
เรื่องน่าเบื่อ...ซ้ำซากในโลกอาชญากรรม
อุ้มลูกวิ่ง ตกลงไปในร่องน้ำคำ ชายหนุ่มเล่าสอดคล้องกับคำบอกเล่าของตำรวจ ยายแก่ แก่มากๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้ ทำไม่รู้ไม่ชี้บอกว่าไม่มีใครมา เลยบอกยายไปว่า รอยเท้ามันเปื้อนโคลนเต็มบ้านยายเลย ราวห้าทุ่ม กลุ่มตำรวจปราบปรามยาเสพติดบุกเข้าจับกุมตัวเขากับพวก
ในวันนั้นมีข่าวแจ้งให้พวกเขารีบออกจากบ้าน ตำรวจจะลง แต่ด้วยความชะล่าใจพวกเขากลับพากันตั้งวงกินข้าว เขาเล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า “กองทัพเดินด้วยท้อง กินไปได้คำเดียว มันเข้ามารวบถึงตัวเลย"
“สงสารมัน ถูกจับไปแล้ว ลูกจะอยู่อย่างไง” ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพูดขึ้นในขณะยืนมุงดูการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ไม่นานนักชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ภรรยาของเขา เพื่อนชาย และเด็กวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในละแวกบ้านในชุมชนถูกทยอยพาตัวออกมา ตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับส่งเด็กน้อยอายุ 1 เดือนให้ชาวบ้านที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้น “ฝากเลี้ยงด้วยครับ”
นับจากคืนนั้น ชุมชนแห่งนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ภาพการขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกันอย่างขวักไขว่ การจับกลุ่มรวมตัวกันของเด็กวัยรุ่นและกลุ่มชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ทำกิจกรรมต่างๆ ยามค่ำคืนหายไป แปรเปลี่ยนเป็นภาพชุมชนน่าอยู่ที่มีความสงบเงียบในยามค่ำคืน เข้ามาแทนที่ซึ่งหาบรรยากาศเช่นนี้ได้น้อยมากในชุมชนแห่งนี้
เหล่าบรรดาตำรวจ กลุ่มชาวบ้านในชุมชนรวมทั้งดิฉันมีความรู้สึกสงสารเด็กน้อยผู้เป็นลูกไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อทบทวนไตร่ตรอง หากในวันนี้พ่อและแม่ของเด็กน้อยไม่ถูกจับกุม วันข้างหน้าเด็กน้อยอาจจะมีสภาพที่น่าสงสารยิ่งกว่า... “อาจารย์เปลี่ยนไปนะ” นายตำรวจพูดเย้าแหย่เมื่อดิฉันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำผิดดังกล่าว ความคิดเห็นที่คำนึงถึงประโยชน์และความผาสุกของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ที่จะตกเพียงครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่ ได้โอกาสซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่เลือกวิถีทางที่จะกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกแลกกับการใช้ชีวิตที่สุขสบาย แต่เลื่อนลอยไร้ราก
หญิงสาวมีลูกน้อย 3 คน แต่ละคนอายุห่างกัน 1 ปี ลูกสาวคนโตถูกเลี้ยงอย่างปล่อยปละละเลยมิใช่เพราะพ่อแม่ทำงานหาเลี้ยงชีพแต่เนื่องมาจากการที่พ่อแม่ใช้ชีวิตอยู่กับการเสพ การจำหน่ายยาเสพติดและการเล่นการพนัน ลูกคนที่สองถูกยกให้เป็นลูกบุญธรรมของญาติ และคนสุดท้องกำลังอยู่ในชะตากรรมว่าใครจะเป็นผู้เลี้ยงดูเมื่อพ่อและแม่ของเด็กน้อยต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ช่วงที่เธอท้องแก่ สามีของเธอโดนตำรวจจับกุม ชาวบ้านเตือนให้เธอหยุดและบอกว่า “ตำรวจเขาไม่จับเพราะสงสารเห็นว่าท้องแก่”
เหตุผลที่เธอบอกแก่คนใกล้ชิดคือทำเพื่อหาเงินไว้สู้คดี เมื่อสามีได้ประกันตัวออกมา การกระทำผิดซ้ำเพิ่มระดับความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น แต่ในครั้งนี้สามีคือผู้ตาม หญิงสาวครรภ์แก่ใกล้คลอดกลับกลายเลื่อนฐานะเป็นกลไกสำคัญ เครือข่ายของคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำผิดเพิ่มมากขึ้น และการนำเครือข่ายเข้าไปสวามิภักดิ์ผู้มีอำนาจเพื่อขอความคุ้มครองกลายเป็นวิถีทางหนึ่งเพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจ ลดความเสี่ยง เพิ่มความกล้าในการกระทำผิดมากขึ้นปรากฏการณ์ซ้ำซาก ถูกจับ ประกันตัว ทำผิดซ้ำ ถูกจับ ประกันตัว ทำผิดซ้ำ ข้อมูลจากภาคสนาม ชวนท้าทายกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบว่าจะปล่อยให้แมว (ตำรวจ) ไล่ตามจับหนู (ผู้กระทำผิด) ซ้ำซากอยู่อย่างนี้หรือ? ถึงเวลาหรือยังที่จะทบทวนตรวจสอบประสิทธิภาพและศักยภาพของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบในการป้องกันและแก้ไขการกระทำผิดอย่างเปิดใจและจริงใจ
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



