ข่าว

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

07 ก.ค. 2561

สลด"จ่าอดีตซีล"พลีชีพในถ้ำหลวง หมดสติดำน้ำปฏิบัติภารกิจ ในหลวงทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์ รับสั่งดูแลครอบครัว ปูพรมปล่อง-เจาะโพรงเชื่อมเนินนมสาว

     ความคืบหน้าการกู้ภัยนำทีมหมูป่า อะคาเดมี่ี 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังคงเดินหน้ามากว่า 10 วันแล้ว โดยเร่งพร่องน้ำออกจากถ้ำและนำสเบียงอาหารตลอดจนยารักษาไปให้เด็กๆ ที่จุดเนินนมสาวห่างจากพัทยาบีชประมาณ 400 เมตร ขณะเดียวกันส่งทีมสำรวจโพรงหรือปล่องที่สามารถเจาะเชื่อมถึงพัทยาบีชได้เพื่อนำตัวทีมหมูป่าออกจากถ้ำอีกทางหนึ่ง แต่ล่าสุดได้เกิดเหตุเศร้าสลดใจขึ้นจากการสูญเสียทีมกู้ภัยในครั้งนี้

     เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ร่วมกันแถลงข่าวเหตุการณ์ความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือนักเตะทีมหมูป่าและโค้ชทั้ง 13 คน

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง      

     นายภาสกร กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 01.00 น. ได้มีเหตุการณ์ จ.อ.สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ทีมกู้ภัยที่เคยเป็นหน่วยซีล และได้ลาออกไป แต่ได้สมัครใจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำหลวง โดยรับภารกิจในการติดตั้งขวดออกซิเจนภายในถ้ำแต่ขณะปฏิบัติหน้าที่ติดตั้งขวดอากาศแล้วเสร็จกำลังจะออกมาจากจุดที่เลยโถง 3 ไป บริเวณสามแยก ได้เกิดอาการหมดสติ แล้วคู่บัดดี้ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแต่ก็ไม่พื้น จึงได้นำตัวออกมายังโถง 3 เพื่อปฐมพยาบาลต่อแต่ก็ไม่สำเร็จจึงได้นำตัวออกมาเป็นการเร่งด่วนแต่ก็เสียชีวิตในที่สุดจึงได้นำร่างส่งต่อไปยังโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช

     “ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระราชานุเคราะห์ และรับสั่งให้จัดงานอย่างสมเกียรติ โดยจะมีพิธีส่งศพเย็นนี้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง มี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี มีทหารกองเกียรติยศส่งศพอย่างสมเกียรติ ส่งศพโดยเครื่องบินทหารถึงฐานทัพเรือสัตหีบ โดยพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงให้ดูแลครอบครัว ซึ่งญาติจะรับศพไปประกอบพิธีที่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด ต่อไป” นายภาสกรกล่าว

     ด้าน พล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสีย อย่างไรก็ตาม หน่วยซีลทุกคนถูกฝึกให้ทำงานในสถานการณ์ที่ยาก การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจแก่วงศ์ตระกูล ยืนยันว่าหน่วยซีลทุกคนมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

เติมอากาศจากภายนอกให้หมูป่า

     “ขณะนี้มีช่องทางเดียวที่จะถึงตัวเด็กคือทางน้ำ โดยตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 จากโถง 3 ไปถึงเนินนมสาว ระยะทาง 1,700 เมตร เป็นน้ำและมืด มีซอกมากมาย ยากลำบากต่อการเดินทาง ต้องดำน้ำเข้าไปใช้เวลาไปกลับ 12 ชั่วโมง การปฏิบัติงานล่าสุดได้วางแผนนำอากาศออกซิเจนเข้าไปทางท่อพร้อมสายโทรศัพท์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ขณะนี้มีอดีตซีลเป็นอาสาสมัครช่วยงานอีกหลายคน ซึ่งซีลมีหน้าที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในเหตุการณ์นี้ ถูกฝึกมาให้ทำงานในภาวะความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้น ความเจ็บป่วยและเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ ส่วนเด็กที่อยู่ด้านใน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำอยู่กับเด็กๆ ไม่ต้องกังวล หากท่ออากาศถึงเด็กๆ ก็จะสามารถเติมอากาศจากด้านนอกได้ตลอด ส่วนปฏิบัติการสื่อสาร ล่าสุดได้ติดตั้งสัญญาณไวไฟที่บริเวณโถง 3 แล้ว” พล.ร.ต.อาภากร กล่าว

