใช้เวลาอีก 3 นาทีถึงโรงพยาบาล
ฝนตกหนักไม่กระทบน้ำในถ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.20 น.ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วพื้นที่โดยเฉพาะตรงเทือกเขาดอยนางนอนบริเวณที่ตั้งของถ้ำหลวงโดยฝนตกหนักประมาณ 10-15 นาทีจึงซาลงแต่ก็ยังคงตกพรำลงมาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าระดับน้ำภายในถ้ำว่าระดับน้ำยังคงลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากการโหมสูบอย่างหนักตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา และการปิดกั้นน้ำทางท้ายถ้ำ รวมทั้งผันน้ำจากแหล่งน้ำเบื้องล่างอย่างหนัก
โดยระดับน้ำในช่วงเวลาเดียวกันวัดจากปากถ้ำลึกเพียง 17 ซม. ขณะที่ปฏิบัติการนำเยาวชนทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ยังเร่งระบายน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทีมช่วยเหลือ นำตัวเด็กไปส่งโรงพยาบาลได้โดยเร็วที่สุดตามแผนการที่แถลงเอาไว้ ท่ามกลางการรอคอยของทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตามจากที่มีฝนตกลงมาดังกล่าวทำให้หลายคนที่ยังอยู่บริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวงต่างหวั่นเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการนำเด็กๆ ออกมาจากถ้ำ
ที่ปรึกษา-โค้ชมั่นใจปลอดภัย
นายกมล จันทาพูน ที่ปรึกษาทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ เปิดเผยว่า รู้สึกดีที่เด็กๆ กำลังจะได้ออกมาจากถ้ำ หลังจากที่เฝ้าติดตามรออยู่หน้าถ้ำพร้อมกับญาติของเด็กๆ ทุกวัน แต่วันนี้ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้จัดระเบียบเพื่อให้การทำงานได้อย่างสะดวกมากขึ้น จึงออกมารอฟังข่าวอยู่ด้านนอก
“เชื่อมั่นว่าทีมนักดำน้ำจะนำเด็กๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัย เด็กทุกคนเป็นนักกีฬามีร่างกายแข็งแรงและมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทุกคนจะออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยส่วนตัวรู้สึกผูกพันกับเด็กกลุ่มนี้มากเหมือนเป็นลูกหลาน ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รักเด็กกลุ่มนี้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เตรียมพร้อมปลอบขวัญและให้กำลังใจ” นายกมลกล่าว
ด้านนายนพรัตน์ กันทะวงค์ โค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนจะออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย รู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่จะนำเด็กออกมาวันนี้
ทดสอบท่อเป่าลมลอยน้ำ
ที่บริเวณลำน้ำจ้อง หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่บริษัทเอกชนและเจ้าหน้าที่ปภ. ทดสอบท่อลมลอยน้ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งแผนการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง
นายไพโรจน์ ทุ่งทอง ผู้บริหารสวนลุมไนท์บาซาร์ เจ้าของไอเดีย ท่อลมลอยน้ำ กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าจะต้องมุดผ่านน้ำออกมาซึ่งเส้นทางคดเคี้ยวและยากลำบากแม้แต่นักประดาน้ำที่เชี่ยวชาญหรือหน่วยซีลก็ยังยากที่จะผ่านได้ บางจุดต้องมีการกลั้นหายใจเป็นเวลานานเพราะมีน้ำเต็มถึงเพดาน จึงเสนอวิธีที่จะนำทั้ง 13 คนออกมาด้วยการใช้ท่อลมสอดเข้าไป มีลมหล่อเลี้ยง ให้เดินผ่านออกมาได้ ท่อนี้สามารถต่อเป็นระยะทางเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งขณะนี้เตรียมไว้ที่ระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งการทดสอบในวันนี้ได้ผลเป็นที่พอใจ ซึ่งหวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำเด็กๆ ออกมาจากถ้ำ
“อีลอน มัสก์” อวยพรขอให้โชคดี
วันเดียวกันเว็บไซต์ Rt สื่อในรัสเซีย ทวิตข้อความทางทวิตเตอร์ ทางการไทย ไม่รอ อีลอน มัสก์ พร้อมรายงานเริ่มต้นภารกิจพา 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อเวลา 10.00 น. เช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่รออุปกรณ์ในการพาเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ โดยไม่ต้องดำน้ำ ของอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทสเปซเอ็กซ์ ซึ่งส่งทีมวิศวกรเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจพา 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง
ต่อมา อีลอน มัสก์ ได้ทวิตข้อความทางทวิตเตอร์หลังทางการไทยเริ่มภารกิจส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการประดาน้ำจากต่างชาติ 13 คน และทหารซีล 5 นาย พาเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงแล้วว่า ‘ทีมนักประดาน้ำที่เก่งกาจสุดๆ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลว่ามรสุมมา ขอให้โชคดี’
ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ ได้ทวิตข้อความว่า “ได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นจากประเทศไทย เรือดำน้ำไซส์เด็ก ซึ่งใช้ออกเซินเจนเหลวเป็นเชื้อเพลิง ทำให้จรวดฟัลคอนเหมือนกับเป็นเรือ เบาพอที่จะบรรทุกนักดำน้ำ 2 คน เล็กพอที่จะผ่านช่องแคบๆ ในถ้ำ ทนทานอย่างยิ่ง”



