ข่าว

ทักษิณแค่โฟนอินผวาฮ่องกงอัปเปหิปชป.เย้ยกลัวถูกจับ

ทักษิณแค่โฟนอินผวาฮ่องกงอัปเปหิปชป.เย้ยกลัวถูกจับ

02 มี.ค. 2552

"พงศ์เทพ" เผย "แม้ว" เปลี่ยนแผน เล็งโฟนอินข้ามประเทศแทนปาฐกถาที่ฮ่องกง ปัดไม่รู้ที่ซุกหัวนายใหญ่ "นายกฯ" สั่งหาช่อง ก.ม.นำตัวกลับมารับโทษ ขณะที่นักกฎหมายฮ่องกง เชื่อสาเหตุยกเลิกปาฐกถาเพราะกลัวกลับเข้าฮ่องกงไม่ได้อีก ปชป.เตรียมยื่น ผบ.ตร.เอาผิดสมุนแม้วปกป

 แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจยกเลิกการไปปาฐกถาพิเศษ ตามคำเชิญของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่เกาะฮ่องกง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม โดยอ้างว่าไม่อยากให้ทางการฮ่องกงอึดอัดใจ และยืนยันว่าไม่ได้กลัวถูกรวบตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในคดีที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก แต่ล่าสุดยังมีความพยายามของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะใช้วิธีโฟนอินแทน ขณะที่ผู้จัดงานระบุว่าต้องเลื่อนการจัดงานไปอีก 2-3 วัน
 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังคงพร้อมที่จะโฟนอินข้ามประเทศขึ้นเวทีปาฐกถา ในหัวข้อ "วิกฤติเศรษฐกิจโลก ความแน่นอนทางการเมือง : บทเรียนจากประเทศไทย” ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมนี้ ขณะนี้รอเพียงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากนายทอม มิตเชล รองประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ที่เป็นผู้จัดงานอีกครั้งว่าจะตัดสินใจอย่างไร
 ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณยกเลิกการเดินทางไปฮ่องกง จะเกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลไทยพยายามเดินหน้าจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณมารับโทษในประเทศไทยหรือไม่นั้น นายพงศ์เทพยืนยันว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ระบบกฎหมายของฮ่องกงแตกต่างจากประเทศจีน ซึ่งมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับรัฐบาลไทย
 ทั้งนี้ นายพงศ์เทพปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ประเทศใด หรือจะมีโอกาสได้พบปะพ.ต.ท.ทักษิณในวันนี้หรือไม่ ส่วนการที่ประเทศนิการากัวเตรียมให้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นพลเมืองพิเศษนั้น ก็ยังไม่ทราบเพราะไม่มีโอกาสสอบถามเรื่องดังกล่าวจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
"ทักษิณ"พูดผ่านวิดีโอลิงก์แทน
 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่านายเอิร์นส เฮิร์บ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำเกาะฮ่องกง ชี้ว่าการแสดงปาฐกถาของ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องเลื่อนออกไปจนกว่าสมาคมจะติดตั้งเทคโนโลยีที่จำเป็นได้ก่อน ความล่าช้าในครั้งนี้เนื่องมาจากเหตุผลทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ยกเลิกแผนจากแรงกดดันภายนอกแต่อย่างใด
 นายเฮิร์บยังระบุว่า สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้รับการรับรองว่า พ.ต.ท.ทักษิณยินดีที่จะแสดงปาฐกถา ในหัวข้อ “วิกฤติเศรษฐกิจ ความแน่นอนทางการเมือง : บทเรียนจากประเทศไทย” ให้ผู้ฟังผ่านวิดีโอลิงก์ และจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้แน่นอน
นัก ก.ม.ชี้แม้วกลัวไม่ได้กลับเข้าฮ่องกงอีก
 วันเดียวกันนี้ น.ส.กรุณา บัวคำศรี ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานสดจากเกาะฮ่องกง มายังสถานีในช่วงข่าวภาคค่ำ ว่า ได้สอบถามประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำฮ่องกง เกี่ยวกับการยกเลิกปาฐกถาของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีการประเมินว่าน่าจะเป็นเพราะกลัวกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน แต่นักกฎหมายมองว่า ทางการฮ่องกงและจีนคงไม่ทำอะไรที่รุนแรง หมายถึงหาก พ.ต.ท.ทักษิณมาฮ่องกงในวันที่ 2 มีนาคมนี้ โอกาสจะถูกจับเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นความกังวลก็คือ หากมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นระหว่างการปาฐกถา จนทำให้ทางการฮ่องกงเกิดความไม่สบายใจ พ.ต.ท.ทักษิณอาจไม่ได้กลับเข้ามาที่ฮ่องกงอีก
