
รู้แล้วจะทำอย่างไร
แผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์ มีช่องทางทำมาหากินสารพัด คนทุกระดับมีโอกาสต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่องทาง จังหวะ เครือข่าย และกำลังเงิน
สัปดาห์ที่ผ่านมามีฝรั่งหัวแดงเทขายหุ้น หลังจากพวกนักวิเคราะห์สิงคโปร์ปั่นข่าวลือ ทำให้ฝรั่งหัวดำ ตาตี่ตาหยี หน้าซีด ใช้วิกฤติบ้านเมืองเป็นโอกาส ระดมเครือข่ายนักปั่นหุ้นจัดการทุบหุ้นจนตัวเลขแดงทั้งกระดาน
พวกแมลงเม่าขวัญอ่อนต่างตามแห่เทขายกลัวจะขาดทุน ทั้งๆ ที่รู้ว่าขณะที่มีนักลงทุนเทขาย ก็มีคนซื้อต่อเนื่อง เป็นการทุบเพื่อช้อน ทำกำไรหลายรอบ
ถ้าหุ้นไม่ดีจริง เมื่อเทขาย ทำไมยังมีคนซื้อ?
วันรุ่งขึ้น พวกนักช้อนได้กำไรกันอื้อซ่า รวมทั้งกลุ่มนักปั่นหุ้นทางการเมือง คนวงใน และโบรคเกอร์รู้ดีทั้งตลาดว่าต้นตอข่าวลือมาจากนักปั่นหุ้นขาใหญ่ หน้าขาว ตาหยี ก่อนหน้านั้นเคยลำบากเฉียดล้มละลาย แต่ได้จังหวะชีวิตใหม่
มายุคนี้จึงสะสมความร่ำรวยหลังจากเครือข่ายญาติมิตรกุมอำนาจการเมือง สร้างตำนาน “โกงทั้งโคตร” ให้คนรุ่นลูกหลานรับรู้ถึงความอุบาทว์
ตลาดหุ้นไทยจึงเป็นเหมือนขุมทรัพย์ให้นักเก็งกำไร และนักปั่นหุ้นสร้างความมั่งคั่งจากเงินทุนสำหรับปั่นจำนวนมหาศาล เป็นเพราะผู้ควบคุมกฎระเบียบการซื้อขายไม่เอาไหน พวกตัวใหญ่รู้เห็นเป็นใจกับพวกอาชญากรคอปกขาว
สภาพการทุบหุ้นวันนั้น ถ้าเสนาบดีคลังเพียงแต่คุยกับโบรคเกอร์ไม่กี่รายในวงการเดียวกัน ก็รู้ว่าใครปั่นข่าวลือ และใครซื้อขายเป็นขบวนการทำลายตลาด
เสนาบดีคลังทำอะไรไม่ได้ เว้นแต่จะจัดการผู้ควบคุมดูแลกฎระเบียบตลาด ซึ่งพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ แต่อยู่ในตำแหน่งมาหลายปีเต็มทนแล้ว กลายเป็นมือตีนของพวกนักปั่นหุ้นรายใหญ่ และขบวนการเมืองจ้องล้มรัฐบาลอย่างเปิดเผย
ดังนั้นความหวังจะได้ตัวคนทุบและปั่นหุ้นมาลงโทษนั้น เป็นไปได้ยาก ถ้าจับได้ไล่ทัน เท่ากับว่าผู้ควบคุมกฎระเบียบปล่อยปละละเลย หรือไร้ความสามารถ บกพร่องต่อหน้าที่ เปิดช่องให้นักทุบ นักปั่นหุ้นฉกฉวยโอกาสทำเงินตามสบาย
เมื่อเป็นอย่างนี้ยังจะไว้ใจให้หน้าเดิมๆ คุมหน่วยงานสำคัญต่อไปอีกหรือ?
จากนี้ไปรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง เด็ดขาด หลังจากเสียรังวัดหลายเรื่อง ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาผู้นำรัฐบาล จนกองเชียร์แทบถอดใจ โบกมืออำลาแล้ว
ถ้าไม่ทำ เอ้อระเหย หวังจะให้ปัญหาสลายไปด้วยตัวมันเอง มีแต่จะโดนรุกตีกินไปเรื่อยๆ เหมือนดังเช่นเครือข่ายของขบวนการดูไบ ซึ่งกำลังกร้าว ห้าวจัด จ้องล้มรัฐบาลด้วยพฤติกรรมทรยศต่อบ้านเมืองเจาะฐานความมั่นคงเต็มสูบ
เห็นชัดแล้วว่าขบวนการดูไบปากว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน แต่ยังจาบจ้วงล่วงเกินประธานองคมนตรีต่อเนื่อง ด้วยวิธีถ่อยสถุลสุดๆ หนักข้อขึ้นทุกวัน
ทุกวันนี้อยู่ในขั้นถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อชาติ และไม่ปฏิเสธด้วย เพียงแต่รู้สึกเป็นเดือดเป็นแค้น อีกไม่นานคงเหิมเกริมหนักถึงขั้นล้มล้างราชบัลลังก์แน่
ทุกวันนี้มีกลุ่มทรยศต่อสถาบัน ลืมคำสาบานต่อน้ำพิพัฒน์สัตยาแล้ว!



