ข่าว

ถกอาเซียนชื่นมื่นลงนามปฏิญญาเน้นอาหาร-น้ำมัน

ถกอาเซียนชื่นมื่นลงนามปฏิญญาเน้นอาหาร-น้ำมัน

02 มี.ค. 2552

ปิดฉากประชุมสุดยอดอาเซียน ผู้นำ 10 ชาติลงนามปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ขยับเคลื่อนแผนประชาคมอาเซียน 2009-2015 สร้างความมั่นคงทางอาหาร-ปิโตรเลียม-เศรษฐกิจ "มาร์ค" หนุนตั้งกองทุนข้าวฉุกเฉิน ด้านสภาที่ปรึกษาธุรกิจฯ ชงเปิดช่องสินค้าศุลกากรอาเซียน-ช่วยเอสเอ็มอี

 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุม ว่า ช่วงเช้ามีนักเรียนจากโรงเรียนในเขตเทศบาลชะอำ 300 คน ยืนเรียงรายโบกธงชาติของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อต้อนรับขบวนของผู้นำประเทศ จากนั้นผู้นำประเทศสมาชิกได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน
 นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมวันนี้ ผู้นำอาเซียนมีการลงนามปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียนปี 2009-2015 พร้อมกับรับรองเอกสาร 6 ฉบับ คือ แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ 2 ค.ศ.2009-2015 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษในอาเซียน แถลงการณ์ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน และแผนนโยบายบูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน
 นอกจากนี้ผู้นำอาเซียนยังเป็นสักขีพยานในการลงนาม 1 ฉบับ คือ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม ซึ่งมีสาระสำคัญคือ จากเดิมอาเซียนได้ตกลงกันว่า หากปริมาณสำรองพลังงานของประเทศใดพร่องลงไปเกินร้อยละ 20 สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีประเทศใดมีปัญหาทางด้านพลังงานมากถึงร้อยละ 20 การประชุมครั้งนี้ จึงตกลงลดให้เหลือเพียงร้อยละ 10 ก็สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้
ดันประชาคมอาเซียนเป็นรูปธรรม
 ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน ได้แถลงถึงผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ว่า การประชุมครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จ ภายใต้หัวข้อหลัก “กฎบัตรอาเซียนเพื่อประชาชนอาเซียน” ซึ่งที่ประชุมเห็นถึงความสำคัญของการผลักดันให้เกิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2558 รวมทั้งการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยได้ตกลงว่า องค์กรนี้ควรเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ในช่วงปลายปีนี้
 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก ตลอดจนผลกระทบทางลบต่อภูมิภาค ซึ่งที่ประชุมมีความกังวลว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราได้รับการรายงานสรุปเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและการคลังที่ขยายตัว ที่แต่ละรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงนโยบาย เกี่ยวกับมาตรการด้านการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อคงไว้ซึ่งการจ้างงาน และรายได้สำหรับกลุ่มมีรายได้ต่ำและปานกลาง ที่ได้รับผลกระทบ
 "ส่วนวิกฤติเศรษฐกิจที่คนให้ความสนใจมากนั้น มีการพูดถึงความร่วมมือที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม เดินหน้าเรื่องการค้าเสรี ไม่มีการกีดกันทางการค้า" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เพิ่มขนาดกองทุนสำรองอาเซียน
 นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการข้อตกลงของรัฐมนตรีคลังอาเซียน บวก 3 ในการเพิ่มขนาดกองทุนสำรอง พหุภาคี ภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่จาก 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้การจัดตั้งกองทุนมีผลเป็นรูปธรรม และยังได้ตระหนักถึงความร่วมมือในการระดมเงินออมสำหรับการลงทุนในสาขาต่างๆ เพื่อนำมาใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสมาชิก ให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเติบโตได้จากการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย
 ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยังเรียกร้องให้สมาชิกปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพื่อให้ระบบการเงินมีการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจใหม่และประเทศกำลังพัฒนา โดยที่ประชุมให้นำแถลงการณ์ฉบับนี้ เสนอต่อการประชุมผู้นำจี 20 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเดือนเมษายนนี้ โดยมอบให้นายกรัฐมนตรีของไทยและผู้นำอินโดนีเซียเป็นตัวแทนไปชี้แจง เพื่อให้ทราบถึงแผนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อเวทีโลก
 นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า ไทยจะได้รับประโยชน์จากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้เต็มที่ ที่เห็นได้ชัดคือ ด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสการขยายการค้า การลงทุนในอนาคต ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างานและขยายรายได้ ขณะที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภูมิภาคจะสอดคล้องกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นว่า การประชุมครั้งนี้ช่วยเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน ขณะที่ด้านแผนการลดภาษีเห็นว่าภาคเอกชนโดยรวมพอจะมีความเข้าใจบ้างแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะได้รับความสำคัญและมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น คือ ภาคเอกชนกลุ่มเอสเอ็มอี
หนุนตั้งกองทุนข้าวฉุกเฉิน
 นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวโยงกันระหว่างความมั่นคงด้านอาหาร และความมั่นคงด้านพลังงานอย่างรอบด้าน โดยได้ให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารทั้งภาคการผลิต และภาคการจัดจำหน่าย ที่ทำให้มั่นใจว่าทรัพยากรและเทคโนโลยีจะได้รับการจัดสรรอย่างเพียงพอ ในยามวิกฤติ ซึ่งเรายินดีต่อความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่ ในการจัดตั้งกองทุนสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียน บวก 3 เพื่อเป็นกลไกถาวรในภูมิภาค
 นอกจากนี้ยังเน้นความจำเป็นที่จะกระชับความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเน้นย้ำความจำเป็นที่จะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่นๆ ในสัดส่วนที่มากขึ้น
 นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในการนี้ได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนร่วมกันกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณของพลังงานทดแทน ร่วมกับพลังงานรูปแบบอื่นๆ ภายใน 5 ปีข้างหน้า และได้ตกลงที่จะพิจารณาลู่ทางให้ภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางสำหรับการวิจัย และพัฒนาด้านพลังงานทดแทน
จับมือพม่าแก้ปัญหาอพยพ
 ส่วนการหารือถึงประเด็นปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมาจากบังกลาเทศและพม่า และเรียกร้องสถานะผู้ลี้ภัยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหานี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศจุดหมาย เป็นเรื่องสำคัญมาก ขณะเดียวกันปัญหานี้ควรได้รับการแก้ไขในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ และการประชุมบาหลีในระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มอบหมายให้เลขาธิการอาเซียนร่วมมือกับรัฐบาลพม่า เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้ ในมหาสมุทรอินเดีย
 "เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาว่า ต่อไปนี้จะไม่มีการโยนภาระให้ใครอีกแล้ว แต่จะช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ชงจัดช่องสินค้าศุลกากรอาเซียน
 นายอรินทร์ จิรา ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน แถลงข่าวถึงการพบปะหารือระหว่างผู้นำตัวแทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน 30 คน ว่า ได้เสนอแนวคิดให้มีการจัดตั้งช่องสินค้าศุลกากรอาเซียน (Asean Green lane) ให้ท่าอากาศยาน และท่าเรือในประเทศสมาชิกอาเซียนได้สร้างช่องสินค้าอาเซียน โดยไม่ต้องผ่านด่านศุลกากรเสียภาษี รวมทั้งให้มีการจัดตั้งอาเซียน ดีเทล เฟรนด์ แอสโซซิเอท (Asean Detail Friend Associate) เพื่อส่งเสริมสินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนในแบรนด์อาเซียน เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้งส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้มากยิ่งขึ้น โดยการจัดตั้งกองทุนอาเซียน (อาเซียน ฟันด์) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาค ในการกู้เงินมาลงทุนเป็นพยุงเศรษฐกิจระดับกลาง
ย้ำคุยเอฟทีเอกับอียูแบบกลุ่มต่อกลุ่ม
 นางมารี ปันเกสตู รัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซีย กล่าวว่า อาเซียนจะเจรจาเรื่องการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรป (อียู) แบบกลุ่มต่อกลุ่ม และแม้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิที่จะเจรจากับอียูแบบทวิภาคี แต่อียูไม่ควรนำการเจรจานั้นมาอ้างว่าเป็นข้อตกลงกับอาเซียน อย่างไรก็ตาม อาเซียนและอียูเห็นพ้องร่วมกัน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ว่า จะเริ่มการเจรจาเอฟทีเอระดับภูมิภาค แต่ไม่มีความคืบหน้าเท่าใดนัก เนื่องจากติดขัดปัญหาหลายด้าน ทั้งนี้ เอฟทีเออาเซียน-อียู จะครอบคลุมประชากรเกือบ 1,000 ล้านคน เป็นหนึ่งในเอฟทีเอใหญ่ที่สุดในโลก และปัจจุบันอาเซียนได้ลงนามเอฟทีเอกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และคาดว่าจะลงนามข้อตกลงเอฟทีเอกับอินเดียภายในปีนี้
กรีนพีซแต่งลิงล้อผู้นำฯ
 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ผู้นำประเทศอาเซียนจะเดินทางมาถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าโรงแรมมีกลุ่มกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงละครล้อเลียน ด้วยการสวมหน้ากากผู้นำอาเซียน และแต่งชุดเป็นอุรังอุตัง มาแสดงความยินดีต่อผู้นำอาเซียน และมีข้อตกลงร่วมกันในการปกป้องป่าไม้ เพื่อยุติภาวะโลกร้อน หันมาสนใจปัญหาการทำลายป่า และยอมรับข้อเสนอให้ยุติการตัดไม้ทำลายป่าในภูมิภาคนี้ให้ได้ภายในปี 2563 ระหว่างนั้นตำรวจได้เข้ามาขอร้องให้หยุด เนื่องจากผู้นำชาติสมาชิกกำลังจะเดินทางมาถึง ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย
 ขณะที่กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มชมรมคนชั้นกลาง” จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 10 คน ได้มาชุมนุมบริเวณหน้าศูนย์ข่าวโรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา พร้อมชูป้ายและแจกแถลงการณ์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนขับไล่รัฐบาล