ข่าว

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า

06 ก.ค. 2561

ในหลวงทรงชื่นชมยกย่องทีมกู้ภัยทั้งไทย - ต่างชาติ ช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ขณะที่พร่องน้ำลดเดินจากหน้าถ้ำถึงโถง 3 ได้ ผู้ว่าฯ สั่งหาโพรงเหนือเนินนมสาว

          สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจทีมค้นหาเยาวชนและโค้ชหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต และมีพระราชสาส์นลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ความว่า

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า

 

          "ข้าพเจ้ามีความปลื้มใจยินดีและโล่งใจมาก ที่ได้ทราบว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีรวม 13 คน ซึ่งสูญหายไปในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 แล้ว โดยทุกคนปลอดภัยดี นับเป็นข่าวดีที่เราชาวไทย ตลอดจนชาวต่างประเทศ ที่ได้ติดตามความคืบหน้าของการค้นหามาโดยตลอด ต่างก็มีความชื่นชมยินดีถ้วนหน้า

          ความสำเร็จของปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระบบระเบียบ ด้วยความรู้ความสามารถและความเสียสละ อุทิศตนของทุกคนทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญ อาสาสมัคร และจิตอาสาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากประเทศต่างๆ ที่มีน้ำใจเดินทางมาช่วยเหลือ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุนปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ ตลอดจนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่ส่งกำลังใจห่วงใย ให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้โดยเต็มกำลัง และยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนด้วยความเต็มใจยินดี

          เหตุการณ์ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า ความสมัครสมานสามัคคีและความรัก ความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ต่างก็ยังมีอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชมยกย่องต่อท่านทั้งหลายด้วยใจจริง และขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานในขั้นต่อไป ด้วยความมีสติ มีสมาธิ มีปัญญาอันกล้าแข็ง และมีศรัทธาเชื่อมั่นไม่เสื่อมคลาย เพื่อให้ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปอย่างดีที่สุด สมดังความหวังตั้งใจของทุกท่านทุกฝ่าย ตลอดจนประชาชนทั้งหลายที่เอาใจช่วยอย่างเต็มที่เสมอมา"

           ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี่ รวม 13 คน โดยทุกคนปลอดภัยดี โดยรับสั่งว่าความสำเร็จของการปฏิบัติในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ความรู้ความสามารถ และความเสียสละของทุกฝ่าย ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

 

เร่งทำงานแข่งกับน้ำ

          สำหรับความคืบหน้าในการนำทั้ง 13 ชีวิต สมาชิกทีมหมูป่า ล่าส นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) พร้อมด้วย พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 และนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี่ พร้อมผู้ฝึกสอน รวม 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า
 

          นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์เรื่องแรก ยังคงห่วงเรื่องสภาพอากาศ ตอนนี้ได้กรมอุตุนิยมวิทยา ส่งรายงานให้ทุกวัน ซึ่งแต่ก่อนเราทำงานแข่งกับเวลา ตอนนี้ทำงานกับน้ำ แข่งกับน้ำ ทำเต็มที่ สูบออกไปเท่าที่ศักยภาพเรามีอยู่ แต่น้ำก็ยังเข้ามาอยู่ อุดช่องกี่ช่องก็ยังมีน้ำเติมเข้ามา

          “ผมขอความกรุณาด้วย เมื่อเช้านี้ ได้รับรายงานว่า ตรวจพบว่ามีกลุ่มอาสาสมัครที่อยู่นอกระบบ ไม่ได้ลงทะเบียนหรืออย่างไร มีการไปขุดเจาะโดยพลการ ทำให้น้ำไหลเข้าไป อะไรที่อยู่นอกแผน ถึงแม้ว่าจะดี อยากให้มาคุยกันก่อน วันนี้เป็นวันที่ 13 ของการทำงานแล้ว ทุกคนก็ล้า เจ้าหน้าที่ก็สู้ตลอดเวลา แทบจะไม่ได้พัก” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

เร่งต่อโทรศัพท์ให้เด็กคุยกับญาติ

          นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ภารกิจหลักๆ สูบน้ำก็ยังคงเหมือนเดิม ปั๊มน้ำก็อัดเข้าไปเต็ม ระบบไฟก็อัดเข้าไปเต็มแล้ว เมื่อวานมีหลายคำถามที่สงสัย ว่าเมื่อไหร่น้องเขาจะคุยกับพ่อแม่ได้ ซึ่งตอนนี้อัพเดตคือมีอุปกรณ์เข้าไปแล้ว แต่สายยังไปไม่ถึง สายยังอยู่แถวๆ สามแยก และโทรศัพท์ตกน้ำเสียหายหมด วันนี้จะดำเนินการต่อจัดชุดใหม่เข้าไป

