ข่าว

เรียนรู้เรื่องรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของโอบามา

เรียนรู้เรื่องรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของโอบามา

20 ต.ค. 2552

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวใหญ่ที่ไม่ค่อยมีความสนใจในเชิงลึกมากมายนัก นั่นก็คือ การได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ของประธานาธิบดีโอบามา

 เหตุผลที่โอบามาได้รับนั้น จากเว็บไซต์ของรางวัลโนเบลเองก็คือ "for his extraordinary efforts to strengthen international diplomacy and cooperation between peoples" ซึ่งแปลง่ายๆ ว่า จากความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเสริมสร้างการทูตในระดับนานาชาติ และความร่วมมือระหว่างผู้คน

 แม้ว่าถ้อยแถลงของโอบามาจะค่อนข้างถ่อมตัวในทำนองของการมองว่า การได้รับรางวัลนี้ไม่ใช่ความสำเร็จ แต่เป็นการส่งสัญญาณให้เกิดการกระทำตามที่เขาสัญญาเอาไว้ และสิ่งนี้คือการยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงในความเป็นผู้นำของอเมริกาไปในทางที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น

 ผมเองก็คือว่า การให้รางวัลปีนี้คงไม่ได้ให้เพียงเพราะว่าโอบามานั้นเป็นประธานาธิบดีของอเมริกาเท่านั้น

 แต่หมายถึงช่วงเวลาก่อนที่โอบามาจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีด้วย เพราะการต่อสู้ของโอบามาในการก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ทำให้สังคมอเมริกาเปลี่ยนแปลงไปขนาดใหญ่

 สำหรับผมเองในฐานะที่มีโอกาสได้อยู่ในสังคมอเมริกาในช่วงของการเปลี่ยนแปลงนั้น สิ่งที่สำคัญที่เป็นบทเรียนก็คือ แม้ว่าโอบามาจะเป็นคนที่พูดถึง "ความเปลี่ยนแปลง" ในฐานะหลักใหญ่ใจความของการหาเสียงและนโยบาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลง (ซึ่งยังไม่ถึง และแม้ว่าบางคนบอกว่าถึงแล้ว แต่ก็อาจจะมีข้อถกเถียงว่าถึงจริงหรือเปล่า)

 ก็คือเรื่องของความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวของโอบามา และความเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นได้

 คิดถึงการอยู่ภายใต้บุชแล้ว คนในสังคมอเมริกา โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในช่วงแปดปีนั้น เขามีความรู้สึกว่าเขาต้องอยู่กับความหวาดกลัวในการเป็นผู้มีอำนาจของตัวเองในเวทีโลก และเขาไม่เชื่อว่าตัวเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในโครงสร้างและความสัมพันธ์ทางอำนาจของประเทศของเขาเอง

 เขาเชื่อว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของนักการเมืองที่มีฐานสนับสนุนจากธุรกิจรายใหญ่ที่นำพาประเทศไปในทิศทางที่เขามีส่วนร่วมได้น้อยมาก

 โดยตัวรากฐานของรางวัลโนเบลนั้น เกิดขึ้นจากเจตจำนงของมหาเศรษฐีชาวสวีเดน ที่รู้สึกว่าสุดท้ายความมั่งคั่งของเขานั้นส่วนหนึ่งก็เกิดจากการทำลายล้าง และเขาต้องการมอบสิ่งดีๆ ให้แก่มนุษยชาติ

 ถ้าในแง่นี้เราก็อาจจะเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างในเรื่องราวของโอบามากับรางวัลโนเบล อาทิ การถามคำถามใหม่ว่า แทนที่จะคอยเห่อตามข่าวในโลกว่า ในโลกมีเศรษฐีแค่ไหน มีของไทยติดอันดับแค่ไหน มาสู่การพูดถึงว่าเศรษฐีโลก หรือเศรษฐีไทย เขาได้ทำบุญหรือส่งเสริมสันติภาพและความรู้อะไรในโลกบ้าง หรือที่เขาทำนั้นเป็นเพียงแค่การเอาหน้าเพื่อลดภาษี
 หรือส่งเสริมการตลาด

 หรือดูว่าผู้นำของประเทศของเรานั้นส่งเสริมสันติภาพในประเทศและส่งเสริมสันติภาพภูมิภาคอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการกล่าวกระทบท่านนายกรัฐมนตรีใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการจะมองว่า คำว่าสันติภาพนั้นมันเป็นคำที่ใหญ่มาก และเราไม่ค่อยได้สนใจที่จะค้นคว้าถกเถียงในเรื่องนี้

 แต่ดันไปสนใจสร้างคำใหม่เอาไว้สร้างความเงียบให้แก่คนที่ไม่มีอำนาจในนามของคำว่า ความสามัคคี หรือ สมานฉันท์

 นอกจากนั้นแล้ว บ้านเมืองเราเองอาจจะต้องสร้างรางวัลอะไรทำนองนี้ขึ้นมาบ้าง เพื่อให้มีความเข้าใจว่า คำว่าสันติภาพนั้นจะได้มาได้อย่างไร ผ่านการประกาศรางวัล การยินดีและถกเถียงกันต่อไปว่าอะไรคือคุณสมบัติที่จะได้รางวัลนี้

 และที่สำคัญ เราจะพบว่าการได้รางวัลสันติภาพนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดจากการเผชิญหน้ากับความโหดร้ายในโลกที่แฝงตัวอยู่ในหลายรูปแบบ รวมทั้งในจิตใจของเราเองด้วย

 โดยเฉพาะในสังคมที่เต็มไปด้วยความสามานย์ของการอ้างสันติวิธีเพื่อจัดการศัตรูของเรา