     ขณะที่ พล.ต.ฉลองชัย กล่าวถึงการปฏิบัติงานช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี่ ว่า สถานการณ์ปัจจัยแผนการปฏิบัติงานจะต้องมีการปรับแผนอยู่ตลอดทุกวันก็มีปัญหาให้ต้องแก้ไขอยู่เสมอและจะเห็นได้ว่าจะมีอากาศยานขึ้นบินสำรวจรอบบริเวณภูเขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาช่องปล่องโพรงหรือสัญญาณต่างๆ รวมทั้งมีชุดลาดตระเวนสำรวจนับไม่ถ้วน เพื่อหาช่องทางอื่นที่จะเข้าไปได้หลังจากช่องทางหลักสูญเสียเจ้าหน้าที่ไป 1 นาย ยิ่งเน้นย้ำช่องทางอื่นที่เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

     ส่วนการป้องกันการเพิ่มปริมาณของน้ำในถ้ำจากที่มีการเบี่ยงทางน้ำธรรมชาติไปแล้วหนึ่งเส้นทาง ล่าสุดยังต้องเร่งสำรวจหาหลุม รู โพรง ต่างๆ ที่น้ำจะไหลลงสู่ถ้ำเพื่ออุดรูน้ำต่างๆ ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะมีพายุฝนเข้ามาเสริมในพื้นที่จึงต้องเร่งปิดกั้นทุกเส้นทางเพื่อรักษาระดับน้ำในถ้ำเอาไว้ ขณะเดียวกันเรื่องของการสูบน้ำออกจากถ้ำขณะนี้น้ำเริ่มออกน้อยลงแล้วเป็นสัญญาณว่าน้ำในถ้ำก็มีปริมาณที่น้อยลง รวมทั้งจะหาตาน้ำเพิ่มบริเวณสันเขาเพื่อให้น้ำลงสู่บาดาลเร็วขึ้น ทั้งนี้การดูดน้ำจากถ้ำยังคงเป็นไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ ถึงอย่างนั้นในบริเวณสามแยกไปจนถึงพื้นที่ที่เด็กอยู่ก็ยังคงมีมวลน้ำปริมาณมหาศาลเส้นทางมีความอันตรายมากทรหดเกินกว่าที่คนปกติจะเข้าออกได้ ถึงแม้มีความสูญเสียเกิดขึ้นแต่หน่วยซีลเองก็ยังคงไม่เสียกำลังใจยังเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงไม่สำเร็จไม่เลิกล้ม ถือว่าเรื่องอันตรายจนถึงแก่ชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกภารกิจถึงแม้จะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

     ขณะนี้สิ่งสำคัญอีกเรื่องคืออากาศหายใจในถ้ำที่เริ่มลดน้อยลงจึงต้องเร่งขนส่งจ่ายลำเลียงเชื่อมต่อไปให้ถึงตัวเด็ก ซึ่งท่ออากาศนั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3/8 นิ้ว มีความยาว 4 กิโลเมตร และมีสายโทรศัพท์สนามผูกติดไปด้วย และจะลำเลียงไปให้ถึงโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีอากาศสำรองหายใจและสามารถติดต่อสื่อสารกับภายนอกได้โดยเฉพาะครอบครัวที่รออยู่ โดยขณะนี้อากาศและสายโทรศัพท์อยู่ลำเลียงถึงที่บริเวณโถงที่ 3 แล้วและจะเชื่อมต่อกับถังอากาศที่โถง 3 โดยตรง

เผยประวัติ-คลิปสุดท้าย“จ.อ.”

     มีรายงานว่าสำหรับ จ.อ.สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี ปกติเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ ฝ่ายรปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด โดยมารับภารกิจวันที่ 5 กรกฎาคม ให้ลำเลียงขวดอากาศ จากโถง 3 ไปยังจุดต่างๆ บริเวณสามแยก เริ่มดำน้ำเมื่อเวลา 20.37 น. วันที่ 5 กรกฎาคม เมื่อเสร็จภารกิจ ขณะดำน้ำกลับเกิดหมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล และเสียชีวิตลงในที่สุด