 อย่างไรก็ตาม น.ส.กรุณาได้รายงานต่อว่า ผลจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณยกเลิกกำหนดการเดินทางมาฮ่องกงในวันที่ 2 มีนาคม ทำให้สโมสรต้องเลื่อนการปาฐกถาออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน แต่จะใช้รูปแบบการโฟนอิน เชื่อว่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าการเดินทางมาด้วยตัวเอง
นายกฯ เผยหาช่องนำตัวทักษิณมาไทย
 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมารับโทษในไทยว่า ขณะนี้มีข่าวยืนยันออกมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ไปแสดงปาฐกถาที่ฮ่องกงแล้ว แต่ที่ผ่านมาเราไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ไหน แต่คงเป็นเรื่องที่ตำรวจและอัยการจะปรึกษาหารือกันว่า ทำอย่างไรจึงจะบังคับใช้กฎหมาย หรืออาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศรูปแบบใดต่อไปในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา
 ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาเคลื่อนไหว ในขณะที่รัฐบาลกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญนี้ เพียงเพื่อชิงพื้นที่สื่อเท่านั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่ที่สื่อจะให้พื้นที่หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล
 นายกรัฐมนตรียังปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ไม่เห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกล่าวเพียงว่าขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะเป็นเรื่องภายในของฝ่ายค้านแต่ละพรรคอาจมีความเห็นไม่ตรงกันได้
ปชป.เย้ย"ทักษิณ"กลัวถูกจับติดคุก
 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีนายพงศ์เทพ โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณออกมายอมรับว่าจะไม่มีการปาฐกถาที่ฮ่องกงในวันที่ 2 มีนาคม แต่จะใช้การโฟนอินแทนว่า เป็นไปตามที่คาดหมาย เพราะเป็นการสร้างประเด็นในการชิงพื้นที่ข่าวในช่วงที่รัฐบาลไทยจัดการประชุมอาเซียน
 "อยากถามว่า ถ้าไม่กลัวแล้วจะเปลี่ยนวิธีมาเป็นการโฟนอินแทนทำไม" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
 นายเทพไทกล่าวต่อว่า เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ในฮ่องกง เนื่องจาก ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ (1 มี.ค.) จะมี ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่งเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 600 เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบพ.ต.ท.ทักษิณ และพ.ต.ท.ทักษิณก็มีบ้านพักอยู่ในฮ่องกง เพียงแต่ชอบทำตัวเป็นนินจา ทำตัวหลบซ่อน ซ่อนเร้น ซึ่งหากมีการโฟนอินจริง ถ้าไปถามนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาทางกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณคงจะตอบว่าเป็นการโฟนอินมาจากน่านน้ำสากล
อัยการ-กต.ส่งจนท.ประสานฮ่องกงแล้ว
 นายเทพไทกล่าวด้วยว่า การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณนั้น เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีตัวแทนของสำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ 3 คนไปที่ฮ่องกง เพื่อติดตามและสังเกตการณ์ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานราชการของฮ่องกง เพื่อติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ ไม่ใช่เป็นคดีการเมืองอย่างที่กล่าวอ้างมา
 ผู้สื่อข่าวถามว่า เขตปกครองพิเศษฮ่องกงไม่ได้ทำสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย จะสามารถดำเนินการติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีได้หรือไม่ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคกล่าวว่า สามารถทำได้หลายวิธี คือ 1.การประสานงานกับรัฐบาลจีนโดยตรง ในฐานะรัฐต่อรัฐ โดยผ่านวิธีการทางการทูต เนื่องจากเป็นผู้ร้ายหลบหนีออกนอกประเทศ และศาลได้ออกหมายจับแล้ว ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ตามที่อยู่ในประเทศหรือหากหนีออกนอกประเทศ ก็ประสานกับประเทศนั้นๆ เพื่อให้ตรวจสอบที่อยู่ที่แน่นอนในประเทศนั้นๆ จากนั้นก็ประสานตำรวจสากล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องส่งเอกสารที่อยู่ที่แน่ชัดในต่างประเทศนั้นๆ พร้อมกับทำหนังสือชี้แจงการติดตามตัว รวมถึงสำเนาหมายศาลให้สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการผ่านวิธีทางการทูตประเทศนั้นๆ ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ ในฐานะผู้ประสานงานกลางจะเป็นผู้พิจารณาจัดทำคำร้อง เพื่อขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอนต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศ กำลังประสานงานกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกง
 "เชื่อว่าฮ่องกงคงจะคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจากนักโทษที่หนีการจับกุมจากประเทศไทย" นายเทพไทกล่าว
 ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาลนี้อาฆาตมาดร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะ 1.มีที่พำนักที่ชัดเจนว่ามีที่อยู่ที่ฮ่องกง 2.มีการจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างเปิดเผย ท้าทายอำนาจรัฐ 3. พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลตัดสินมีโทษจำคุกตามอาญาแล้ว เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 4.รัฐบาลจำเป็นต้องทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์
ยื่นผบ.ตร.เอาผิดสมุนแม้วปกปิดที่อยู่
 ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม เวลา 13.00. น. จะเข้าพบ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี และ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นบุคคลที่รู้แหล่งที่อยู่ที่ถูกต้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ผิด แต่หากบุคคลเหล่านี้ไม่ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ จะถือเป็นว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ 189 ฐานปกปิดที่อยู่และข้อมูลนักโทษ
เร่งประสานจีนขอตัวทักษิณส่งกลับไทย
 นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าไทยกับฮ่องกง ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันว่า ไทยและฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันจริง แต่ไทยมีสนธิสัญญากับจีน ดังนั้นอาจจะประสานไปยังประเทศจีน เพื่อดูว่ามีกฎหมายที่พอจะให้ความร่วมมือในการประสานต่อไปยังฮ่องกง เพื่อส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีต่อที่ประเทศไทยได้หรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน และอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าใจว่ารัฐบาลไม่เลือกปฏิบัติ แต่กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้ต้องหาที่ถูกคำพิพากษาสั่งจำคุก 2 ปี รัฐบาลจึงปล่อยปละละเลยไม่ได้
 ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า รัฐบาลอาฆาตมาดร้าย พ.ต.ท.ทักษิณจนเกินไป นายศิริโชคกล่าวว่า อยากบอก ร.ต.อ.เฉลิมว่า ถ้ากังวลเรื่องนี้นัก ก็สามารถไปเป็นทนายแก้ต่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ แต่อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมทบทวนบทบาทตัวเองเสียใหม่ ว่าควรออกมาปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่
 ต่อข้อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตามข้อบังคับของสหประชาชาติข้อ 14 ระบุว่าความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการตัดสินเพียงศาลเดียว ดังนั้นประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณไปอาศัยอยู่ หากประเทศนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็อาจไม่ต้องส่ง พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาประเทศไทยก็ได้ นายศิริโชคกล่าวว่า ไม่เข้าใจมาตรฐานของ ร.ต.อ.เฉลิม ทั้งที่เป็น ส.ส.มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 และสนับสนุนการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 แต่กลับไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญทั้งปี 2540 และ 2550 ที่กำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นศาลเดียวที่ตัดสินคดีของนักการเมือง ซึ่งศาลนี้ก็ตัดสินคดีการเมืองมาแล้วหลายคดี เช่น คดีของนายวัฒนา อัศวเหม แต่ก็ไม่เห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิมจะออกมาโวยวาย ไม่เข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีประโยชน์อะไรต่อ ร.ต.อ.เฉลิม ถึงทำให้ต้องคอยออกมาแก้ต่างแทนเสมอ
เพื่อไทยเหน็บรัฐบาลกลัวเงา "ทักษิณ"
 เมื่อเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยกเลิกบรรยายพิเศษที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งรัฐบาลสั่งการให้กงสุลไทยประจำฮ่องกงเตรียมควบคุมตัวอดีตนายกฯ ว่า เป็นสิทธิของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะตัดสินใจ แต่โดยส่วนตัวคิดว่า รัฐบาลกลัวความสำเร็จของ พ.ต.ท.ทักษิณมากเกินไป เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในวันนี้ ยิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณรู้เรื่องนี้จริง และเคยทำสำเร็จเมื่อปี 2540 มาแล้ว ไม่เหมือนบางคนที่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ 2-3 วิชา หรืออดีตที่ปรึกษาบริษัทสถาบันการเงิน แต่กลับเจ๊งหุ้นกว่า 100 ล้านบาท ถูกนำตัวมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในวันนี้
 "อดีตนายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่รัฐบาลนี้กลับจะไปกู้เงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท เอามาอีก พ.ต.ท.ทักษิณใช้วิธีเศรษฐกิจนำการเมือง มันจึงแก้ปัญหาได้และประชานิยมจึงเกิดขึ้น แต่รัฐบาลนี้ทำผิดโจทย์ ตอนนี้จึงกลัวเงาอดีตนายกฯ ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ควรเลิกหลอกตัวเองดีกว่า” นายพร้อมพงศ์กล่าว
 เมื่อถามว่า นายโจเซฟ สติกนิกซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลประจำปี 2001 ยอมรับจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษารัฐบาล และเห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลนี้ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลมีที่ปรึกษาดี แต่คนที่จะเข้ามาแก้ปัญหามีกี่คนและจะทำสำเร็จหรือไม่
ยืนยันไม่มีการซูเอี๋ยศึกซักฟอก
 โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้ข้อสรุปเมื่อใด ว่า การประชุมพรรคในวันที่ 3 มีนาคม น่าจะได้ข้อสรุป ซึ่งพรรคมีบุคคลในใจแล้ว โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี
 เมื่อถามอีกว่า ถึงวันนี้เหตุใดรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีจึงยังไม่ชัดเจน พรรคมีปัญหาภายในหรือมีการดึงเกมหรือไม่ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ไม่ได้ดึงเกม และไม่มีปัญหาใดๆ แต่เป็นยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ต้องดึงไว้ก่อน เพราะเมื่อปล่อยข้อมูลไม่กี่อย่าง อาทิ เรื่องกิ๊กรัฐมนตรี เรื่องปลากระป๋อง รัฐบาลก็เป็นอย่างนี้ไปแล้ว
 ส่วนกรณี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายเสนาะ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและต้องการให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความปรองดอง แต่การยื่นอภิปรายและถอดถอนนายกฯ นั้น พรรคต้องเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ไปด้วย
 เมื่อถามว่า หากเสียง ส.ส.ในสภาไม่เลือกว่าที่นายกฯ จากพรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคไม่ชนะการโหวตอยู่แล้ว เพราะต้องใช้ ส.ส.234 เสียงขึ้นไป แต่พรรคจะไม่ซูเอี๋ยในการอภิปราย หากพรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อมูลอภิปรายรัฐมนตรีมากกว่า 4 คน ก็ให้เสนอขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้หล่อจริงหรือเหวอะหวะ ตนได้รับข้อมูลจากกระทรวงต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งบกลางว่า มีการชักหัวคิวจากงบร้อยละ 30-40 แล้ว ตอนนี้เสือหิว เสือโหย เสืออดอยากกำลังเพ่นพ่าน ยืนยันว่าข้อมูลของพรรคในการอภิปรายมีหลักฐาน และไม่นำเรื่องส่วนตัวมาพูด แต่เรื่องผลประโยชน์นั้น บางครั้งมันผ่านชู้หรือกิ๊กของคนในรัฐบาล จึงขอถามว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับการทำงานหรือไม่
 เมื่อถามว่า หากรัฐบาลนำข้อมูลเปรียบเทียบการทำงานของรัฐบาลปี 2544-2549 ว่าหลังบ้านของผู้ใหญ่ในรัฐบาลในช่วงนั้นหากินกับงบประมาณจะทำอย่างไร นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่เข้ามาทำงานการเมือง และยังไม่ได้เข้าพรรคเพื่อไทย
วิปนัดถก"เสนาะ-ประชา"ศึกซักฟอก
 ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ช่วงเย็นจะมีการหารือระหว่างแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจและจะเสนอชื่อ ส.ส.ที่เหมาะสมขึ้นเป็นนายกฯ แนบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
