ข่าว

รวบแก๊งไต้หวันโทรลวงคืนภาษี10รายฟัน2ล้าน

รวบแก๊งไต้หวันโทรลวงคืนภาษี10รายฟัน2ล้าน

02 มี.ค. 2552

กองปราบฯ โชว์ผลงาน รวบหนุ่มเชียงใหม่ ร่วมแก๊งชาวไต้หวัน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โทรแจ้งคืนเงินภาษี พูดโน้มน้าวจนเหยื่อหลงกล กดรับเงินผ่านเอทีเอ็มเป็นภาษาอังกฤษ รู้ตัวอีกทีสูญเงินไปแล้วกว่า 10 ราย มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ตามแกะรอยขณะกดเงินตู้เอทีเอ็มในห้า

 ในที่สุดตำรวจก็สามารถจับกุมแก๊ง 18 มงกุฎ ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โทรแจ้งคืนเงินภาษี โดยทำเป็นขบวนการ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มีนาคม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผู้บังคับการกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายสุรพงศ์ แซ่หู อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ 9 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นายเชน เช็ง ฮวน หรืออาหมิง อายุ 30 ปี นายเช็ง ชี หมิง หรือป้านซ่าย อายุ 22 ปี และนายหวัง ชุน ฉี หรืออ้วน อายุ 18 ปี ทั้งหมดสัญชาติไต้หวัน
 พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 17 ใบ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ 36 เล่ม สำเนาบัตรประชาชนของผู้อื่น 10 ใบ หนังสือเดินทาง 3 เล่ม เงินสด 304,600 บาท ในข้อหาร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกง
 พล.ต.ท.ไถงกล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงให้ผู้เสียหายไปกดเอทีเอ็มเพื่อรับเงินคืนภาษีสรรพากร ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลงเชื่อไปแล้วประมาณ 10 กว่าราย เสียทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงส่งชุดสืบสวนออกหาข่าว พร้อมประสานไปยังธนาคารมาตลอด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งล่าสุดได้ข้อมูลการโอนเงินของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว จึงได้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังตู้เอทีเอ็มเป้าหมาย จนกระทั่งเมื่อเวลา 13.34 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายมากดเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซนเอ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน ชุดปฏิบัติการจึงเข้าจับกุมนายหวัง ชุน ฉี จากนั้นขยายผลนำไปตรวจค้นที่เอราวัณเฮ้าส์ ถนนพระอาทิตย์ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร พบผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว
 "คนร้ายที่ถูกจับกุมได้กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะมีหน้าที่เป็นแค่ม้าใช้ ส่วนขบวนการใหญ่คาดว่าจะอยู่ในต่างประเทศ สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับมาได้ให้การรับสารภาพ คดีนี้ตำรวจอยากฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนทราบว่า กรมสรรพากรไม่มีนโยบายคืนภาษีทางอื่น นอกจากคืนเป็นเช็คเท่านั้น ถ้าผู้ใดได้รับโทรศัพท์แปลกๆ ลวงให้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก็ขอให้นึกไว้ว่าน่าจะเป็นการหลอกลวงไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวง ต้มตุ๋น รายนี้มาดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ท.ไถงกล่าว
 ส่วนวิธีการหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้าบัญชี แก๊งดังกล่าวจะตรวจสอบข้อมูลของเหยื่อแต่ละครั้ง จนกระทั่งทราบว่าเหยื่อรายนี้มีเงินสดอยู่ในบัญชี จากนั้นจะมีการลวงให้เหยื่อเปลี่ยนวงเงินเบิกเงินจากบัตรเอทีเอ็มให้สูงขึ้นเป็น 2 แสนบาทต่อวัน โดยหน้าที่การตรวจสอบข้อมูลจะเป็นของนายสุรพงศ์ จากนั้นจะส่งข้อมูลต่อให้นายเชน เช็ง เพื่อร่วมกันกับพวกอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหาย หลอกลวงว่าได้รับเงินภาษีคืนโดยผ่านการออนไลน์ ถ้าหากผู้เสียหายแสดงอาการไม่สนใจ ผู้ต้องหาจะพยายามโน้มน้าวจนในที่สุดผู้เสียหายหลงเชื่อ มีการโทรศัพท์กลับไปยังเบอร์ที่ปรากฏ
 ส่วนใหญ่จะเป็นเลขหลายๆ ตัว มีโทรศัพท์หมายเลข 0 จำนวน 6 ตัว ซึ่งเป็นเบอร์ที่ผู้ต้องหาเปิดที่ประเทศไต้หวัน ทำเป็นคอลเซ็นเตอร์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโทรกลับมา จะมีเสียงตอบรับอ้างว่า "ที่นี่สรรพากร ท่านมีสิทธิ์ได้รับคืนเงินภาษี" ทำทุกอย่างเหมือนจริงทุกขั้นตอน และจะให้ผู้เสียหายกดหมายเลขต่างๆ เพื่อติดต่อแผนกของกรมสรรพากร มีการขอเลขบัตรประจำตัวประชาชน ตรวจสอบชื่อ นามสกุล จากนั้นให้เหยื่อติดต่อไปที่แผนกบัญชี และโอนสายให้ จะมีเสียงตอบรับเพื่อตรวจสอบรายละเอียด จากนั้นจะระบุว่าไม่สามารถติดต่อขอคืนเงินภาษีให้ได้ เพราะเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะสอบถามบ้านเลขที่และเลขที่บัญชีธนาคาร พร้อมกันนี้จะชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารที่ใกล้ที่สุด เพื่อที่จะรับเงินได้ทันที
 "เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ผู้ต้องหาจะให้กดตามคำสั่ง โดยให้ผู้เสียหายกดเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อทำให้ผู้เสียหายไม่เข้าใจ โดยในการสั่งให้ผู้เสียหายกดตามคำสั่งนั้น ผู้ต้องหาจะพูดจี้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ผู้เสียหายกดตามหมายเลขต่างๆ โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัวว่ารายการที่กดไปนั้นเป็นการกดจำนวนเงินและโอนเงินจากในบัญชีของผู้เสียหายออกไปสู่เลขบัญชีที่ผู้ต้องหาเปิดบัญชีไว้รองรับแล้วโดยจะมีจำนวนหลายบัญชีด้วยกัน จากนั้นผู้ต้องหาก็จะใช้บัตรเอทีเอ็มที่เปิดไว้ไปถอนเงินสดตามตู้เอทีเอ็มธนาคารพาณิชย์ต่างๆ หรือตามสาขาต่างๆ ก่อนที่จะโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงแต่ละครั้งส่งออกไปยังต่างประเทศ" พล.ต.ท.ไถงกล่าว