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แชร์คลิป “จ.อ.สมาน กุนัน” ก่อนขึ้นเครื่องมาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า อะคาเดมี่ โดยเป็นการบันทึกคลิปของจ.อ.สมาน ว่า “โหลดของขึ้นเครื่องหมดแล้ว พร้อมที่จะบินไปเชียงรายเล้ว น่าจะถึงประมาณสี่โมงกว่าๆ ถึงสนามบินเชียงราย สนับสนุนทีมมนุษย์กบที่กำลังทำงานอยู่ตอนนี้ ที่ถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ผมได้ทำงานกับทีมงานสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานไทย จำกัด สนับสนุนให้ไปช่วยในครั้งนี้ แล้วก็ทีมแพทย์ ทีมเวชศาสตร์ใต้น้ำของกองทัพเรือ ร่วมเดินทางไปด้วยกันในวันนี้ แล้วก็มีนักดำน้ำจากบริษัทซีเวิลด์ที่ร่วมเดินทางด้วยแล้วก็สนับสนุนอุปกรณ์ชุดใหญ่มาเพื่อเอาไว้ใช้ในการทำงาน”

     “เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันที่ถ้ำหลวงจังหวัดเชียงรายนะครับ ขอให้โชคดีอยู่กับเรา พาน้องๆ กลับบ้าน” จ.อ.สมานกล่าวในคลิปสุดท้ายที่เผยแพร่ในออนไลน์

พระราชทานน้ำหลวง-พวงมาลา

     เวลา 13.45 น. เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพ จ.อ.สมาน ไปที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยมีการประกอบพิธีสดุดีและตั้งขบวนเกียรติยศ โดยมีนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เข้าร่วม พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ทอท.รู้สึกเสียใจและมีความอาลัยอย่างยิ่งต่อการจากไปของ จ.อ.สมาน และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัว ซึ่ง จ.อ.สมานทำงานมากับทอท.จะครบ 12 ปีในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ถือเป็นผู้ที่มีจิตใจสูงส่งและเสียสละในการเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วยความเต็มใจและมุ่งมั่นเป็นที่ภาคภูมิใจของประเทศชาติ ทั้งนี้กรณีเสียชีวิตถือว่าเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะได้รับการตอบแทนสูงสุด โดย ทอท.จะมอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวจำนวน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการทอท.จะมีการหารือเพื่อเยียวยาเพิ่มเติมให้แก่ญาติๆ ของ จ.อ.สมานต่อไปอีกด้วย

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

     ต่อมาเวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และวางพวงมาลาหลวงที่หน้าหีบศพ จ.อ.สมาน กุนัน ที่วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมและโปรดให้ พล.อ.ท.ภักดี เชิญพวงมาลาพระราชทานและพวงมาลาประทานวางที่หน้าหีบศพด้วย

พ่อแม่-ญาติช็อกเพิ่งคุยโทรศัพท์

     ขณะที่หน่วยงานราชการใน จ.ร้อยเอ็ด นำโดย นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน ได้ไปที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 บ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้กำลังใจ นายวิชัย กุนัน อายุ 62 ปี และนางสำราญ กุนัน อายุ 63 ปี พ่อแม่ของ จ.อ.สมาน ที่กำลังเตรียมสถานที่รอรับศพโดยจะจัดพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านหนองคู โดยจะเคลื่อนศพมาถึงในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

     นางสำราญ แม่ของ จ.อ.สมาน กล่าวว่า ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดว่าจะสูญเสียบุตรชาย ซึ่งตามปกติจะกลับมาบ้านทุกเดือน เพื่อมาดูแลกิจการ ฟาร์มไก่งวง และก่อนบุตรชายเสียชีวิต เมื่อวานนี้ (5 ก.ค.) เวลา 07.00 น.ได้โทรศัพท์มาหาตนบอกว่า กำลังทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็ก 13 คนที่ติดถ้ำ โดยบอกว่า จะกลับมาบ้านตามปกติภายในวันที่ 15 กรกฎาคม เพื่อกลับมาขายไก่งวงที่ครบกำหนดขาย แล้วจะกลับมาจัดเลี้ยงกินข้าวร่วมกันกับทุกคน ก่อนจะเดินทางกลับไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกับภรรยาเหมือนเดิม และยังบอกว่าได้โอนเงินมาให้แม่ 9,000 บาทเพื่อซื้ออาหารไก่ก่อน หลังเสร็จภารกิจแล้วจะรีบกลับมา

    ด้านน้าสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกเสียใจแต่ก็ภาคภูมิใจในความเสียสละของหลานชาย ที่ชอบช่วยคนและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่นมาโดยตลอด