 นายวิทยากล่าวว่า เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนายกฯ นั้น เพราะร.ต.อ.เฉลิมมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง เป็นหัวหมู่ทะลวงค่ายของพรรคเพื่อไทย เจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย แต่เราไม่มีความประสงค์เสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในกรณีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เห็นได้จากกรณีที่เราได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ขึ้นเป็นนายกฯ ในช่วงที่มีการเลือกนายกฯ กันใหม่
เสธ.หนั่น เชื่อพท.รอแม้วเคาะชื่อนายกฯ
 ขณะที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคชาติไทย มองว่าการที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถสรุปชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็เพราะต้องรอการตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณก่อน
 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่าไม่กังวลกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเอกภาพกันมาก และหลังการอภิปรายก็จะไม่ส่งผลอะไรต่อทางการเมือง

พผ.เผยกลุ่ม"ประชา"ค้านยื่นอภิปรายรัฐ
 นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน และแกนนำกลุ่ม 9 คนในพรรค นำโดย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก กล่าวว่า กลุ่มหารือกันในเรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะยื่นในกลางเดือนนี้ว่า ไม่เห็นด้วย เนื่องจากพรรคไม่มีข้อมูลที่ระบุถึงการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล หรือการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังไม่ร่วมในการอภิปรายครั้งนี้ และกลุ่มได้แจ้งมติของกลุ่มให้พรรคเพื่อไทยรับทราบแล้ว
 ทั้งนี้ พรรคเพื่อแผ่นดินมี ส.ส.ทั้งหมด 26 คน โดยเป็น ส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาล 17 คน ส่วน 9 คนอยู่ในกลุ่มของ พล.ต.อ.ประชา ที่ประกาศจุดยืนของกลุ่มก่อนหน้านี้ว่า ไม่ใช่ฝ่ายค้าน และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องที่เห็นว่าถูกต้อง
พธม.เมินรับข้อกล่าวหาจี้เปลี่ยนชุดสอบ
 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็น 1 ใน 21 ผู้ที่ถูกตำรวจออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกรัฐสภา ยืนยันว่าจะยังไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา จนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัวทีมสอบสวน ที่มี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เนื่องจากทั้ง 3 คนมีส่วนได้เสียกับคดี ทั้งยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงวันที่ 7 ตุลาคม ที่หน้ารัฐสภาด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะเรียกร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาล ให้เปลี่ยนตัว เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
 นายสุริยะใสระบุด้วยว่า ภายใน 2-3 วันนี้ จะมีการหารือร่วมกับแกนนำและทีมทนายความว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
เรืองไกรยื่นสอบสาทิตย์ปกปิดทรัพย์สิน
 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในวันที่ 2 มีนาคมนี้จะไปยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีสงสัยว่านายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาจจะปกปิดการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ
 นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อสมัยเป็น ส.ส. นายสาทิตย์แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในหมวด 6 โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ระบุว่า มี 2 รายการ คือ 1.มีบ้านอยู่ที่ ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มูลค่าปัจจุบันประมาณ 1.5 ล้านบาท และ 2.อาคารเรียนและอาคารประกอบโรงเรียนวิวัฒน์ฯ มูลค่าปัจจุบันประมาณ 8.9 ล้านบาท แต่เมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว กลับแจ้งในหมวดเดียวกันว่ามีเพียง 1 รายการ คือบ้านที่ห้วยยอดเท่านั้น โดยไม่พบว่ามีการแจ้งทรัพย์สินเป็นอาคารเรียนและอาคารประกอบโรงเรียนวิวัฒน์ฯ แต่อย่างใด ซึ่งอาจเข้าใจได้ว่านายสาทิตย์ไม่ยื่นรายการทรัพย์สินให้ตรงกับความเป็นจริง ที่อาจเข้าข่ายลักษณะจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263