          “หลายคนอยากให้พ่อแม่ได้คุยกับลูก ขณะนี้กำลังเร่งนำอุปกรณ์เข้าไป ซึ่งทางเข้า-ออกแคบและลื่นมาก ต้องใช้เวลาเข้าไป 6 ชั่วโมง เพราะทวนน้ำ และเวลาออก 5 ชั่วโมง รวม 11 ชั่วโมง การตัดสินใจแต่ละเรื่องต้องรอเวลา เพื่อข้อมูลที่แน่นอน” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

หาโพรงเหนือเนินนมสาว

          นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ภารกิจที่สำเร็จแล้วคือ การเบี่ยงทางน้ำด้านบนเขา ต่อจากนี้จะระดม 20-30 ทีมเดินป่าด้านบน บริเวณที่คาดว่าจะอยู่เหนือเนินนมสาว


พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า

          หลังจากได้รับรายงานว่าบริเวณเนินนมสาวที่เด็กๆ อยู่ มีหลายจุดที่อากาศเข้าไปในถ้ำ ซึ่งจะต้องดูว่ามีโพรงหรือไม่ ถ้าไม่มีจะเจาะได้หรือไม่

จากปากถ้ำไปโถง 3 น้ำลดลงแล้ว

          พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงการปฏิบัติการช่วยเหลือว่า คณะทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง การพร่องน้ำทำไปได้ผลมาก เหลือจุดที่ต้องดำน้ำเพียงจุดเดียวคือจากปลายโถง 3 ถึงเนินนมสาว ซึ่งจะทำให้การส่งออกซิเจนและสิ่งของจำเป็นทำได้ง่ายและเร็วขึ้น ได้วางแผนเตรียมจุดวางถังอากาศให้เต็มพื้นที่ วิเคราะห์ตามข้อมูลที่ได้มา โดยให้ความสำคัญกับการทำงานทุกจุด ทั้งการสูบน้ำ การเดินกระแสไฟฟ้า โทรศัพท์ การใช้ถังออกซิเจน

          พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า ระบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ลงตัวหมดแล้วทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทราบหน้าที่ของตนเองว่าต้องทำอะไร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเบี่ยงเบนทางน้ำไม่ให้ไหลสมทบเข้าไปภายในถ้ำอีก โดยด้านนอกบริเวณถ้ำทรายทองสามารถสูบน้ำได้ 1.6 ล้านลิตรต่อชั่วโมง บ่อบาดาล 5 บ่อสูบได้ 2 แสนลิตรต่อชั่วโมง ส่วนบริเวณหน้าถ้ำหลวง บ่อบาดาลสามารถสูบได้ 1.8 แสนลิตรต่อชั่วโมง ส่วนในถ้ำเร่งสูบเต็มกำลังเช่นกันแต่ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้ แต่สามารถลดปริมาณน้ำได้ 1 เซนติเมตรกว่าต่อชั่วโมง

สวมชูชีพเดินเข้าถึงโถง 3

          นายพูนศักดิ์ วงเสงี่ยม เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชำนาญการ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตนและทีมงานเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มีหน้าที่หลักในการสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาภายในถ้ำ ด้วยการพร่องน้ำออกจากถ้ำ แต่ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ไฟฟ้าไม่เพียงพอในปลายสาย ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะดำเนินการแก้ไขให้โดยด่วน โดยจะเดินกระแสไฟหลักให้ใหม่ เพื่อให้พอเพียงกับเครื่องจักร เพื่อการพร่องน้ำจะได้ดำเนินการต่อเนื่อง โดยมีไดโว่ที่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 20 ตัวในถ้ำ และมีส่วนของเอกชนที่สนับสนุนด้วย รวมเกือบ 30 ตัว