“บิ๊กตู่-ประวิตร”เสียใจกับครอบครัว

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ เมื่อถามว่าจะเปลี่ยนวิธีจากการดำน้ำมาเป็นการลงทางปล่องหรือโพรงแทนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กำลังดูอยู่ ซึ่งเขากำลังหาปล่อง ทุกอย่างเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการตามขั้นตอน เขาก็กำลังดูอยู่ว่าจะนำทั้ง 13 คนออกทางปล่องหรือไม่ หรือจะออกทางน้ำ

     ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. รับทราบแล้วและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของ จ.อ.สมาน และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดูแลตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้นายกฯ ก็ย้ำเสมอว่าเราต้องเน้นถึงความปลอดภัยทั้งของเยาวชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เพราะไม่อยากเกิดการสูญเสียใดๆ เกิดขึ้น

     ขณะเดียวกันบรรดานักการเมืองได้ร่วมโพสต์ไว้อาลัย จ.อ.สมาน เป็นจำนวนมาก อาทิ นายสมชาย แสวงการ สนช. นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น รวมทั้งเพื่อนร่วมงานของ จ.อ.สมาน ได้แสดงความอาลัยจำนวนมาก

พระองค์เจ้าทีปังกรฯประทานการ์ด

     วันเดียวกัน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงติดตามข่าวด้วยความห่วงใยนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ในการนี้ได้ประทานโปสการ์ดเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่ขณะนี้ได้พบแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือนำทุกคนให้กลับมาหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย

     ภาพโปสการ์ดเป็นภาพก้อนหินที่มีสีและขนาดแตกต่างกันจัดเรียงซ้อนกัน ในแต่ละก้อนมีข้อความภาษาเยอรมัน ที่สื่อถึงการประทานกำลังใจ ได้แก่ คำว่า Mut (มุท) มีความหมายว่า “กล้าหาญ” Glück (กลึค) มีความหมายว่า “มีโชคดี” Gelassenheit (เกลาสเซนไฮท์) มีความหมายว่า “มีความสุข” Erfolg (แอร์โฟล์ก) มีความหมายว่า “ประสบความสำเร็จ” Freude (ฟรอยด์) มีความหมายว่า “มีความยินดี” Gesundheit (เกซุนด์ไฮท์) มีความหมายว่า “ให้มีสุขภาพดี”

     ด้านในภาพโปสการ์ด มีลายพระหัตถ์ ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ที่ทรงแสดงถึงความห่วงใยต่อนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนเป็นภาษาเยอรมัน โดยมีข้อความที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “เด็กๆ ที่รัก พวกเธอคงกลัวกันมากอย่างแน่นอน แต่ฉันก็นึกถึงพวกเธออยู่เสมอ ฉันมีความยินดีมากที่ทุกคนปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง ฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนในการช่วยเหลือในครั้งนี้และขอให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี"

ผบ.ตร.สั่งทีมหาปล่องเข้าถึงเด็ก

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

     ด้านการสำรวจโพรง-ปล่องเพื่อเจาะเป็นอีกทางเลือกในการนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำนั้น มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร. ดำเนินการหาปล่องถ้ำที่จะลงไปภายในถ้ำโดยด่วน โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบกับกองพลทหารราบที่ 7 และขุดโพรงที่อยู่ใกล้กับเนินนมสาว โดยนำกำลังจากตำรวจ ตชด. ตำรวจพลร่ม กองบินตำรวจ มูลนิธิร่วมกตัญญู ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตชด. ทำการสำรวจปล่องเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 เมตร ลึกประมาณ 65 เมตร เพื่อหาช่องทางเชื่อมภายในถ้ำ ด้วยการใช้เชือกโรยตัวลงไปสำรวจด้านล่าง โดยดำเนินการเจาะโพรงดังกล่าวตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ระหว่างรออุปกรณ์ชิ้นสำคัญบางส่วนที่มีความปลอดภัยสูงในการโรยตัวลงไปในถ้ำซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถทำการได้เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่อำนวย ถ้าอากาศโปร่งกำลังพลทั้งหมดประมาณ 50 ชีวิตจะสามารถปฏิบัติการได้ทันที ซึ่ง ผบ.ตร.สั่งการว่าถ้าไม่มีอุปสรรคใดๆ ให้นำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำให้หมดโดยเร็วที่สุด

