
เรือล่มภูเก็ตดับ 33 เร่งค้นหาสูญหาย 23
โศกนาฎกรรมเรือทัวร์จีนดำน้ำภูเก็ตฝ่าพายุล่ม พบแล้ว 33 ศพ สูญหายอีก 23 ส่งฮ.-นักประดาน้ำ เรือหลวงกู้ภัยค้น สอบเจ้าของ-คนขับ-นายท้าย ชี้ฝ่าฝืนคำเตือนกรมอุตุฯ
ความคืบหน้าจากการเกิดพายุมีคลื่นลมแรงทำให้เรือนักท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตล่มในทะเลอันดามัน จำนวน 2 ลำ คือ เรือฟีนิกซ์ พีซีไดวิ่ง ล่มที่บริเวณหน้าเกาะเฮ และเรือเซเนริต้า ล่มที่บริเวณระหว่างเกาะไม้ท่อน-เกาะเฮ โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 100 ชีวิตประสบภัย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 กรกฎาคม โดยมีหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ระดมกำลังและนำเรือจำนวนมากออกค้นหาช่วยชีวิตตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่สูญหายจากการประสบภัยเรือล่ม โดยช่วงเช้านี้พบผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 11 คน โดยในส่วนนี้สาหัส 2 คน บาดเจ็บ 5 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน และมีผู้สูญหาย จำนวน 56 คน
สำหรับเรือที่ประสบภัย คือ เรือฟีนิกซ์ มีผู้โดยสารรวม 105 คน เป็นนักท่องเที่ยว 93 คน ลูกเรือและไกด์ 12 คน สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ 36 คนและช่วยเหลือลูกเรือได้ 12 คน รวมเป็น 48 คน โดยมีรายงานพบผู้เสียชีวิตสวมเสื้อชูชีพ จำนวน 1 คน พบศพบริเวณเกาะเฮ
ส่วนเรือเซเรเนต้า มีนักท่องเที่ยว 35 คน ลูกเรือ 5 คน ไกด์ 1 คน ช่างภาพ 1 คน รวม 42 คน ที่ประสบเหตุพลัดตกเรือซึ่งขณะเกิดเหตุเรือยังไม่ได้ล่ม แต่มาจมเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. โดยสามารถช่วยเหลือลูกเรือและนักท่องเที่ยวได้ 40 คน ยังสูญหายอีก 2 คน คือ นายอรุณ ฮาซันบิน ช่างเครื่อง และนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 คน คือ นายซัน หัวฟาง อายุ 30 ปี ต่อมาได้ช่วยเหลือทั้งสองคนนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตแล้ว นอกจากนี้ เรือเจ็ตสกีที่มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 คนหายไปนั้น มีเรือประมงช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
ขณะเดียวกัน พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือ ภาคที่ 3 ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหาย พร้อมจัดส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ 4 ขึ้นค้นหาและได้ส่งเรือหลวงหัวหิน เรือ ต.992 ต.232 และเรือหลวงล่องลม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนและเรือประมงประมาณ 10 ลำค้นหาแบบปูพรม นอกจากนี้ได้จัดชุดประดาน้ำจากทัพเรือภาคที่ 3 และมูลนิธิกุศลธรรมและจิตอาสากว่า 33 นาย ร่วมค้นหาผู้สูญหายที่คาดว่าจะติดอยู่ที่ซากเรือฟีนิกซ์จมอยู่ โดยจังหวัดบูรณาการกับทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำและเรือประมง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อค้นหาผู้สูญหาย 56 คนอย่างต่อเนื่อง ส่วนโรงพยาบาลต่างๆ ได้เตรียมพร้อมรองรับผู้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไว้พร้อม
ด้านสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้ออกประกาศ ห้ามเรือที่มีความยาวน้อยกว่า 10 เมตรที่จะเดินทางไปเกาะพีพี เกาะราชา และพื้นที่ทะเลเปิด ออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ยกเว้นเรือที่จะไปอ่าวพังงา เกาะโลน และเกาะบริเวณใกล้เคียงเกาะภูเก็ต ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ประดาน้ำพบศพอื้อติดในเรือจม
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมืองภูเก็ต นายสันติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือ ภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ประชุมติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงบ่ายวันนี้ (6ก.ค.) ได้แถลงผลความคืบหน้าการค้นหาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประสบภัยเรือล่ม
นายนรภัทร กล่าวว่า การกู้ชีพกู้ภัยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและลูกเรือได้จำนวน 49 คน พบศพผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 21 ราย และต้องค้นหาผู้สูญหายอีกจำนวน 35 คน ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยวางเป้าหมายหลักทำการค้นหาในบริเวณซากเรือฟีนิกซ์เป็นจุดสำคัญเพื่อหาผู้โดยสารที่ติดค้างในลำเรือให้ได้มากที่สุดควบคู่กับการลาดตระเวนค้นหาในทะเลในรัศมี 10 กิโลเมตร และจะค้นหาอย่างต่อเนื่องทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก จนกว่าจะพบผู้สูญหายทั้งหมด
ทั้งนี้ ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 2 ลำ รวมทั้งนักท่องเที่ยวเจ็ตสกี รวมทั้งสิ้น 149 คน สามารถช่วยได้แล้วจำนวน 93 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม ณ เวลา 14.30 น. วันนี้ จำนวน 21 คน โดยมีผู้สูญหายที่ต้องเร่งค้นหาอีก 35 คน
พล.ร.ต.เจริญพล กล่าวว่า ชุดประดาน้ำลงตรวจสอบยังพิกัดที่เรือฟีนิกซ์จม และได้เข้าไปตรวจสอบในตัวเรือได้ 1 ห้อง พบผู้สูญหายประมาณ 10 คน แต่ด้วยระดับน้ำที่เรือจมลึกประมาณ 40 เมตร ทำให้การเข้าไปช่วยเหลือได้ลำบาก ซึ่งชุดแรกใช้เวลา 45 นาที และกำลังส่งชุด 2 ลงไปตรวจสอบเพิ่มเติม
นางกนกกิตติกา กฤตวุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ททท.ภูเก็ต ได้รับข้อมูลทั้งหมดจากศูนย์บัญชาการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองเพื่อส่งให้แก่สำนักงานปักกิ่งเพื่อเป็นข้อมูลแก่ญาติหรือเพื่อนฝูงในการติดตามข้อมูลนักท่องเที่ยวที่สูญหาย
ขณะที่ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล เจ้าของเรือฟีนิกซ์ กล่าวว่า บริษัทยินดีที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่ารักษาพยาบาลหรือการชดเชยค่าประกันภัยจากเหตุการณ์บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกันนี้หากญาติของผู้เสียชีวิตมีความประสงค์จะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่
มูลนิธิหาดใหญ่ระดมทีมเข้าช่วย
บ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ ได้ระดมกำลังและจัดเตรียมสัมภาระเข้าสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุเรือล่ม 2 ลำในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมทีมชุดประดาน้ำ รวมทั้งหมด 20 นาย รวมทั้งรถพยาบาล 2 คัน และรถกระบะลำเลียงอีก 3 คัน พร้อมกับอุปกรณ์ และเครื่องมือครบชุด โดยเฉพาะอุปกรณ์ประดาน้ำ ถังออกซิเจน ทุ่นลอย และเชือก โดยไปถึงภูเก็ตช่วงเย็นและเข้าพื้นที่สนับสนุนช่วยเหลือทันทีและจะอยู่จนกว่าภารกิจแล้วเสร็จ
“ศรีวราห์-เฉลิมเกียรติ”ลงสั่งงาน
ส่วนที่ ศปก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.อ.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ และ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผบก.พฐก. พร้อมคณะ ได้ประชุมเพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประสบภัยเรือล่ม โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.สาคร ทองมุนี ผบช.ทท. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้รายงานสรุปสถานการณ์ล่าสุดให้ที่ประชุมรับทราบ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาพนักงานขับเรือในข้อหาขับเรือโดยประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตพร้อมสั่งให้ขยายผลหากพบว่ามีความผิดอื่นก็แจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป พร้อมเร่งพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิต
จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เพื่อประสานความร่วมมือและส่งกำลังตำรวจเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยดังกล่าว และเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล
มีรายงานแจ้งว่า เวลา 18.00 น. การค้นหาพบศพแล้ว จำนวน 33 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ยังค้นหาผู้สูญหายอีก 23 คน ส่วนผู้บาดเจ็บรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 37 คน บางคนแพทย์ให้ออกได้และบางส่วนยังนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”เสียใจสั่งสอบสวน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีอุบัติเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้แสดงความเสียใจแก่นักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต และได้กำชับให้ จ.ภูเก็ต ประสานงานช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งการรักษาพยาบาลผู้ที่บาดเจ็บและการจ่ายเงินประกันชดเชยอย่างเหมาะสม ตลอดจนติดตามค้นหาผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด
“นายกฯ ได้ย้ำเตือนว่าช่วงนี้มีพายุและมีสภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่ภาคใต้และขอให้ผู้ที่เดินทางทางเรือควรมีความระมัดระวัง ต้องมีความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยให้กรมเจ้าท่าและผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลควบคุมการเดินเรือในช่วงนี้ เพราะนายกฯ ไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย อย่าให้เกิดเหตุลักษณะวัวหายแล้วล้อมคอก ทั้งนี้ยังไม่มีการคาดโทษบริษัทที่ให้บริการเรือท่องเที่ยวจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต ขอให้ดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตก่อน”
ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานว่าตอนที่เรือออกไปไม่มีลมแต่เมื่อออกไปแล้วเจอลมกระโชก ทำให้เรือสูญเสียการทรงตัวและล่มไปถึง 3 ลำ ยังไม่พบผู้สูญหายอีกกว่า 50 คนซึ่งคาดว่าจะติดอยู่ภายในเรือ โดยเจ้าหน้าที่กำลังบินหาจุดที่เรือล่มกันอยู่
“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจถือเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ได้สอบถามว่าทำไมเรือถึงออกไป เขาบอกว่าที่ออกไปเพราะเห็นว่าไม่มีลม แต่ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาก็เตือนให้ระวังวันที่ 4-6 กรกฎาคมแล้ว แต่ไม่ฟัง เป็นเพราะคนขับเรือ เจ้าของเรือ ออกไปโดยไม่ฟังคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เจ้าของเรือและคนขับเรือจึงถือว่ามีความผิดต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ไม่ต้องห่วง” รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานกงสุลประเทศต่างๆ ของนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุมีการประสานมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราให้ความร่วมมือเต็มที่อยู่แล้ว ใช้ทั้งเครื่องบินและเรือ โดยเฉพาะเรือใช้เกือบ 10 ลำ ส่วนเครื่องบินก็บินวนอยู่รอบๆจนกระทั่งได้เจอศพหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่าได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเรือที่ประสบเหตุบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบยังตรวจสอบกันอยู่
ตร.ลั่นเอาผิดทุกคนอย่าอ้างสุดวิสัย
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) กล่าวถึงกรณีเหตุเรือล่ม 2 ลำ ที่บริเวณเกาะเฮ และเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต ว่า ได้เรียกเจ้าของเรือทั้ง 2 ลำสอบปากคำและพูดคุยเรื่องการเยียวยา พร้อมทั้งประสานให้ ผกก.สภ.ฉลอง ดำเนินคดีอาญากับคนขับเรือและนายท้ายเรือฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนเรือที่กู้ขึ้นมาก็ยึดเป็นของกลาง
“กรณีนี้ถือว่าคนขับเรือไม่ฟังคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง แต่เรือขนาดกลางก็ควรระมัดระวังด้วย ไม่ควรฝ่าฝืนเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตน เรื่องนี้ต้องดำเนินคดีทุกราย เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้สูญหายจำนวน 54 คน มีเรือติดเกาะ 8 ลำ สามารถขึ้นฝั่งแล้ว 6 ลำ ผู้ประสบเหตุเป็นชาวจีน รัสเซีย ชาวอเมริกัน และชาวไทยบางส่วน”
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคนขับเรือและนายท้ายเรือจะอ้างไม่ได้ว่าอากาศปลอดโปร่งเพราะกรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนแล้ว ไม่ใช่ตามใจนักท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ส่วนตน วันนี้ต้องดำเนินคดีสูงสุดให้เป็นเยี่ยงอย่างให้แก่ผู้ประกอบการทุกราย โดยจะพูดคุยหารือกับอธิบดีกรมเจ้าท่าและกรมการท่องเที่ยวว่าจะมีการพักใช้ใบอนุญาตนำเที่ยวด้วยหรือไม่ เพราะมีผู้เสียชีวิต 1 คนก็มากพอแล้ว จะอ้างเหตุสุดวิสัยคงฟังไม่ขึ้น ยืนยันไม่ได้ซ้ำเติมใคร
ทั้งนี้ จะเดินทางพร้อมตัวแทนจากสถานทูตจีน สถานทูตอเมริกา และสถานทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบเหตุที่ จ.ภูเก็ต ส่วนการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นแพทย์ก็เร่งช่วยเหลือแล้ว พร้อมทั้งได้ส่งล่าม 12 คนประจำอยู่โรงพยาบาลใกล้เคียงที่มีผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติเพื่อช่วยในการแปลภาษา
ฉบับ นสพ.คมชัดลึก