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า
 

          ขณะนี้ในส่วนหน้าถ้ำหลวง น้ำลดลงแล้วประมาณ 40 เซนติเมตร โดยเพดานถ้ำโผล่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำ และใส่ชูชีพเดินไปได้ แต่เข้าไปได้ถึงแค่บริเวณโถง 3 แต่การช่วยเหลือไม่สามารถคาดการณ์ได้ ตอนนี้ที่ทำได้คือการพร่องน้ำเป็นหลัก คาดการณ์ว่าถ้าฝนไม่ตก น้ำภายนอกไม่เข้ามาเพิ่ม ก็น่าจะพร่องน้ำได้เป็นที่น่าพอใจ ส่วนการพร่องน้ำ ไม่สามารถประเมินปริมาณที่สูบออกได้ว่ามีมากขนาดไหน

ปภ.ยันเข้าทางไหนออกทางนั้น

          หลังจากที่ไม่มีฝนตกลงมาในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการระดมปิดช่องทางทุกจุดที่เป็นทางน้ำเข้าถ้ำหลวง ทั้งด้านบนของผาหมี และด้านหลังของถ้ำ คือบริเวณคอกิ่วนาง ขณะที่การสูบน้ำออกจากด้านในถ้ำ เจ้าหน้าที่จะเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้น้ำลดลงอีก

          นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ถ้าน้ำขึ้นอีกจะน่ากลัวมากและเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบากมากขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องบล็อกทุกทาง ส่วนน้ำในถ้ำลดลงไปเท่าไหร่นั้นไม่สามารถตอบได้ เพราะเหตุของการเพิ่มปริมาณน้ำในถ้ำมีหลายประการ ทั้งส่วนของน้ำบาดาล น้ำซึม มีความเป็นไปได้ที่จะมีตาน้ำผุดออกจากใต้ดิน ทั้งนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ต่างๆ มาร่วมกันเสนอข้อปฏิบัติในการแก้ไข เจ้าหน้าที่ ปภ.ก็พร้อมปฏิบัติ และยังยึดแผนปฏิบัติเดิมคือ เด็กเข้าทางไหนก็ออกทางนั้น

สมาคมกู้ชีพในถ้ำบริติชค้าน

          รายงานข่าวแจ้งว่า นายบิล ไวธ์เฮาส์ รองประธานสมาคมกู้ชีพผู้ติดอยู่ภายในถ้ำบริติช (บีซีอาร์ซี) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในถ้ำของสหราชอาณาจักร และเป็นผู้จัดส่ง 3 ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษ คือ นายจอห์น โวลันเธน นายโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ และนายริชาร์ด สแตนตัน มาร่วมปฏิบัติภารกิจกับรัฐบาลไทย กล่าวว่า ลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวงแสดงให้เห็นแล้วว่า มีทางเข้าหลักเพียงทางเดียว การมองหาหนทางอื่นเข้าเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ภายในถ้ำ ยังค่อนข้างห่างไกลความจริง ขณะที่การอาศัยอยู่ภายในถ้ำจนกว่าจะผ่านพ้นฤดูมรสุมพร้อมเสบียงอาหารเต็มที่นั้น นายไวธ์เฮาส์กล่าวว่าแน่นอนเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด แต่ต้องยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าหดหู่

ชี้“ดำน้ำ”เป็นวิธีที่อันตรายมาก

          ส่วนการให้เด็กดำน้ำและว่ายน้ำออกจากถ้ำนั้นเป็นวิธีการที่อันตรายมาก เพราะต้องใช้ทักษะเฉพาะบุคคลขั้นสูง และต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างมาก ในขณะที่สมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คนไม่มีทักษะเรื่องนี้มาก่อน จะเกิดอะไรขึ้นหากเกิดภาวะเสียศูนย์ระหว่างทาง เจ้าหน้าที่จะมีวิธีรับมืออย่างไร ทัศนวิสัยภายในถ้ำหลวงตอนนี้ต่ำมาก การเดินทางจากปากถ้ำเข้าสู่บริเวณที่สมาชิกหมูป่าติดอยู่ต้องใช้เวลานานถึง 11 ชั่วโมง แบ่งเป็นเดินทางเข้า 6 ชั่วโมง และเดินทางกลับอีก 5 ชั่วโมง

แนะนอนเปลใส่อุปกรณดำน้ำ

          ทั้งนี้ นายไวธ์เฮาส์เสนอการใช้เปลหามพร้อมถังอากาศที่เพียงพอในการเคลื่อนย้ายสมาชิกหมูป่าทั้ง 13 คนออกมา โดยสวมหน้ากากดำน้ำที่รัดกุมและเชื่อมต่อกับถังอากาศให้สนิท เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคอยดูแลที่ตัวเด็ก ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 1-2 คนทำหน้าที่ว่ายน้ำแล้วคอยดึงเชือกซึ่งเชื่อมกับเปลออกมา วิธีนี้ผู้ที่อยู่บนเปลไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ต้องอยู่ในสภาพนอนเหมือนเป็น “พัสดุห่อหนึ่ง” ซึ่งอาจไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าใดนัก ยิ่งเป็นการเดินทางระยะไกลแบบนี้ด้วยแล้ว แต่วิธีนี้อาจเป็นหนทางเดียวในการนำตัวทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำให้เร็วที่สุด

 

“ท็อบ-ไทด์” เผยมีคนได้ยินเสียงไก่

          นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง และอาสาสมัครร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า หลังจากได้นำหน้ากากฟูลเฟซมาส่งมอบให้แล้วได้นำทีมกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูมาร่วมช่วยเหลือ และเห็นว่าการที่จะให้เด็กๆ ออกมาเป็นไปได้ยากมาก เพราะขนาดคนที่ดำน้ำเป็น ต้องดำน้ำภายในที่มืดและน้ำขุ่นยังเป็นไปได้ยาก ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือ รอให้ระดับน้ำลดลง เพื่อจะให้เด็กๆ เดินเท้าออกมาจะเป็นการดีที่สุด สำหรับการทำงานภายในถ้ำนั้นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดก็คือ น้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกได้มากแล้ว

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า
 

          “วันนี้เราได้ไปขยายทางตรงจุดที่นักประดาน้ำจะลงไป ซึ่งมันเป็นช่องที่แคบมากที่จะไปถึงตัวเด็กๆ การที่จะผ่านไปได้นั้นจะต้องถอดสัมภาระออกทั้งหมด แล้วค่อยๆ ดึงเข้าไปจึงจะผ่านไปได้ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง เฉลี่ยชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร ตอนนี้ควรใจเย็นๆ ที่จะพาเด็กๆ ออกมาจากถ้ำ เพราะการดำน้ำออกมานั้นค่อนข้างลำบาก ต้องเตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย การหายใจใต้น้ำ ซึ่งคาดว่าจะพาทั้งหมดออกมาได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์” นายบิณฑ์ กล่าว

          ด้านนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า จากที่ได้สอบถามผู้ที่เข้าไปในถ้ำ ทราบว่า เด็กๆ ที่ติดอยู่ภายในได้ยินเสียงไก่ขันและเสียงสุนัขเห่า ทำให้เชื่อว่า บริเวณเนินนมสาวอยู่ใกล้กับชุมชน ซึ่งจุดที่ได้ยินนั้นน่าจะห่างจากจุดที่พบเด็กอยู่ในปัจจุบันประมาณ 1 กิโลเมตร ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) จะนำทีมปูพรมค้นหาในพื้นที่บ้านผาหมี ซึ่งได้กำหนดจุดไว้แล้ว หากพบปล่องหรือโพรง ก็จะรายงานผู้ใหญ่เพื่อขออนุญาตเจาะ

“ซีอีโอเทสลา”พร้อมช่วยไทย

          มีรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @MabzMagz ซึ่งบนหน้าเพจของเขาระบุว่าอยู่ในประเทศสวาซิแลนด์ ได้ทวิตถามนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของ สเปซเอ็กซ์ บริษัทรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ “เทสลา” และซีอีโอบริษัท บอริง คอมพานี ว่า มีหนทางใดที่จะช่วยเด็กไทย 12 คนกับโค้ชของพวกเขาออกมาจากถ้ำได้หรือไม่

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า

 

          หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง นายมัสก์ได้ตอบกลับมาว่า เข้าใจว่ารัฐบาลไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ยินดีที่จะช่วยเหลือหากมีหนทางที่มีอะไรที่ช่วยได้

          แต่เหมือนยังไม่ได้คำตอบชัดเจน @MabzMagz ทวิตถามอีกครั้งว่า หนทางไหนที่จะช่วยได้ คือคำถาม หากติดตามสถานการณ์แล้วอาจเกิดไอเดียอะไรบางอย่าง พวกเราทำได้เพียงส่งกำลังใจ แต่คุณน่าจะทำได้มากกว่านั้น