     ส่วนนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า วันนี้จะใช้วิธีโบราณในการค้นหาพิกัดปลายถ้ำโดยการคำนวณจากแผนที่และใช้เข็มทิศจับ ถ้าได้พิกัดที่แน่นอนแล้วจะสามารถบอกได้ว่าโพรงไหนอยู่ใกล้พิกัด เพื่อกำหนดจุดเจาะให้ใกล้กับเด็กมากที่สุด เพราะฉะนั้นอาจจะต้องหาวิธีที่จะส่งสัญญาณออกมาจากด้านใน ซึ่งอาจจะใช้หูฟังของแพทย์ อย่างไรก็ตามในส่วนของปลายถ้ำขณะนี้ไม่มีการเจาะ ซึ่งการทำงานตอนนี้มี 3 อย่างคือ การระบายน้ำ การหาโพรงสกัดหินที่ขวางอยู่ให้เปิดทาง และการเจาะเพื่อเปิดทางเข้าไป แต่หินปูนในถ้ำหลวงเป็นหินที่แตกง่ายต้องระวังโครงสร้างให้มีเสถียรภาพ

ผบ.ทบ.ชี้ออกถ้ำต้องปลอดภัย100%

     ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางการนำเด็กและโค้ช จำนวน 13 คนออกมาจากถ้ำทางน้ำนั้น ต้องมีสิ่งประกอบหลายๆ อย่าง ที่จะทำให้เรามั่นใจ 100% ว่าจะประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย 1.ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ทั้งหน่วยซีล และหน่วยสนับสนุน ยุทโธปกรณ์ คิดว่ามีความพร้อมพอสมควร อาจจะขาดอุปกรณ์พิเศษบางอย่าง แต่คนพร้อมแล้ว 2.ตัวน้องๆ ทั้ง 13 คนจะต้องพิจารณา 3 ส่วนคือ 2.1 ร่างกาย ที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูให้แข็งแรงเหมือนเดิม หรือใกล้เคียงของเดิม ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมงในการเดินทางออกมา 

สดุดีอดีตซีล-พลีชีพถ้ำหลวง

     2.2 ขีดความสามารถทางน้ำ และการใช้เครื่องมือ ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้พอสมความ และ 3.ความพร้อมของจิตใจ เพราะการดำน้ำสภาพจิตใจสำคัญที่สุด ต้องนิ่ง และควบคุมสติได้ โดยเฉพาะการดำน้ำในถ้ำที่มีพื้นที่แคบและมองไม่เห็น ทราบว่าในบางช่วงของการเดินทางทางน้ำน้องๆ ต้องดูแลตัวเองด้วย และ 2.3 สภาวะแวดล้อมแบ่งเป็น 2 ประการ คือปริมาณน้ำ และอากาศ ขณะนี้ทราบว่าหน่วยในพื้นที่พยายามทุกทางเพื่อจะเติมอากาศเข้าไปและลดปริมาณน้ำในถ้ำ

     “เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ จ.อ.สมาน ทุ่มเททั้งชีวิต สำหรับการทำงานครั้งนี้ และเป็นเพียงอดีตข้าราชการที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วย การทำงานในภารกิจซ้ำๆ คนน้อย พื้นที่ห่างไกล เวลาพักผ่อนน้อย และสภาวะภายในถ้ำ ไม่ได้อยู่สบาย หลับนอนไม่สมบูรณ์ อาจจะส่งผลโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว ผมได้ฝากเน้นย้ำไปยังกำลังพล เพียงแต่บางครั้ง ใจอยากจะช่วย และคิดว่าไหว ส่วนความหวังที่จะนำน้องๆ ออกจากถ้ำโดยเร็วที่สุดนั้น เชื่อว่าจะทำได้ ทุกภาคส่วนช่วยเหลือกันเต็มที่ ถือเป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

     ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่ตอบยากว่าควรนำเด็กและโค้ชออกทางน้ำหรือทางโพรงถ้ำ เพราะทั้ง 2 ทางมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเข้าทางโพรงถ้ำ ถ้าเราทำได้เป็นเรื่องที่ดี แต่ดูจากพื้นฐานก็ยากพอสมควรทั้งความลึกและเครื่องมือที่จะต้องทำในเวลาจำกัด ส่วนการออกทางน้ำก็จะมีสิ่งที่ต้องคำนึงมากมาย อย่างไรก็ตามให้หน้างานเป็นผู้ตัดสินใจ

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก