
อภิสิทธิ์ยันออกพรบ.สิ่งแวดล้อมแก้มาบตาพุด
ผู้ประสานงานเครือข่ายปชช.ภาคตะวันออก เผยคณะกรรมาธิการในส่วนของวุฒิสภาจะลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหามลพิษที่เกิดขึ้น ย้ำไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันร่างพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฉบับแก้ไขให้เป็นพระราชกำหนด
(19ต.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลออกพระราชกำหนดรองรับมาตรา 67(2)ของรัฐธรรมนูญว่า วันนี้ จะดูเรื่องร่างพรบ.สิ่งแวดล้อม ที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และที่เขาดูในรัฐธรรมนูญนั้น ไม่คิดว่า ทุกอย่างต้องเป็นการกำหนด โดยตัวกฎหมายด้วยซ้ำ แต่ขอให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงพยายามดูช่องทางในการใช้ระเบียบไปพลาง ๆ ก่อน
ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนยังคงเดินหน้าโครงการ โดยไม่มีการหยุดก่อสร้าง แม้จะมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องทำตามคำบังคับของศาล แต่ไม่แน่ใจว่า มีการส่งคำบังคับมาแล้วหรือยัง และมีปัญหาการตีความ ในรูปแบบที่จะใช้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ยื่นขอคำชัดเจนไปแล้ว และอยากให้ศาลอธิบายมาว่าอำนาจตรงนี้ ให้ใช้อิงกับอะไร
กมธ.วุฒิสภา5คณะลงพื้นที่ระยองรับฟังปัญหามาบตาพุด
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า วันที่ 20 ต.ค. ตุลาคม นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา นางพรพันธ์ บุณยะรัตนพันธุ รองประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบการทุจริตเสริมสร้างและธรรมาภิบาลวุฒิสภา นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง รองประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจการพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา
นายอนันต์ อริยชัยพาณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาและคณะ จะเดินทางมารับฟังปัญหาผลกระทบมลพิษของประชาชน จากการออกใบอนุญาตประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ตามมาตรา 67 วรรค 2 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ที่บ้านนายน้อย ใจตั้ง อายุ 69 ปี บ้านคลองน้ำหู ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
วันเดียวกันคณะกรรมาธิการวุฒิสภาทั้ง 5 คณะ จะเดินทางไปรับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงที่ศูนย์ราชการ จ.ระยอง โดยมีนายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ล่าสุดได้รับรายงานความเคลื่อนไหวว่าจะมีนายทุน กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอยู่เบื้องหลังว่าจ้างรถแห่ และประชาชนบางกลุ่มเตรียมยื่นหนังสือคณะกรรมาธิการทั้ง 5 คณะ โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับชั่วคราว 76 โครงการ
นายสุทธิ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกรณีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงข่าวจะผลักดันร่างพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฉบับแก้ไขให้เป็นพระราชกำหนด ให้รัฐบาลกลับมาทบทวนกรณีการจะออกเป็นพระราชกำหนดนั้นต้องวิกฤต มีความเสี่ยงจริงๆและต้องอยู่ในสถานการณ์ความเสียหายของชาติจริงๆ แต่กรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตจริงๆ เป็นแค่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนไม่ทำตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นจะออกกฎหมายเพื่อตัวเองผิดกฎหมายต่อไป เป็นเรื่องที่สังคมไทยยอมรับไม่ได้ เรื่องนี้จะมีการตรวจสอบคำแถลงรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีมุมมองความคิดปกป้องกลุ่มทุนหรือไม่
นายสุทธิ กล่าวว่า การที่ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย จำกัด ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลต้องเร่งช่วยภาคอุตสาหกรรม พบว่านายบัณฑูร เป็นนายทุนใหญ่พรรค ประชาธิปัตย์และเป็นผู้ให้กู้ยืมเงินใน 76 โครงการ อาจจะกังวลเงินจะไม่ได้รับคืนจากเงินที่กู้ยืมไปแล้ว จึงออกมากดดันพรรคในฐานะนายทุน ซึ่งจะให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาในเรื่องนี้ด้วย นายสุทธิ กล่าว.