          ซีอีโอ เทสลา ได้เข้ามาตอบอีกครั้งว่า บริษัทบอริง มีเครื่องมือสำรวจหยั่งลึกด้วยเรดาร์ทันสมัย ซึ่งดีมากสำหรับการขุดโพรง และไม่แน่ใจว่าอัตราสูบน้ำยังจำกัดเพราะไฟฟ้า หรือเพราะเครื่องสูบน้ำเล็กเกินไป หากใช่ก็อาจส่ง Powerpack ระบบแบตเตอรี่พลังแรงสูง และเครื่องสูบน้ำมาช่วย

          ปัจจุบันมหาเศรษฐีนักลงทุนและนักประดิษฐ์รายนี้กำลังมุ่งทำโครงการแก้ปัญหารถติดด้วยการทำอุโมงค์ทางเดินรถใต้ดินความเร็วสูงในเมืองใหญ่สหรัฐ ผ่านทางบริษัทบอริงของเขา

          บิสเนส อินไซเดอร์ ระบุว่า นายมัสก์มักเข้าไปโต้ตอบกับผู้ติดตามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะทางทวิตเตอร์มากขึ้น เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม จำนวนการทวิตของมัสกฺ์เพิ่มขึ้น 4 เท่า

"บิ๊กป้อม”ปัดมอบเงินช่วยรายละ1 ล.

          พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือนำตัวนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าจำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่า ก่อนที่จะนำออกมาจากถ้ำต้องทำร่างกายของทั้ง 13 คน ให้แข็งแรง และฝึกว่ายน้ำให้ดี เพื่อจะได้ดำออกมาผ่านทางหน้าถ้ำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังสำรวจหาพื้นที่เจาะโพรงด้านบน เพื่อนำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการนำ 13 คนออกจากถ้ำ

          ส่วนที่มีข่าวว่า รัฐบาลจะมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวทีมหมูป่าครอบครัวละ 1 ล้านบาทนั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

“ศรีวราห์” ส่งตร.900 นายสนับสนุน

          พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือและนำตัว 13 คน ออกจากถ้ำหลวง ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ตนสั่งการ อำนวยความสะดวก โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 900 นาย อาทิ หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สื่อสาร และตำรวจน้ำ โดยได้สั่งการไปที่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนการนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำ ต้องไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตำรวจเป็นเพียงหน่วยสนับสนุน

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า
 

          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยเสริม และมีการนำกำลัง 900 นาย รวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมด นำไปสมทบในการทำงาน ทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 รถพยาบาล เฮลิคอปเตอร์ และรถยนต์สื่อสาร ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะสนับสนุนจนเสร็จสิ้นภารกิจ

จิตอาสาเก็บขวดน้ำทำทุ่น-เสื้อชูชีพ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาจิตอาสาแต่งชุดพระราชทานกลุ่มหนึ่ง นำโดย จ.ส.ต.หญิง เข็มทอง แก้วมณีโชค ตระเวนถือถุงดำเก็บขวดน้ำพลาสติกทุกขนาดทั่วบริเวณของศูนย์ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง

          จ.ส.ต.หญิง เข็มทอง กล่าวว่า ได้มีการประกาศขอความร่วมมือรวบรวมเก็บขวดน้ำพลาสติกมาใช้ประโยชน์ดัดแปลงสำหรับเจ้าหน้าที่ในถ้ำ โดยเฉพาะหน่วยซีล ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือลอยน้ำจำนวนมาก รวมทั้งใช้ในการช่วยเหลือทีมหมูป่า

พระราชสาส์นให้กำลังใจทีมกู้ภัยช่วย 13 หมูป่า
 

          จ.ส.ต.หญิง เข็มทอง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยซีลกำลังต้องการสนับสนุนเรื่องของทุ่นและเสื้อชูชีพ จำนวนมากที่ยังขาดแคลน เพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือเด็กในถ้ำ ดังนั้นทางจิตอาสาจึงได้มาตระเวนขอความร่วมมือขอรวบรวมขวดน้ำพลาสติกที่เหลือทิ้งจำนวนมาก ก่อนที่จะทิ้งลงถังขยะหรือทิ้งลงถังขยะแล้วแต่ยังไม่ชำรุด เพื่อนำมาดัดแปลงเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์จำเป็น เพื่อให้หน่วยซีลทำงานได้อย่างสะดวกสบายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ทางด้าน ผู้สื่อข่าวรวมทั้งบรรดาเจ้าหน้าที่ต่างๆ และจิตอาสาแผนกอื่นๆ ในศูนย์แห่งนี้ ต่างให้ความร่วมมือนำขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้วนำมามอบให้